Practical Report วางระเบิดกลางเมือง 3 จุด ศอฉ.ยันไม่เลิก”ฉุกเฉิน”

เมื่อวานนี้ (8ก.ย.)เวลา 20.45 ร้อย เวร สภ.เมือง จ.นนทบุรี รับแจ้งพบระเบิด ที่ลานจอดรถ ห้างย่านงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี เดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ตั้งระเบิดด้วยนาฬิกาบรรจุเอาไว้ในถังดับเพลิง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม วงจรถูกพันด้วยสก็อตเทป ทั้งนี้ ระเบิดดังกล่าวถูกใส่เอาไว้ในถุงทะเล เจ้าหน้าที่ใช้ปืนแรงดันน้ำยิงถึง 2 ครั้ง จึงสามารถตัดวงจรไม่ให้เกิดการระเบิดได้

สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ลานจอดรถชั้น 1A เจ้าหน้าที่ตำรวจพบถุงผ้าทะเลแบบทหารขนาดใหญ่สีดำถูกวางพิงไว้กับผนังกำแพง ผนังห้องสต็อคสินค้าบริเวณทางลงลานจอดรถชั้นดังกล่าว จึงทำการปิดล้อมกันประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกลานจอดรถเนื่องจากขณะเกิด เหตุยังมีประชาชนกำลังเข้ามาใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจะนำเครื่องตรวจวัตถุระเบิดมาตรวจสอบถุงดังกล่าวพบว่าภายในมีสารระเบิดจึงได้นำเครื่องยิงวัตถุระเบิดแรงดันน้ำเข้ามายิงทำลายเพื่อตัดสัญญานวงจรระเบิด

จากการตรวจสอบถุงผ้าดังกล่าวพบถังดับเพลิงขนาด 5 กก.ถูกพันหุ้มด้วยกระดาษกาวติดกับหัวน๊อตเรียงอยู่รอบถังพร้อมแบตเตอรี่รถ จักรยานยนต์จำนวน 1 ก้อน แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 1 แผง นาฬิกาดิจิตอลจำนวน 1 เรือน ภายในถังดับเพลิงบรรจุปุ๋ยยูเรียผสมน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นสารตั่งต้น วัตถุระเบิดพร้อมทำงานตลอดเวลา โดยใช้วิธีการจุดระเบิดแบบหน่วงเวลาเพื่อจุดระเบิดหรือที่เรียกว่าระบบวงจรติก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสัณณิฐานว่าคนร้ายนำระเบิดเข้ามาซุกที่ลานจอดรถดังกล่าวก่อนที่ทางห้างจะปิดในเวลา 22.00 น. โดยมุ่งหวังให้เกิดการระเบิดซึ่งจะมีรัศมีทำลายระยะหวังผล 30 เมตร คาดว่าคนร้ายน่าจะสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง

ต่อมาเวลา 20.50 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.สุรสิทธิ์ โสตะวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งพบวัตระเบิดชนิด เดียวกับที่ห้างสรรพสินค้าเดอะ มอลล์งามวงศ์วาน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมรายงานผู้บังคับบัญชา ที่เกิดเหตุลานจอดรถข้างตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเจ้าหน้าที่พบถุง ผ้าทะเลแบบทหารขนาดใหญ่สีดำถูกวางทิ้งไว้ข้างรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สี่บร์อนเงิน ทะเบียน นค4060 นนทบุรี ติดรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สี่บร์อนเงิน ทะเบียน นบ 2580 นนทบุรี ซึ่งรถตู้ทั้ง 2 คัน เป็นรถของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดชุดเดียวกันจึงนำเครื่องตรวจวัตถุระเบิดมาตรวจสอบถุงดังกล่าวพบว่าภายในมีสารระเบิดจึงได้นำเครื่องยิงวัตถุระเบิดแรงดันน้ำเข้ามายิงทำลายเพื่อตัดสัญญานวงจรระเบิดระเบิดบรรจุในถังแก็สชนิดเดียวกันกับที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอล์ล

พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เพิ่มการตรวจค้นให้เข้มงวดกว่าเดิม พร้อมทั้งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังสถานที่ราชการ และบ้านพักบุคคลสำคัญอย่างสูงสุด เนื่องจากมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีคอยสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง และอาจก่อเหตุซ้ำขึ้นอีก พร้อมทั้งให้ชุดสืบสวนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆด้วย เนื่องจากอาจะเห็นภาพของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ

โดยก่อนหน้านี้ ทาง สน.พญาไท ก็ได้พบระเบิดใส่กระเป๋านักเรียนวางไว้ใต้บันไดสะพานลอย หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ เป็นถังดับเพลิง 2 ถัง ถูกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ เป็นระเบิดแสวงเครื่องอานุภาพทำลายล้างประมาณ 15-20 เมตร ใช้การจุดชนวนระเบิดด้วยนาฬิกาดิจิตอล สามารถตั้งเวลาย้อนหลังได้ตั้งแต่ 0-12 ชั่วโมง โดยภายในถังดับเพลิงทั้ง 2 ถัง พบปุ๋ยยูเรีย กับดินระเบิดบรรจุอยู่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจพบเสียก่อนจึงไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น

ศอฉ.ยังไม่มีกำหนดยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน ยังมีเหตุป่วนเมือง

ขณะที่เมื่อวานนี้ได้มีการประชุมศอฉ.โดยมีนายสุเทพเป็นประธานพร้อมกับผบ.เหล่าทัพ นายาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยภายหลังการประชุม พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ได้แถลงว่า ศอฉ.มีการหารือ 3 ประเด็น 1.ความห่วงใยของ ศอฉ.ต่อข้อมูลข่าวสารที่มีความพยายามของบางกลุ่ม บางบุคคลที่พยายามสื่อสารกับสาธารณะให้เป็นข้อมูลที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จ จริง 2.การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเมื่อไรจะยกเลิก ขอเรียนชี้แจงว่า

สาเหตุที่ประกาศ พ.ร.ก.ตั้งแต่แรก คือ มีการจาบจ้วงสถาบัน ต้องการรักษาความสงบไม่ต้องการให้ประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันทางการ เมืองปะทะกันจนเกิดความสูญเสีย และรักษาไว้ซึ่งกระบวนการทางด้านกฎหมายและความยุติธรรม 3.การ เคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในวันที่ 19 กันยายนนี้ โดยมีกิจกรรมในหลายลักษณะ เช่น การวางดอกไม้แดงที่เรือนจำ สถานการณ์บ้านเมืองมีความนิ่งในระดับหนึ่ง เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นในอนาคต แต่ใครจะเคลื่อนไหวควรคิดถึงผลกระทบและภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศให้มาก การกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดสามารถทำได้ตามข้อกฎหมาย แต่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ

โฆษก ศอฉ.ยังกล่าวอีกว่า ที่ต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงาน ป้องกัน ระงับ ยับยั้งให้เกิดผลสำเร็จ และพร้อมจะยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน แต่หากพื้นที่ใดมีความจำเป็นก็ต้องประกาศ พ.ร.ก. และหากสมมุติว่ายกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ทั้งหมด แล้วเกิดเหตุรุนแรงขึ้นมา และเราประกาศซ้ำอีกครั้ง ความรู้สึก ภาพลักษณ์ จะไม่ยิ่งไปกว่าเดิมอีกหรือ บางคนพยายามบอกว่าเราสร้างสถานการณ์เพื่อคง พ.ร.ก.ไว้ จะเห็นว่าไม่ได้เป็นผลดีต่อฝ่ายความมั่นคง กระแสที่ตีกลับมีผลเสียมากกว่าผลดี

ที่มา : คมชัดลึก