กว่าหมื่นสามพันกิโล สองขาปั่นจากบางกอกถึงมอสโคว์
June 30, 2009

โดย The Red Road Project 2009
มีน้องชายคนนึงชื่อประหลาด เคยคุยกันถึงเรื่องนี้ เขาบอกสมัยเรียนประถม ไม่ชอบชื่อตัวเอง ปักชื่อตรงอกเสื้อนักเรียนยาวเกือบถึงรักแร้ เลยงอแง ไม่อยากไปโรงเรียน เพราะเขาชื่อ “อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ” ครูหว่านล้อมยังไงก็ไม่ได้ผล เลยเปลี่ยนชื่อเป็น “วัชรพล” เพื่อนๆ พี่ๆ คุณครูเรียกวัชรพล ตัวเขาเองก็เข้าใจมาตลอดว่าพ่อแม่เปลี่ยนชื่อให้แล้ว จนถึง ป.2 มีเหตุการณ์อะไรสักอย่างทำให้รู้ความจริงว่ายังคงชื่อเดิม เขาโกรธมากประสาเด็ก แต่พอโตขึ้นทำให้รู้ว่าชื่อประหลาดนี้มีประโยชน์ เพราะใครๆ ได้ยินแล้วก็นึกอยากเห็นหน้าทันทีแม้กระทั่งรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยก็แย่งกันให้เป็นน้องรหัสเพียงเพราะชื่อ
“แต่พอเห็นแล้วก็หมดความสนใจเลยอ่ะพี่”
หลังจากนั้นเขาก็ดำเนินชีวิตเป็นนายอาจิณโจนาธาน คนทำงานศิลปะธรรมดาๆ เรื่อยมา

มีคนบอกว่า “โจ” ไม่ใช่คน “ธรรมดา” แต่เป็นคน “ธรรมฮา” เพราะสร้างความเฮฮาและเสียงหัวเราะได้ทุกเวลาทุกสถานที่ นี่ถ้าไม่ตกร่องปล่องชิ้นไปกับศิลปะ โจอาจจะเป็นสมาชิกคณะตลกจนโด่งดังก็เป็นได้
มีช่วงหนึ่งดิฉันหายไปเที่ยวต่างจังหวัดนานไปหน่อย โจเข้ามาถามใน Hi5 ว่า พี่หาย ไปไหน แต่โจเองนะแหละที่ชอบหายไปบ่อยๆ และนานกว่า โผล่มาอีกทีพร้อมรูป ไปลาวมา ไปเวียดนามมา ไปฮ่องกงมา ก่อนหน้านี้ไปจีน เจอ เดวิด เบคแฮม ด้วย ผมทักเขาแต่เขาไม่ตอบ สงสัยไม่เข้าใจภาษาไทย (หว่ะ) ไม่นับทริปต่างจังหวัดที่โจไปโน่นมานี่ตลอด บางครั้งโจก็หายไปช่วยงานศิลปินต่างชาติที่มาแสดงงานศิลปะในเมืองไทย บางคราวโจก็เงียบหายไปกับสุราและเมรัย
ลืมถามว่าโจเคยไปกัมพูชารึเปล่า? เพราะโครงหน้าโจเหมือนพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อย่างแรง (นี่ชมนะ)

เวลาโจหายเงียบไป ก็เป็นอันเข้าใจว่าอีกสักพักก็กลับมาพร้อมเรื่องราวต่างๆ แต่มีอยู่วันหนึ่งราวกลางปีที่แล้ว โจนำเสนอ “โปรเจ็ค” ศึกษางานศิลปะในประเทศสังคมนิยม พวกเราฟังแล้วก็ตื่นเต้นได้ 1 คืน ช่วงนั้นก็เสนอนู่นนี่เฮฮาไปตามเรื่อง จากนั้นเรื่องนี้ก็เงียบไปเหมือนเดิม ประมาณ 1 ปี มั้ง
คืนวันฝนตกกระหน่ำกรุง โจนำเสนอ “อัครอภิมหาโปรเจ็ค” เดินทาง – ทำงานศิลปะ5 เดือน 5 ประเทศ ลาว เวียดนาม จีน มองโกเลีย รัสเซีย ไปคนเดียว ด้วยจักรยาน แถมยังตั้งชื่อโครงการเสร็จสรรพ
“LIVE YOUR ART RIDE YOUR WAY”
The Red Road Project 2009
ตอนนั้นนึกในใจ แกบ้าป่าววะโจ !!!!!!!!! และ $x*9#@+<.,?=%&!};’>X#

