Practical Report Google ร่วงอันดับสี่ รายชื่อฟอร์จูน 100 บริษัทยอดเยี่ยมที่ควรทำงานด้วย NetApp ทะยานขึ้นอันดับหนึ่ง

ฟอร์จูนฉบับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 ประกาศรายชื่อ 100 บริษัทยอดเยี่ยมที่ควรจะเข้าทำงานด้วย ผลปรากฎว่า Google ที่เคยได้อันดับ 1 ในปีก่อนหน้าร่วงลงอันดับสี่ ในขณะที่ NetApp รั้งอันดับหนึ่งแทนที่ ด้าน Cisco และ Goldman Sachs ยังติด 10 อันดับแรก

NetApp เป็นบริษัทผลิตระบบเก็บข้อมูล (computer storage) และ ระบบบริหารจัดการข้อมูล (data management) โดยบริษัทนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเป็นผู้ผลักดัน สถาปัตยกรรมระบบเก็บข้อมูลแบบ Network attached storage (NAS) ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางนอกเหนือจากสถาปัตยกรรมแบบ Storage area network (SAN) ที่มีใช้กันอยู่



ที่มา – Fortune

ในอุตสาหกรรมอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูล (Data Storage Devices) ในแง่มูลค่าตลาด บริษัท NetApp ถูกจัดอยู่ในอันดับสามรองจาก EMC และ Seagate Technology แต่หากวัดจากยอดรายได้แล้ว NetApp อยู่ในอันดับสี่ รองจาก EMC, Seagate และ Western Digital

ในปีที่แล้ว NetApp อยู่ในรายชื่อลำดับที่ 14 ฟอร์จูนบรรยายว่า แรงบันดาลใจของพนักงานที่เกิดจากวัฒนธรรมความเท่าเทียมกัน ผลักดันให้ NetApp ขึ้นสู่อันดับหนึ่ง แม้จะเป็นบริษัทที่รู้จักมัธยัสถ์ แต่ก็ไม่ใช่จะกระเหม็ดกระแหม่กับเงินเพียงน้อยนิดอยู่ร่ำไป และแทนที่จะใช้ “แผนธุรกิจ” ตัดสินกิจกรรมทางธุรกิจ พวกเขากลับใช้ “ประวัติศาสตร์อนาคต” (Future Histories, เป็นกระบวนทัศน์การวางแผนอนาคตแบบหนึ่ง) เพื่อวาดจินตนาการธุรกิจที่จะเป็นในอีกปีหรือสองปีข้างหน้าออกมา

NetApp ยังมีสวัสดิการชั้นเยี่ยม อาทิ การยังได้รับเงินเดือนขณะทำงานสาธารณประโยชน์เป็นเวลาห้าวัน สวัสดิการความช่วยเหลือพนักงานมูลค่า 2.4 แสนเหรียญ (8.4 ล้านบาท) ที่ถูกใช้โดยพนักงาน 43 คน ในระหว่างห้วงวิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐฯขณะนี้ บริษัทยังคงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง และไม่มีการปลดพนักงานออกแม้แต่คนเดียว ทั้งยังมีเงินสดในมือมากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (7 หมื่นล้านบาท) อีกด้วย

สำหรับ Google ที่ร่วงลงอันดับสี่นั้น แม้ว่าจะจ้างงานได้น้อยลง และตัดความฟุ่มเฟือยเล็กๆอย่างเช่น น้ำชายามบ่าย และการท่องเที่ยวเล่นสกีประจำปีออกไป แต่บริษัทนี้ก็ยังได้รับใบสมัครถึง 7 แสนใบต่อปี

