11 กันยา 2001 หนึ่งวันแห่งความทรงจำของปฏิบัติการก่อวินาศกรรม 9/11 ในสหรัฐฯ ล่วงเลยมาถึง 10 ปีแล้ว หลังอัลกออิดะห์เปิดฉากท้าทายมหาอำนาจโลกด้วยการจี้เครื่องบินถล่มตึกเวิล์ด เทรด เซ็นเตอร์ ณ นครนิวยอร์ก และตึกเพนตากอนแห่งกระทรวงกลาโหม ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี
นับจากวินาทีนั้นเป็นต้นมา โลกเปลี่ยน สถานการณ์พลิกผัน เราเรียนรู้อะไรบ้างจากปรากฏการณ์ดังกล่าว นวัตกรรมทางความคิด สถาปัตยกรรมทางด้านความมั่นคง หลังมหาอำนาจโลกขั้วเดี่ยวถูกลูบคม หลังสหรัฐฯ ถูกโจมตีจากอัลกออิดะห์ในวันที่ 11 กันยายน 2001 สงครามเอาคืนชุดแรกเริ่มต้นในวันที่ 7 ตุลาคม 2001 สหรัฐฯ เริ่มทิ้งระเบิดในอัฟกานิสถานบริเวณฐานทัพของตอลิบันและอัลกออิดะห์
บารัค โอบามา แถลงครบรอบ 1o ปี 11 กันยา ส่งสัญญาณทำสงครามต่อต้านอัลกออิดะห์ต่อ
1 ทศวรรษแห่งความยากลำบากนับจากเหตุการณ์ 9/11 ประเทศชาติของเรายังคงยืนหยัดอยู่ด้วยความแข็งแกร่ง เพื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคาม เรามีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิที่สามารถขยายเครือข่ายหุ้นส่วนของเรา และทำให้กลุ่มอัลกออิดะห์ประสบความพ่ายแพ้ได้ เราต้องมองไปยังอนาคต เราจะต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายที่โจมตีเราต่อไป
สัปดาห์นี้ เราจะมาร่วมรำลึกถึงวันครบรอบ 11 กันยายน ห้วงเวลาแห่งการโจมตีผู้บริสุทธิ์ราว 3,000 ราย ทั้งชาย หญิง และเด็กเล็ก ต้องสูญเสียชีวิตไป เรายืนยันว่า พันธสัญญาของเราจะยังคงศรัทธาต่อครอบครัวของพวกเขาเสมอมา ห้วงเวลาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นทศวรรษแห่งความยากลำบากนี้ เราต้องมองไปข้างหน้า และสร้างอนาคตไปด้วยกัน ขอขอบคุณความพยายามที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของเหล่าทหาร หน่วยข่าวกรอง และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิท้้งหลาย วันนี้ อเมริกาเข้มแข็งขึ้นแล้ว และอัลกออิดะห์จะต้องพบกับความพ่ายแพ้
เราได้สู้รบกับอัลกออิดะห์อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน กว่า 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ผู้นำระดับอาวุโสของอัลกออิดะห์ ถูกกำจัดไปมากกว่าช่วงเวลาใดๆ นับจาก 9/11 เป็นต้นมา ขอบคุณกองกำลังของเรากับความหาญกล้า ความแม่นยำ ที่ทำให้เราได้คืนความยุติธรรมแก่ชาวสหรัฐฯ ด้วยการกำจัดโอซามา บิน ลาเดน ได้ในที่สุด
เรามีหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งคือเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อทำสงครามในการต่อต้านอัลกออิดะห์นี้ เราทำงานกับพันธมิตรและหุ้นส่วนของเราอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และปฏิรูปหน่วยข่าวกรองให้ดีขึ้น ทำให้ช่วยสืบสวนเรื่องราวได้ด้วยกองกำลังพิเศษของเรา เราได้พัฒนาหน่วยงานความมั่นคงของเรา ทั้งสนามบิน ท่าเรือ ชายแดน ด้านการบิน และขยายความร่วมมือไปยังรัฐต่างๆ ทั้งในตัวเมือง ทั้งชุมชนด้วยความใกล้ชิดมากขึ้น
1 ทศวรรษหลัง 9/11 โลกได้เห็นแล้วว่า ผู้ก่อการร้ายต้องการโจมตีเรา พวกเขาต้องการทำให้เรากลัว แต่ชาวอเมริกันปฏิเสธที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว แน่นอน เราต้องเผชิญกับความมุ่งมันของศัตรูที่มุ่งโจมตีเรา เรากำลังทำทุกอย่างด้วยอำนาจของเราเพื่อปกป้องประชาชนของเรา จะไม่มีสิ่งใดกีดขวางเส้นทางของเราได้ ชาติเขาเรากำลังฟื้นตัวขึ้น และจะเดินหน้าต่อไป