ไม่สิ นอกจากแกจะบ้าแล้วแกยังกล้าด้วย
จะว่าไปแล้วนักแสวงหาทั้งหลายคงเป็นแบบนี้ มีคนหาว่าบ้า มีคนเห็นความกล้า มีคนว่าประหลาด แล้วสุดท้ายพวกเขาก็ค้นพบ สมัยก่อน มาร์โค โปโล ก็เดินทางตามเส้นทางสายไหมมาถึงจีน เดวิด ลิฟวิงสโตน เกือบจะมาจีน แต่เกิดสงครามฝิ่นเลยเปลี่ยนเส้นทางไป สำรวจแอฟริกาแทน แล้วไฉนยุคสมัยใหม่นี้ อาจิณโจนาธาน คนทำงานศิลปะธรรมดาๆ จะเดินทางด้วยจักรยานไม่ได้
ทำไมไปคนเดียวหล่ะโจ
“ผมไปไหนมาไหนคนเดียวจนชิน”
ไม่กลัวเหงาเหรอ
“ไม่กลัวเหงา แต่กลัวหนาวมากกว่า” ฮ่าๆๆๆๆๆ
ปลายทางที่มอสโคว ช่วงสิ้นปีนี้อุณหภูมิน่าจะติดลบถึง 20 องศา แต่ไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวไป มันหนัก กะไปซื้อที่จีน

โจไม่ค่อยเตรียมเสื้อผ้าของใช้มากนัก จะหนักเป้ก็ตรงอุปกรณ์ศิลปะนี่แหละ ไม่นับกล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ สมุดบันทึก…ลืมถามว่าพกโน้ตบุ๊ครึเปล่า เพราะเขาจะส่งเรื่องราวข้ามประเทศ ตอนนี้เตรียมเปิดเว็บบล็อกแล้ว ช่างเป็นคนทำงานศิลปะที่ไฮเทคโนโลยีมั่กๆ
ที่เลือก 5 ประเทศ ก็เพราะสมัยก่อนเขาปิดประเทศ เลยอยากรู้ว่าศิลปะยุคก่อน ตามที่เคยเรียนกับสมัยนี้แตกต่างกันยังไง อีกอย่าง โจตั้งใจจะทำงานศิลปะในแต่ละที่ที่ไปด้วย ทั้งการวาด การแสดงสด ประติมากรรม บันทึกไว้เป็นภาพถ่าย และวิดีโอ แล้วกลับมาจัดนิทรรศการที่เมืองไทย
สิ่งที่คาดหวังคือการวิพากษ์วิจารณ์จากคนในพื้นที่ และผู้คนบนโลกไซเบอร์ เพราะโจเชื่อว่าแม้จะมีการขีดเส้นแบ่งประเทศ แต่สำหรับงานศิลปะนั้นไร้พรมแดน เป็น “ชีวิต” และเป็น “ภาษา” เดียวกัน

ไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง เพิ่งถาม เตรียมร่างกายพร้อมรึยัง?? เพราะปกติ “อาจิณโจนาธานจะยกแก้วเหล้าเป็นอาจิณ” จนแข็งแรงเฉพาะแขนกับคอ แต่เดือนกว่าที่ผ่านมาโจทำสิ่งที่แทบไม่เคยข้องแวะในชีวิต คือ การออกกำลังกาย ตอนนี้นอกจากจะแข็งแรงแล้วยังตัวดำเป็นเหนี่ยง