รายชื่อ 10 บริษัทแรกในรายชื่อของฟอร์จูน

อันดับ ชื่อบริษัท อัตราเติบโต
จ้างงาน
พนักงาน
ในสหรัฐฯ
ชนิด
กิจการ
1 NetApp 12% 5,014 เทคโนโลยีและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
2 Edward Jones 9% 34,496 ค้าหลักทรัพย์
3 Boston Consulting Group 10% 1,680 ที่ปรึกษาธุรกิจ
4 Google 40% 12,580 เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
5 Wegmans Food Markets 6% 37,195 ซูเปอร์มาร์เก็ต
6 Cisco Systems 7% 37,123 เทคโนโลยีและอุปกรณ์เน็ตเวิร์ก
7 Genentech 5% 10,969 เทคโนโลยีไบโอเทค
8 Methodist Hospital System 1% 10,535 โรงพยาบาล
9 Goldman Sachs 2% 14,088 การลงทุน หลักทรัพย์ การเงิน
10 Nugget Market 22% 1,536 ค้าปลีก

ดูรายชื่อบริษัททั้งหมดที่อยู่ในอันดับได้จาก : 100 Best Companies to Work For

นักวิจัยพบบริษัทที่พนักงานอยากทำงาน ผลักกิจการรุ่งเรือง


ผลตอบแทนการลงทุนเปรียบเทียบระหว่าง พอร์ตฟอร์ลิโอการลงทุนที่อยู่ในการจัดอันดับของ Fortune เทียบกับ CRSP indices

ผลการศึกษาโดย Alex Edmans จาก Wharton ระบุว่าเมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนในบริษัท ที่คัดเลือกโดยใช้เกณฑ์บริษัทที่พนักงานควรทำงานด้วยมากที่สุดของการจัดอันดับในฟอร์จูน ลงในพอร์ตฟอร์ลิโอการลงทุน พบว่ามีผลตอบแทนดีกว่าโดยเปรียบเทียบกับดัชนีจาก CRSP โดยพบว่ามีผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีรวมกัน (ข้อมูลปี 1998 – 2005) ที่ราว 13.90% ในขณะที่ CRSP มีผลตอบแทนเฉลี่ยรวม 6.05% (ดูสไลด์ (PDF) หน้า 14)

การที่พนักงานให้ความสนใจจะเข้าไปสมัครงานกับบริษัทใดมาก นอกจากจะดูจากผลตอบแทน สวัสดิการ ความท้าทายและความก้าวหน้าในการทำงานแล้ว ก็ยังมีการตรวจสอบในด้านความมั่นคงทางการเงิน และสภาพแวดล้อมการทำงานอีกด้วย จะว่าไปการตรวจสอบของพนักงานหัวกระทิ (ว่าบริษัทใดน่าทำงาน) ก็สามารถใช้เป็นดัชนีในการลงทุนอีกทางหนึ่งได้ด้วย สำหรับนักลงทุนนอกจากจะใช้วิธีวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของกิจการดังที่ใช้กันตามปกติ ลองพิจารณาแนวทางนี้กำกับอีกชั้นเพื่อความมั่นใจในการลงทุน

  • Pichaya

    ช่วยอธิบายเกี่ยวกับ Future Histories หน่อยสิครับ

  • Nidnoi

    I can explain. Well, every company experiences rise and fall. In order to survive, it has to reform itself from one-man show to be the Republic of Siam. This model can accommodate everyone and good for the entire company.

  • http://www.palawat.com kan

    คุณ Pichaya:
    Future history เป็นสาขาหนึ่งในการคาดการณ์อนาคตครับ ปกติเป็นการร่างภาพอนาคตที่คาดว่าจะเป็นจากปัจจุบันและมีการกำหนดเงื่อนไขที่จะทำให้ภาพอนาคตนั้นเกิดขึ้น (โดยส่วนใหญ่จะเป็นผลจาก การเมือง, เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี) ปกติเทคนิคในการทำนายอนาคตจะทำได้หลายรูปแบบเช่น Delphi, CLA, Scenario, Futures wheel,etc จะว่าไป Challenge Thailand 2010 ก็เป็นลูกผสมระหว่าง Delphi กับ Scenario ครับ (ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Futures_techniques )

    ส่วน slide นี้ ( http://www.clingendael.nl/cscp/events/20081216/20081216_presentatie_glenn.ppt ) บอกเทคนิคของการคาดการณ์อนาคตที่ใช้กันล่าสุด (มีจำนวนวิธีมากกว่าที่ระบุไว้ใน link ของ wikipedia ข้างต้น)