Practical Report 11 นโยบายต่างประเทศสหรัฐ: โอบามา ปิดล้อมเกาหลีเหนือ หนุนฝ่ายต้านซีเรีย ออกจากอัฟกัน

The Washington Post ได้วิเคราะห์คำแถลงนโยบายของบารัค โอบามา ถึงประเด็นนโยบายต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งเรื่องการออกจากอัฟกานิสถาน การถอยหลัง 1 ก้าวให้กับสงครามกลางเมืองในซีเรีย การสานสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน การเสนอจุดยืนว่าด้วยความมั่นคงไซเบอร์ การทำความตกลงทางการค้ากับยุโรป ไปจนถึงเรื่องเครื่องบินสอดแนมแบบไร้คนขับที่ให้คำมั่นว่าจะทำให้เป็นเรื่องโปร่งใส โดยแยกเป็น 11 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. จำกัดเป้าหมายในอัฟกานิสถาน 

The Washignton Post ระบุว่า สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และในช่วงปีแรกจากการบริหารของประธานาธิบดีบารัค โอบามา อาจกล่าวได้ว่า เป้าหมายหลักในอัฟกานิสถาน ประการแรกคือ ทำให้เกิดความแตกแยก-สยบให้ราบคาบ และทำลาย อัลกออิดะห์ หรือ อัลไคดาห์ ประการที่สองคือ ลดอำนาจของตาลิบันซึ่งเป็นเกราะกำบังสำคัญของอัลกออิดะห์ ประการที่สามคือ จัดตั้งรัฐบาลเพื่อปกครองอัฟกานิสถานและเพิ่มความแข็งแกร่งในด้านความมั่นคง

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาได้จำกัดแต่เพียงเป้าหมายเฉพาะด้านซึ่งก็จำเพาะอยู่แค่เพียงประการแรก สหรัฐเพียงแค่ต้องการย้ำเป้าหมายที่มีต่ออัลกออิดะห์และการตัดสินใจของเขาในการละทิ้งจากรัฐบาลอัฟกันและตาลิบันซึ่งเคยเป็นเป้าหมายหลัก

2. ละทิ้งจากอัฟกานิสถาน

บารัค โอบามาระบุว่า อเมริกากำลังปฏิบัติภารกิจในอัฟกานิสถานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ อัลกออิดะห์กำลังประสบความพ่ายแพ้ อเมริกาจะนำกองกำลังที่สนับสนุนด้านความมั่นคงในอัฟกานิสถานกลับบ้าน 34,000 นายในปีหน้า และจะค่อยๆ ถอนกองกำลังออกมาทั้งหมดจนสามารถยุติสงครามของเรา (สหรัฐอเมริกา) ในอัฟกานิสถานได้ภายในปลายปีหน้า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังฤดูใบไม้ผลิในปี 2014 ยังคงเป็นที่ถกเถียงภายในทีมบริหารอยู่

3. ปลอดสงครามแต่ปล่อยเครื่องบินสอดแนมแบบไร้คนขับให้ปฏิบัติการมากขึ้น

State of the Union โอบามาระบุว่า สหรัฐอเมริกากำลังเจรจากับรัฐบาลอัฟกันถึงเป้าหมายที่เกี่ยวกับภารกิจสำคัญ 2 ประการคือเรื่องการฝึกซ้อมรบและการจัดการเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ในกองทัพอัฟกัน แม้วินาศกรรม 9/11 ที่เกิดขึ้นจะยังมีเงาขององค์กรที่โจมตีสหรัฐทาบทับอยู่ (เขาเห็นว่า) ภัยคุกคามดังกล่าวมีวิวัฒนาการ

แต่ต่อไป ภัยคุกคามเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องทำให้เราส่งลูกชายและลูกสาวของเรานับหมื่นรายไปยังประเทศอื่นหรือเพื่อไปยึดครองประเทศอื่นแล้ว ต่อจากนี้ เราจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือประเทศต่างๆ เช่น เยเมน ลิเบีย และโซมาเลีย เพื่อทำให้เกิดความมั่นคงและช่วยเหลือพันธมิตรของเราในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายอย่างเช่นที่เกิด่ขึ้นในประเทศมาลี และเราจะต้องตอบสนองต่อกลุ่มก่อการร้ายโดยตรงต่อผู้ที่ต้องการคุกคามชาวอเมริกัน