เราจะไม่ยอมผ่อนปรนต่อแรงกดดันใดๆ ของกลุ่มอัลกออิดะห์ เรากำลังยุติสงครามในอิรัก และจะกำลังพากองกำลังของเรากลับบ้านจากอัฟกานิสถาน หลังผ่านสงครามนานนับทศวรรษ ถึงเวลาแล้วที่เราจะสร้างชาติ (nation building) ที่นี่ ที่บ้านของเรา
พวกเขาต้องการทำให้เราอ่อนแอ แต่เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ชาวอเมริกาจะไม่ยอมงอมืองอเท้าและซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงของความไม่เชื่อมั่น เราต้องเร่งก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับหุ้นส่วนของเราที่มีอยู่รอบโลก เพื่อเผชิญกับความท้าทายของโลก จะไม่มีชาติใดต้องเผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และพลเมืองในยุคใหม่กำลังแสดงให้เห็นว่า อนาคตเป็นของเขา เขาต้องการสร้างมัน ไม่ใช่ทำลายทิ้ง
เราจะปกป้องประเทศอันเป็นที่รักของเรา และก้าวผ่านด้วยความปลอดภัย เข้มแข็ง และประสบความสำเร็จเพื่อคนรุ่นถัดไป
ย้อนรอย 9/11: การตัดสินใจของจอร์จ ดับเบิลยู บุช และชาวอเมริกันกับความภาคภูมิที่ถูกทำลาย
จอร์จ ดับเบิลยู บุช ทำสงครามต่อต้านก่อการร้ายหลังโดนโจมตีจากเหตุการณ์ 9/11 โดยทันทีบุชตอบโต้ด้วยยุทธศาสตร์แบบสมบูรณ์เบ็ดเสร็จ (Comprehensive strategy) เพื่อปกป้องชาวอเมริกัน และสร้างสถาบันใหม่ขึ้นมา กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ จากนั้นบุชขอความร่วมมือจากนานาชาติเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองทั้งในอัฟกานิสถานและอิรัก

1 เดือนให้หลังการโจมตีจากเหตุการณ์ 9/11 แม้บุชจะทำสงครามต่อต้านก่อการร้ายอย่างหนักนับตั้งแต่ 7 ต.ค 2001 ที่อัฟกานิสถาน ด้วยเหตุผลต้องการทำลายฐานทัพตอลิบันและจัดการกับอัลกออิดะห์ให้ราบคาบ ตามด้วยการโจมตีอิรักด้วยเหตุผลจากหน่วยข่าวกรองที่อ้างว่า อิรักครอบครองอาวุธร้ายแรงที่มีอำนาจทำลายล้างสูง (Weapon of Mass Destruction: WMD) ในช่วงระหว่าง 19 มีนาคม – 1 พฤษภาคม 2003 อย่างไรก็ตาม บุชยังคงได้รับเสียงสนับสนุนให้เป็นผู้นำประเทศต่อในปี 2004 เป็นสมัยที่ 2 ชี้ให้เห็นว่า ช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจของเขารวมทั้งกลุ่มผู้นำสายเหยี่ยวขณะนั้น ซื้อใจชาวอเมริกันได้
อันเนื่องมาจากความภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีของการเป็นชาติมหาอำนาจทั้งในระดับผู้นำและประชาชนชาวสหรัฐฯ ย่อมรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวชนิดที่มากเกินกว่าจะประเมินได้ เมื่อโดนโจมตีจากการจี้เครื่องบินของกลุ่มอัลกออิดะห์ 19 ราย เพื่อทำลายสัญลักษณ์ทุนนิยมโลกเสรีอย่างเวิล์ด เทรด เซ็นเตอร์ และสัญลักษณ์ด้านความมั่นคงของมหาอำนาจสหรัฐฯ อย่างเพนตากอน ประเทศที่ถูกทำให้เชื่อว่าตนเป็นที่ 1 ของโลก เป็นมหาอำนาจขั้วโลกเดี่ยวแห่งโลกเสรีที่ผงาดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง และยิ่งใหญ่มากขึ้นหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย
ทั้งที่มี CIA เป็นหน่วยข่าวกรองอันดับ 1 ของโลก กลับไม่สามารถป้องกันตนเองได้จากสถานการณ์ดังกล่าว ความคิดและความต้องการระหว่างผู้นำสหรัฐ ฯ และพลเมือง จึงออกมาในลักษณะสอดรับสนับสนุนกันด้วยการเลือกให้บุช กลับขึ้นเป็นผู้นำประเทศถึง 2 สมัย การตัดสินใจของจอร์จ บุช ในห้วงเวลานั้น อาจเป็นเรื่องที่ผู้นำประเทศมหาอำนาจโลกจำเป็นต้องตัดสินใจทำ ไม่แน่ว่าถ้าเปลี่ยนจากบุชมาเป็นผู้นำคนอื่นแล้ว การตัดสินใจในการปฏิบัติการอาจไม่ได้แตกต่างกันนัก