โจทำเสื้อยืดขายด้วย 200 ตัว ทุกตัวมีหมายเลขกำกับ ไม่มีซ้ำ (น่าภูมิใจสำหรับคนเป็นเจ้าของ) แล้วยังมีถุงผ้า เข็มกลัด ขายได้เยอะแล้ว งบประมาณสำหรับการเดินทางครั้งนี้น่าจะเกินแสน แต่นี่ยังหาได้ไม่กี่ตัง เพราะกะจะทำงานศิลปะแลกค่าที่พักและเงินเอาดาบหน้า (โอ๊ย!!! โจ แกช่างกล้า)

นี่เล่าให้เพื่อนรุ่นน้องฟัง เขาอยู่โคราช ซึ่งเป็นทางผ่าน ได้ข่าวว่าจะทำป้ายใหญ่โตให้กำลังใจ พร้อมกับ กรี๊ดๆๆๆๆ เตือนไปแล้วว่าระวังชาวบ้านแถวนั้นด่าเอา เหอๆ ไปกรี๊ดอะไรกับผู้ชายตัวดำขี่จักรยาน
ฟังแล้วตื่นเต้นนะคะ โจจะแถลงข่าวก่อนออกเดินทาง
เดินทางไปไหน? ก่อนออกต่างจังหวัดก็อยู่ในกรุงเทพฯ นี่แหละ ไปจุฬาฯ ทำงานศิลปะ ณ สถานที่ที่จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกโยนบก จากนั้นไปสำเพ็ง ทำงานศิลปะฉับพลัน ตรงที่ ดร.ซุน ยัด เซ็น ปาฐกถา แล้วออกกรุงเทพฯ เส้นทางอีสาน (ระหว่างทางช่วงที่ผ่านโคราชก็จะเจอป้ายให้กำลังใจและเสียงกรี๊ด ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ – อะหุ อะหุ)
แล้วก็มุ่งหน้าไป จ.สกลนคร จังหวัดที่จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกยิงเสียชีวิต จากนั้นก็ที่บ้านนาจอก อ.เมือง จ.นครพนม บ้านลุงโฮ

พ่อแม่พี่น้องแถวนั้นผ่านไปมา เห็นผู้ชายตัวดำ ก้มๆ เงยๆ อย่าเห็นเป็นสิ่งประหลาด ช่วยหาน้ำท่า ข้าวปลาอาหาร ชุบเลี้ยงด้วยนะคะ ศิลปินคนจนจำต้องทนปั่นรถถีบอ่ะคร่ะ จะดีที่สุดถ้าได้ที่พัก เพราะเขาจะขอที่นอนค้างคืนแน่ และแบบว่าเขาตัวดำแต่จิตใจงามค่ะ ถ้าได้นั่งล้อมวงคุยกับเขาอาจจะหัวเราะท้องคัดท้องแข็งจนเก็บมาฝันต่อ ฮ่าๆๆ
ไปนู่นมานี่ จังหวัดโน้น จังหวัดนี้ แถวอีสาน แล้วก็ออกลาวทาง จ.อุบลราชธานี
โจเคยชวน พี่ซื้อจักรยานป่ะ ถีบไปด้วยกัน ส่งผมที่ชายแดนไทย-ลาว หรือจะเข้าลาวไปส่งที่ชายแดนลาว-เวียดนาม
โจเอ้ย!!!! ช่างมองโลกในแง่ดี ประเมินกันสูงเกินไป อย่างพี่เนี่ยนะ แค่ลิฟท์เสียฉันก็ใจหายแว้บแล้ว ขึ้นบันไดไม่ไหว นับประสาอะไรกับปั่นจักรยานข้ามจังหวัด ส่งใจไปเชียร์ได้ป่ะโจ ง่ายดี แหะๆ

อีกอย่างที่จะบอกไว้ล่วงหน้า พี่ไม่รู้ว่าวันแถลงข่าวจะไปได้รึเปล่า ยังไงพี่จะคิดถึงโจทุกวัน จะเข้าเน็ตเช็คความคืบหน้าของโจทุกครั้งที่มีโอกาส รักษาสุขภาพด้วย อย่าลืมถุงเท้า และไฟฉาย จำเป็นมากๆ
ฝากสำหรับผู้ที่เข้ามาอ่านนะคะ
พบกับจักรยาน และอาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ ก่อนการเดินทางในวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 ที่หอศิลปกรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เวลา 14.00 น.
ล้อหมุนทันทีหลังแถลงข่าว
Comments
40 Responses to “กว่าหมื่นสามพันกิโล สองขาปั่นจากบางกอกถึงมอสโคว์”
Got something to say?