The Washington Post กล่าวคือการบริหารของบารัค โอบามาในสมัยที่ 2 นี้ จะไม่มีการใช้กำลัง ไม่สร้างสงครามใหม่ ไม่มีการแทรกแซงครั้งใหญ่ แต่จะเป็นการทำงานร่วมกับพันธมิตร ซึ่งรวมทั้งรัฐบาลเยเมนด้วย และการตอบสนองโดยปฏิบัติการตรง (direct action) คืออาจจะพิจารณาให้มีการใช้ปฏิบัติการในลักษณะการส่งเครื่องบินไร้คนขับสอดแนมมากขึ้น

บารัค โอบามา แถลงนโยบาย State of the Union, Official White House Photo by Lawrence Jackson

บารัค โอบามา แถลงนโยบาย State of the Union, Official White House Photo by Lawrence Jackson

4. การดำเนินการเพื่อใช้เครื่องบินสอดแนมไร้คนขับอย่างโปร่งใส

State of the Union โอบามาระบุว่า เราต้องร่วมมือกันต่อสู้ตามค่านิยมของเรา และนี่เป็นสาเหตุว่าทำไมทีมบริหารของเขาจึงเร่งออกกฎหมายและกรอบทางนโยบาย อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งนี้ก็เพื่อนำไปสู่การต่อต้านการก่อการร้าย เราจะพยายามทำงานกับสภาคองเกรส แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เป้าหมายของเราเท่านั้น การกักกันและดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มก่อการร้ายนั้น ยังอยู่ภายใต้กฎหมายของเราและมีระบบที่สามารถตรวจสอบและถ่วงดุลในการใช้อำนาจนั้นได้ แต่เราจะพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้เกิดความโปร่งใสเพื่อชาวอเมริกันและผู้คนทั้งโลกด้วย

The Washington Post ในประเด็นนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า บารัค โอบามาให้คำมั่นที่สะท้อนให้เห็นว่าเขาจะทำให้การสังหาร (ใครก็ตามที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย-การก่อการร้าย) เป็นไปอย่างโปร่งใส ซึ่งเคยเป็นเรื่องที่ถูกปิดบังเก็บงำเป็นความลับมาโดยตลอด การทำให้มันโปร่งใสดังกล่าว สร้างข้อขัดแย้งได้ดังนี้ คือ อำนาจทางกฏหมายใดๆ ที่จะสามารถสังหารพลเมืองชาวอเมริกันได้ (เช่นเดียวกับกรณีที่ไตร่ตรองก่อนแล้ว อย่างการต่อต้าน Anwar al-Awlaki ชาวอเมริกันในเยเมน) รวมทั้งการโจมตีอย่างมีนัยสำคัญ ต่อบุคคลหรือกลุ่มใดที่มีลักษณะเป็นไปตามการจัดให้อยู่ในกลุ่มก่อการร้าย โอบามาจะอธิบายการใช้อำนาจดังกล่าวอย่างไร

5. ปิดล้อมเกาหลีเหนือ
State of the Union โอบามากล่าวว่า ความท้าทายของเราไม่ได้สิ้นสุดที่อัล กออิดะห์เท่านั้น แต่อเมริกาจะยังคงมีบทนำต่อไปในการป้องกันการแพร่กระจายอาวุธร้ายแรงในโลก ระบอบในเกาหลีเหนือนั้น จำเป็นต้องสำนึกต่อประชาคมโลกด้วย  การปลุกปั่นอย่างที่เราได้เห็นเมื่อคืนที่ผ่านมา (เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์) จะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องถูกโดดเดี่ยวในวันข้างหน้า เราจะยืนหยัดเคียงข้างพันธมิตรของเรา เสริมสร้างความแข็งแกร่งขีปนาวุธของพวกเราเอง เพื่อปฏิบัติการต่อภัยคุกคามเหล่านี้ได้

The Washington Post การปิดล้อมเกาหลีเหนือเป็นการคงสถานะของนโยบายสหรัฐอเมริกาต่อเกาหลีเหนือ ที่เน้นย้ำให้เห็นว่า ต้องปิดล้อมประเทศที่เป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ แม้ก่อนหน้านี้ โอบามาจะส่งสัญญาณให้เห็นว่าเขายินดีที่จะเกี่ยวพันทางการทูตกับเกาหลีเหนือ แต่สำหรับครั้งนี้เขาไม่ได้อ้างถึงเลย

6. ดำเนินการทูตกับอิหร่าน

State of the Union โอบามาระบุว่า ผู้นำอิหร่านต้องยอมรับการแก้ไขปัญหาทางการทูต เพราะความร่วมมือเป็นหนทางที่สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้และยังคงย้ำอีกครั้งว่า เรา (สหรัฐ) จำเป็นต้องปกป้องตัวเองจากอาวุธนิวเคลียร์