การตามล่าสังหารแกนนำอัลกออิดะห์ ภายหลังการตามล่าสังหารโอซามา บิน ลาเดน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตามด้วยแกนนำเครือข่ายอัลกออิดะห์หมายเลข 2 และแกนนำระดับอาวุโสอีกจำนวนหนึ่ง เป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เห็นว่า สงครามเอาคืนยังไม่จบและสหรัฐฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายต่อไป
Rewards for Justice-wanted_terrorist
กลุ่มก่อการร้ายที่สหรัฐตั้งรางวัลนำจับอันเป็นรางวัลเพื่อความยุติธรรม (Rewards for Justice) ในจำนวน 40 ราย แน่นอนว่า อัล ซาวาฮิรี (Ayman al-Zawahiri) ผู้สืบทอดเจตนารมย์ต่อจากโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์คนปัจจุบัน ถูกจัดให้เป็นเบอร์แรกที่มีรางวัลนำจับสูงสุด 25 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยมุลลาร์ โอมาร์ (Mullah Omar) เป็นผู้ให้ที่พักพิงหลายปีก่อนหน้าก่อวินาศกรรม 9/11 และเป็นเครือข่ายงานอัลกออิดะห์ ภายหลังถูกปลดอำนาจจากตอลิบัน แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ อยู่ รางวัลนำจับอยู่ที่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนบุคคลที่ถูกตั้งรางวัลนำจับที่เหลือเป็นแกนนำระดับอาวุโสของเครือข่ายอัลกออิดะห์ ส่วนหนึ่งเป็นเครือข่ายสมาชิกองค์กรก่อการร้ายของฮิซบัลลาห์ของชาวเลบานอน (Hizballah), เครือข่ายคุมปูลุน มูจาฮีดิน มาเลเซีย (Kupulun Mujahidin Malaysia: KMM), และกลุ่ม Jemaah Islamiyah, กลุ่มที่จี้บังคับเครื่องบินแพนแอมเที่ยวบิน 73 ที่จอดอยู่ปากีสถาน เพื่อฆาตกรรมคนชาติสหรัฐนอกประเทศ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต, กลุ่มที่พยายามวางระเบิดในเรือรบ Cole ของกองทัพเรือสหรัฐ เพื่อฆาตรกรรมพลเมืองและเจ้าหน้าที่สหรัฐ, กลุ่มอิสลามิกจีฮาด ชาวปาเลสไตน์ (Palestinian Islamic Jihad หรือ PIJ)
กลุ่มจี้เครื่องบินแพนแอมเที่ยวบิน 830 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก, กลุ่มคอเคซัส เอ็มมิเรตส์ (Caucasus Emirate หรือ CE) ที่ประกาศเป้าหมายจะตั้งรัฐอิสลามโดยใช้ความรุนแรงในนอร์ธ คอเคซัส รัสเซียทางตอนใต้, กลุ่มที่เคยให้ความช่วยเหลือผู้ก่อการร้ายวางระเบิดอาคารเวิล์ด เทรด เซ็นเตอร์ในปี 1993 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บนับพันราย, กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดที่สถานกงสุลการาจี ปากีสถาน, และกลุ่มอาบูเซเยฟ (Abu Sayyaf Group หรือ ASG) ในฟิลิปปินส์
สงครามเอาคืนยังไม่จบ บารัค โอบามา ประกาศกร้าวแสดงจุดยืนและเจตนารมย์ที่จะต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายต่อไป พร้อมย้ำตามสไตล์การทูตสหรัฐฯ ที่ว่า “เราต้องเร่งก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับหุ้นส่วนของเราที่มีอยู่รอบโลก เพื่อเผชิญกับความท้าทายของโลก จะไม่มีชาติใดต้องเผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง” แน่นอน ชาติพันธมิตรทั้งหลายคงต้องให้ความร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐต่อไป ขณะเดียวกันก็ต้องเฝ้าระมัดระวังภัยอันมาจากการเป็นพันธมิตรร่วมเพื่อต้านกลุ่มก่อการร้ายเช่นกัน