เล่าได้สนุกดี เราอ่านแล้ว เราชอบพอประมาณ (คือมากนั่นแหละ)
ว่าแต่ว่า กาน หรือแกน หรือแคน นี่ เป็นผู้หญิงเหรอ
คิกถึง ดูแลตัวเองด้วยนะ
ผ่านมานครพนม แวะ ญ ด้วยนะ
โทมาก็ได้ จะหาข้าวรอ
ภาพสวย ร้อยเรียงเรื่องราวสนุกดีค่ะ
งัย เก่งว่ะเรา สุดยอดเลยโจ้ พี่อยากทำอย่างเรามั่งว่ะ แต่ทำไม่ได้ 555++ ขอให้เดินทางสนุกนะ ความกลัวคือสิ่งที่ท้าทายกว่าระยะทางนะ ขอให้โจเดินทางแบบไม่กลัวเพื่อจะได้เจอในสิ่งใหม่ๆ
พี่แมคเอง
เจ๋งมาก…สู้ๆนะพี่โจ
เย้ เย้ เย้…. .อาจิณโจนาธานนนนนนนนน
แจ้งข่าวเพิ่มเติมว่า
เมื่อวานปั่นหนีฝูงหมาที่มหาสารคาม
เอาใจช่วยเกิดมาครั้งหนึ่งทำอะไรก็ทำไปเถอะน้องชายสู้ๆๆๆตายเดี๋ยวจะส่งกำลังทรัพย์ไปให้นะจ๊ะ/พี่จุ๊บ
ถึงไหนแล้วลูก ส่งข่าวด้วย
อย่าลืม กลับมาให้ได้
ใครติดต่อโจได้บ้างบอกด้วย พ่อมีธุระด่วนที่สุด สำคัญมาก
โทรไม่ติดเลค่ะ ไม่รู้เป็นไงบ้าง
เป็นห่วงพี่โจจังเลย สู้เข้านะ ไปตามความฝันเถอะพี่ น้องเอาใจช่วย
ภารกิจ….ตระเวณดื่มให้ครบทุกร้านเหล้าที่เดินทางผ่าน
ตอนนี้โจอยู่สวันเขตค่ะ
หลังจากพักยาวตั้งหลัก ๓ คืนที่ริมหนองหาร จ.สกลนคร
โจก็ออกจากเมืองสกลนคร ไปนอนที่ บ้าน พ.ต.ท.พอง แพงจันทร์ ที่อ.กุสุมาลย์ สกลนคร
เช้าก็ไป จ.นครพนม เมื่อเช้าที่ ๑๑ สค.ผ่านเมืองนครพนมไปนอนที่ อ.ท่าอุเทน ริมโขง
วันที่ ๑๒ สค.ไปนอนกับ จนท.อุทยานแห่งชาติ ภูลังกา อ.บ้านแพง จ.นครพนม
คืนที่ ๑๓-๑๕ นอนที่สวน”ลุงเอนก” ที่น้ำตกถ้ำพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อ.เซกา จ.หนองคาย
วันนี้ ๑๖ สค.๕๒ หลังจากแวะเที่ยวน้ำตกในเขตภูวัว ก็ปั่นไปนอนที่ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย
ลุงอ็อดรายงาน
ลุงอ็อดยอดเยี่ยมมาก
ที่นี่..ชุมนุมเกาะติดชีวิตโจ ฮ่าๆๆ
โจสู้ๆ
เมื่
อวานนี้ อาโสภณ นอภ.ลำปลายมาศ ส่งเสบียงให้ทางบัญชีกรุงไทย 0151509484
ได้รับแล้วตอบด้วย
อย่าลืม ต้องกลับมาให้ได้
พ่อ
โจออกจากปากเซรึยังคะ
ป่านฉะนี้ตัวคงดำปี๋
โจ สุดยอดปั่ให้ถึงดาวพลูโตเลยนะเฟ้ยยยย…
ถึงไหนแล้ว ส่งข่าวด้วย อย่าลืมต้องกลับมาให้ได้