The Washington Post โอบามาย้ำข้อเสนอทางการทูตแก่อิหร่าน ให้เกิดการเจรจาเพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งการที่เขาย้ำว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องยุติโครงการนิวเคลียร์ทั้งหลายในที่นี้ อาจหมายถึงเขาจะพิจารณาการใช้กำลังทางทหารเพื่อการนี้ก็เป็นได้

7. ลดอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น

State of the Union ขณะเดียวกัน เราก็พยายามจะเข้าหารัสเซีย เพื่อแสวงหาช่องทางเพื่อลดการสั่งสมอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อทำให้โลกมั่นคง ปลอดภัยหากอาวุธร้ายดังกล่าวไปตกอยู่ในมือใครที่อาจจะกระทำผิดได้

The Washington Post การบริหารภายใต้การนำของโอบามา ปลอดภัยจากนิวเคลียร์ที่ถือเป็นประเด็นร่วมกับรัสเซียในช่วงวาระแรกที่เขาดำรงตำแหน่ง เพราะได้ทำความตกลงร่วมกันว่าด้วยยุทธศาสตร์ในการลดและจำกัดอาวุธจาก New START agreement

State of the Union บารัค โอบามา, Official White House Photo by Pete Souza

State of the Union บารัค โอบามา, Official White House Photo by Pete Souza

8. มุ่งเป้ากับความมั่นคงไซเบอร์

State of the Union ระบุว่า อเมริกาต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากการโจมตีบนโลกไซเบอร์อย่างรวดเร็ว ขณะนี้ เรารู้ว่าแฮกเกอร์ได้ขโมย ID ของประชาชนและแทรกซึมไปทางอีเมล์ส่วนตัวของพวกเขา เรารู้ว่าเป็นฝีมือจากองค์กรลับๆ จากต่างประเทศ และเป็นศัตรูของเราในตอนนี้ที่พยายามจะเป็นทำลายโรงไฟฟ้า สถาบันการเงิน ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของเรา

จนในที่สุด ผมได้เซ็นคำสั่งประธานาธิบดี เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ “ความมั่นคงไซเบอร์” มากขึ้น เพื่อพัฒนาและปกป้องความมั่นคงของประเทศชาติเรา งานของเรา สภาคองเกรสต้องผ่านกฎหมายเพื่อให้เรามีศักยภาพทางด้านความมั่นคง และปลอดภัยด้วยการป้องปรามจากการโจมตีไซเบอร์

The Washington Post ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าแถลงนโยบาย ฝ่ายข่าวกรองเพิ่งจะประเมินและเผยให้เห็นว่าสหรัฐได้กลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีทางไซเบอร์ แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ระบุให้เห็นว่า (น่าจะ) เป็นประเทศจีน การเซ็นคำสั่งประธานาธิบดีของโอบามา ทำให้เห็นว่า เขาให้ความสำคัญกับความมั่นคงไซเบอร์เป็นอันดับต้นๆ และนี่ถือเป็นการตอบโต้การแฮกข้อมูลของจีนที่นับวันจะรุกคืบเข้ามามากขึ้น

9. ทำความตกลงทางการค้ากับยุโรป

State of the Union การที่เราปกป้องประชาชนของเรา เราควรจะระลึกไว้เสมอว่า ปัจจุบันโลกเราไม่เพียงแค่ตกอยู่ในความอันตรายเท่านั้น ไม่ใช่แค่มีภัยคุกคาม แต่ยังมีโอกาสด้วย การส่งเสริมการส่งออกของสหรัฐ เอื้อให้เกิดการจ้างงานในสหรัฐ มีบทบาทมากขึ้นในตลาดของเอเชียที่กำลังเติบโต เรามีความตั้งใจที่จะทำให้การเจรจาในกรอบความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ประสบความสำเร็จ

ในคืนนี้ ผมขอประกาศว่า เราจะดำเนินการเจรจาหุ้นส่วนการลงทุนและการค้าแห่งแอตแลนติก (Transatlantic Trade and Investment Partnership) กับสหภาพยุโรป เพราะการค้าที่เป็นธรรมและเสรีจะได้รับการสนับสนุนจากคนนับล้านเพื่อให้อเมริกันสร้างงานได้

