Practical Report เปิดผลสำรวจ ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้ประเทศสงบ เนื้อหาร่างมีผลต่อการตัดสินใจน้อย

       โครงการอินเทอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน (iLaw) และ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาลัยมหิดล เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง “เหตุผลที่คนไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ”
       iLaw ร่วมกับสถาบันสิทธิฯ เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง เหตุผลที่คนไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กรณีศึกษากลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1672 คน จาก 4 ภูมิภาค และ กรุงเทพมหานคร เก็บข้อมูลระหว่าง เดือนกันยายน – ตุลาคม 2559 พบว่า ในส่วนการรับรู้ข้อมูลก่อนการลงประชามติ กลุ่มตัวอย่างเกินครึ่ง คือ ร้อยละ 52.1 ระบุว่าได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ ในขณะที่เหลือ ร้อยละ 47.9 ระบุว่าข้อมูลเพียงพอ
       ผลจากแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างตอบคำถามว่า ช่องทางในการรับข้อมูลเกี่ยวกับประชามติที่มีคนดูมากที่สุด คือ สื่อโทรทัศน์ คิดเป็นร้อยละ 65.4 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ในขณะที่ช่องทางสื่ออินเทอร์เน็ตกลุ่มตัวอย่างสามารถเข้าถึงได้เพียง ร้อยละ 38.2 และสื่อสังคมอออนไลน์ ร้อยละ 47.6 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การรับสื่อส่วนใหญ่ของประชาชน ยังคงรับสื่อผ่านโทรทัศน์เป็นหลั
       เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ส่งผลน้อยต่อการตัดสินใจลงประชามติของประชาชน โดยเหตุผลสำคัญที่สุดในการลงประชามติเห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญที่กลุ่มตัวอย่างเลือกมากที่สุด คือ ต้องการให้ประเทศสงบ ร้อยละ 39.7 และเหตุผลที่มีคนเลือกรองลงมา คือ รัฐธรรมนูญจะช่วยปราบโกง ร้อยละ 14.9 และเชื่อมั่นในการปฏิรูปประเทศของ คสช. ร้อยละ 13.6​
       ส่วนเหตุผลสำคัญที่สุดของกลุ่มตัวอย่างที่ลงประชามติไม่เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญ คือ ร่างรัฐธรรมนูญฯฉบับนี้ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ร้อยละ 33.3 เหตุผลรองลงมา คือ  ไม่ชอบ คสช.หรือต่อต้านการรัฐประหาร ร้อยละ 14.3 และ มีการปิดกั้นการรณรงค์บางของประชาชนบางกลุ่ม ร้อยละ 12.7
       ผลสำรวจยังพบว่า กลุ่มเยาวชน (18-24 ปี) มีแนวโน้มในการลงประชามติที่แตกต่างไปจากกลุ่มวัยทำงาน (25 ปีขึ้นไป) คือ กลุ่มเยาวชนมีสัดส่วนในการลงประชามติเห็นชอบ และไม่เห็นชอบในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน คือ เห็นชอบร้อยละ 49.5 และไม่เห็นชอบร้อยละ 50.5 ส่วนกลุ่มวัยทำงาน กลุ่มที่เห็นชอบ ร้อยละ 66.5 และไม่เห็นชอบ ร้อยละ 33.5
       ผลการสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนไม่ได้ตัดสินใจลงประชามติด้วยเหตุผลด้านเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเป็นหลัก แต่หากเป็นปัจจัยอื่นทางมิติสังคมและวัฒนธรรมอื่นๆ ทีทำให้ประชาชนไปลงประชามติ แต่อย่างไรก็ตามในการสำรวจครั้งนี้ยังมีข้อจำกัด จึงยังไม่สามารถตอบคำถามได้ทุกประเด็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน รวมทั้งยังไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนได้ทั้งหมด จึงต้องอาศัยการศึกษาในระยะต่อไ
       ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://ilaw.or.th/node/4375

ติดต่อสอบถาม 02 615 4797