หนังสือนิยายเล่มล่าสุดของวินทร์ เลียววาริณ นักเขียนสองซีไรท์ เขาจับหลักอี้จิงของจีนโบราณมาหลอมรวมเข้ากับนิวเคลียร์ฟิสิกส์ และหลักศาสนาพุทธ สร้างเป็นนิยายไซไฟกึ่งสอบสวน เพื่อหาความลับของจักรวาล
“อัฏฐสุตรา” เป็นเรื่องของ “เขา” อัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ไร้นามคนหนึ่ง ที่ถูกเรียกตัวไปยังทะเลทรายแร้นแค้นในแผ่นดินจีน เพื่อไขปริศนาของหลุมศพลึกลับที่นักโบราณคดีขุดค้นได้ เนื้อเรื่องที่เหลือทั้งหมดถูกดำเนินไปภายในหลุมศพนี้ จน “เขา” สามารถไขปริศนาได้สำเร็จ (เช่นเดียวกับพระเอกของนิยายลักษณะนี้ทุกคน)
ฟังดูธรรมดา แต่ความไม่ธรรมดาของ “อัฏฐสุตรา” มีอยู่สองประการ
ประการแรก ผู้อ่านจะค่อย ๆ รับรู้อดีตของ “เขา” ผ่านการนึกย้อนระหว่างการสนทนากับนักโบราณคดีคนอื่น (ซึ่งเอาจริงแล้วก็มีเพียงแค่สองคน) อดีตเหล่านี้มีผลต่อการตัดสินใจและแนวทางในการไขปริศนาของ “เขา” ในเวลาต่อมา
ประการที่สอง ปริศนาในหลุมฝังศพคือคณิตศาสตร์จีนโบราณตามหลักอี้จิง ว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของตัวเลข ซึ่ง “เขา” จะต้องใช้อัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด บวกกับความรู้ด้านฟิสิกส์จักรวาล ค้นหาคำตอบของปริศนาในหลุมฝังศพไปพร้อมๆ กับคำตอบของมนุษยชาติว่า “จักรวาลเกิดขึ้นมาอย่างไร”
จากผลงานนิยายสร้างชื่อเรื่องก่อนๆ วินทร์นั้นได้ชื่ออยู่แล้วว่าค้นคว้าข้อมูลประกอบการเขียนอย่างหนักหน่วง ใน “อัฏฐสุตรา” วินทร์ยังไม่ทิ้งแนวทางนี้ เขาอัดแน่นความรู้เกี่ยวกับศาสตร์อี้จิง ไท่จี๋ เต๋า ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และคณิตศาสตร์ลงในเรื่องอย่างเต็มที่ นอกจากอี้จิงแล้ว วินทร์ยังอธิบายหลักคิดทางฟิสิกส์ ทั้งฟิสิกส์เชิงกายภาพของนิวตัน ฟิสิกส์สัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ นิวเคลียร์ฟิสิกส์ และที่สำคัญคือ “ทฤษฎีซูเปอร์สตริง” (superstring theory) ซึ่งเป็นฟิสิกส์ที่ก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน และอาจเป็นคำตอบของเราในการแก้ปัญหาของจักรวาล
ลำพังความรู้ที่ได้จาก “อัฏฐสุตรา” ก็อาจคุ้มกับหนังสือเล่มนี้แล้ว (ผู้ที่ติดตามงานของวินทร์มาบ้าง อาจพอสังเกตได้ว่าเขาสนใจเรื่องเหล่านี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งจากงาน “ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล” และ “มังกรเซน” นี่อาจเหมือน “บรรยายสรุป” ของวินทร์นั่นเอง)
แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อเสีย การที่วินทร์ “อัด” บทบรรยายที่เล่าเรื่องอี้จิงและฟิสิกส์ลงในเรื่อง ทำให้บทสนทนาของตัวละครแข็งกระด้างไปบ้าง เนื้อเรื่องบางช่วงอาจเหมือนตำราเรียน เราจะเห็นบทสนทนาที่นักโบราณคดีคนหนึ่งถามว่า “ทฤษฎีนี้คืออะไร?” และได้คำตอบจากนักคณิตศาสตร์ราวกับเป็นย่อหน้าที่คัดมาจากหนังสือเรียนอยู่บ่อยครั้ง
วินทร์พยายามใช้วิธีเขียนลักษณะเดียวกับนิยายของแดน บราวน์ คือเขียนนิยายเชิงสอบสวนโดยผนวกกับหลักวิชาบางอย่าง (เช่น ศาสนาคริสต์และภาพเขียนจากยุโรปใน “ดาวินชีโค้ด” รหัสและคณิตศาสตร์ใน “Digital Fortress”) และใช้ข้อมูลจริงผสมเรื่องที่แต่งเพิ่มขึ้น (ดังเช่นงานชิ้นก่อนของเขาคือ “ำ” เพียงแต่งานของวินทร์นั้นเน้นการบรรยายความรู้มากเกินไป และออกจะมีบทสนทนาหรือการเดินเรื่องน้อยเกินไป ความสนุกในฐานะนิยายอาจเทียบไม่ได้กับ “ปีกแดง” ซึ่งเป็นงานท็อปฟอร์มของเขา
อย่างไรก็ตาม สำนวน ภาพประกอบ รูปเล่ม รวมถึงไอเดีย ยังอยู่ในระดับมาตรฐานของวินทร์คนเดิม!