The Washington Post ความตกลงทางการค้ากับยุโรปนี้ เป้าหมายของโอบามา คือการค้าเสรีกับยุโรป ที่จะมีการลดภาษี แม้ว่าจะมีระดับภาษีระหว่างกันที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว ยังปลอดกำแพงภาษีอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร และผลิตภัณฑ์ต่าง ที่น่าจะทำให้เกิดผลดีทั้งต่อสหรัฐเองและสหภาพยุโรปด้วย แต่ก็อาจจะประสบความยุ่งยากมากกว่าที่คิดได้

10. ยุคสมัยของการปลอดจากโรคเอดส์

State of the Union ทุกวันนี้ ในหลายๆ แห่งครองชีพด้วยเงินน้อยกว่า 1 เหรียญดอลลร์ต่อวัน สหรัฐฯ จะพยายามร่วมมือกับพันธมิตรของเราในการกำจัดความยากจนภายใน 2 ทศวรรษข้างหน้า ด้วยการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเศรษฐกิจโลก เสริมอำนาจให้ผู้หญิงแข็งแกร่งมากขึ้น ให้โอกาสผู้คน ทั้งอำนาจ การศึกษา ที่จะทำให้ผู้คนรักษ์โลกด้วยการปกป้องเด็กๆ จากความตาย และให้ตระหนักต่อคำมั่นที่ว่า นี่จะเป็นเราจะต้องทำให้เป็นยุคแห่งการปลอดโรคเอดส์ให้ได้

The Washington Post อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ นางฮิลลารี คลินตันได้เคยกล่าวเป้าหมายนี้เป็นครั้งแรกในช่วงปลายปี 2011 หลังจากนั้น 1 ปี กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้เผยพิมพ์เขียวสำหรับการบรรลุเป้าหมายนี้ นี่คือประเด็นที่ยิ่งใหญ่มาก แต่สำนักงานเอดส์แห่งองค์การสหประชาชาติก็ระบุว่า มันสามารถประสบผลสำเร็จได้

บารัค โอบามา State of the Union address, Official White House Photo by Pete Souza

บารัค โอบามา State of the Union address, Official White House Photo by Pete Souza

11. วาทศิลป์นุ่มๆ กับการหว่านล้อมซีเรีย

State of the Union เราเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นความหวังอันทรงพลังมากจากย่างกุ้ง พม่า เห็นผู้คนบนท้องถนนโบกสะบัดธงชาติอเมริกัน และพูดว่า อยากให้ประเทศบ้านเมืองของเขา (พม่า) มีกฎหมายและมีความยุติธรรมอย่างในอเมริกา

ในเรื่องเสรีภาพด้านความมั่นคง เรายังคงให้ความสำคัญกับชาติแอฟริกาซึ่งเป็นพันธมิตรของเราอย่างเหนียวแน่น รวมทั้งยุโรปและเอเชียด้วย ในขณะที่ตะวันออกกลางนั้น เรายังคงยืนหยัดไปพร้อมกับพลเมืองที่เขาต้องการสิทธิอันเป็นสากลและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยอย่างมีเสถียรภาพ

เราพบว่ากระบวนการดังกล่าวสร้างความยากลำบาก และเราไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างในอียิปต์ แต่เราสามารถเคารพซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน เราจะยังคงกดดันระบอบซีเรียอย่างต่อเนื่อง ที่มีการสังหารประชาชนของตนเอง และสนับสนุนผู้นำฝ่ายต่อต้านที่เคารพสิทธิของชาวซีเรียนทุกคน และเราจะยังแน่วแน่ต่อจุดยืนนี้กับอิสราเอลด้วย ที่ยังคงดำเนินการด้านความมั่นคงเพื่อให้เกิดสันติภาพอย่างยาวนาน

The Washington Post โอบามาแสดงให้เห็นว่าจะส่งเสริม ซึ่งมีความหมายที่ให้ความรู้สึกแข็งกร้าวน้อยกว่าที่คลินตันและพาเน็ตตาเคยกล่าวไว้ ในแผนการให้ความสนับสนุนแก่กลุ่มต่อต้าน เขากำหนดเงื่อนไขว่าสหรัฐจะสนับสนุนกลุ่มที่เคารพต่อสิทธิของชาวซีเรียนทุกคน ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ได้หมายรวมถึงกลุ่มที่ทรงอำนาจที่สุดในซีเรีย ซึ่งกลุ่มนั้นอาจจะเชื่อมโยงกับอัลกออิดะห์

The White House  & The Washington Post

  • http://www.facebook.com/mynamechanchai.thailandck Chanchai CK

    สงสัยงานนี้สหรัฐกับจีนเอาจริง

    “ความร่วมมือสหรัฐกับจีนต้านภัยนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ”

    http://www.chanchaivision.com/2013/03/unandnorthkorea130308.html