Practical Report จีนขึ้นอัตราดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อปีหน้า

บ.เจพีมอร์แกนเชสแอนด์โค และมอร์แกนแสตนเลย์ คาดการณืการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของจีนว่าในปีหน้าจีนจะเพิ่มความเข้มงวดทางการเงินเพิ่มขึ้นโดยจะเน้นที่ครึ่งปีแรกเพื่อรับมือเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 2 ปี หลังจากที่ธนาคารกลางจีนได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

รัฐบาลจีนโดยนายกรัฐมนตรี หวังเจียเป่า ตั้งเป้าในการควบคุมฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์และป้องกันความวุ่นวายจากการเพิ่มขึ้นราคาสินค้า หลังจากอัดฉีดเงินสดเข้าระบบพื่อเร่งการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ปลาย 2551เพื่อป้องกันผลกระทบจากวิกฤติค่าเงินโลกในเวลานั้น

ทั้งนี้ผลกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 49.4% ในช่วง11 เดือนทีผ่านมาเมื่อเทียบกับที่เพิ่มขึ้น 7.8% ในปี 2551 ในช่วงเดียวกัน

โดยมีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้าในอีกหลายครั้งรวมถึงการออกพันธบัตรเพื่อดูดซับสภาพคล่องในตลาด เพื่อปล่อยให้เงินหยวนแข้งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ ขณะที่ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่ร้อนแรงเกินไปในต้นปีหน้ายังมีสูงอยู่

ซึ่งทางการจีนได้ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้เป้น 5.81% เทียบกับ 7.47% ก่อนที่จะมีการลดดอกเบี้ยหลายครั้งเมื่อปลายปี 2551 ที่เวลานั้นเพื่อรับมือกับภาวะวิกฤติของการเงินโลก โดยได้มีการสำรวจความคิดเห้นของนะเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก คากว่าดอกเบียของจีนจะไปอยู่ทีท 6.56%ภายในปลายปีหน้า

โดยทางมอร์แกนสแตนเลย์คาดว่าจีนอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยมากถึง 3 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า ขณะที่ทางเอชเอสบีซีโฮลดิ้ง(HSBC Holding) คาดว่าจะมีการปรับดอกเบี้ยและเพิ่มสัดส่วนทุนของธนาคารต่างในในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

โดยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของจีนในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าปีหน้าธนาคารกลางของประเทศเกิดใหม่จะดำเนินมาตรการเข้มงวดทางการเงินมากขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่หลายประเทศมีความแข็งแกร่งมากขึ้นและยังอยู่ในช่วงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้เงินเฟ้อของประเทศเหล่านี้เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ , Bloomberg