พ่อ
ปล.ตอนนี้ กี้ได้บรรจุปลัดอำเภอแล้ว อยู่ลำปลายมาศ
[...] พร้อมกับบทความ “กว่าหมื่นสามพันกิโล สองขาปั่นจากบา…” ปรากฏสู่สายตามวลมหาชาว SIU [...]
[...] พร้อมกับบทความ “กว่าหมื่นสามพันกิโล สองขาปั่นจากบา…” [...]
ขอให้ท่านทำให้้สำเร็จ
โจ ตอนนี้คงออกจากวังเวียงแล้วสินะ หวังว่าอาการไข้คงดีขึ้น ยังไงก็จะเอาใจช่วยนะ นี่เราจากกันที่วังเวียงก็ใกล้ครบเดือนพอดี ขาดไปอีกแค่ สี่วันเอง ไปให้ถึงมอสโกเร็วๆนะ แล้วกลับบ้านมากินเบียร์ด้วยกัน
โจ เจอจักรยานยังวะเนี่ย เงียบไม่ได้ข่าวเลย
คราวหน้าก็อย่าชล่าใจไป พาหนะเป็นส่วนสำคัญอันดับต้น ๆ ของการเดินทาง
ต่อไปก็อย่าให้ไกลหูไกลตาแหละ เดี๋ยวจะได้กลับมาดื่มฉลองที่เมืองไทยก่อนกำหนดนะ
กูรออยู่
โจ ลูกรัก
สามเดือนกว่าแล้วที่ลูกเริ่มออกเดินทาง ทุกคนทางบ้านเป็นห่วงติดตามสอบถามข่าวของลูกอยู่เสมอ พ่อเองก็ติดตามลูกอยู่ทุกวัน เว็บไฃต์บ้างโทรศัพท์บ้างแล้วแต่โอกาส จนค่าโทรศัพท์เดือนที่แล้วกินไปสองพันกว่าบาท คิดว่ามันหนักเกินไปคงต้องหันมาใช้ช่องทางนี้
พูดถึงเรื่องโทรศัพท์พ่อเคยโทรไปคอลเฃ็นเตอร์เขาบอกว่าวิธีโทรประหยัดให้กด009แล้วตามด้วยระหัสประเทศตามด้วยหมายเลขปลายทาง เวียดนามนาทีละ14บาท พ่อก็ทำตาม
ปรากฏว่าพ่อลองเช็คดูเจอนาทีละประมาณ 40 บาท พ่อโทรไปคอลเฃ็นเตอร์ใหม่มันบอกว่า
ต้องจดหมายเลข009841………..ใส่กระดาษไว้แล้วต้องกดใหม่ทุกครั้ง ห้ามกดจากเบอร์ที่ได้รับหรือเบอร์ที่โทรออก ถ้ากดจากข้อมูลที่เคยใช้ต้องเสียนาทีละ38บาท โธ่ไอ้เวลล แล้วก็ไม่บอกให้หมดหลอกให้พ่อเสียเงินตั้งสองพันกว่า(ส่งน้องได้ตั้งครึ่งเดือน)
โจติดต่อน้องบ้างหรือเปล่า กี้บรรจุเป็นปลัดอำเภออยู่ที่ลำปลายมาศตั้งแต่เดือนสิงหาคม เงินเดือนออกเดือนแรกให้พ่อแม่ปู่ย่ายาย อา ป้าใส่ถุงพลาสติกปิดผนึกอย่างดีคนละ500บาทบอกด้วยว่าห้มใช้ให้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนน้องเมย์ปิดเทอมกลับบ้านพ่อให้ไปอยู่กับ
กี้ที่ลำปลายมาศเพราะช่วงนั้นพ่อติดสอบ(พ่อเกือบจบแล้วนะ สิ้นเดือนนี้ลงทะเบียนเทอมสุดท้าย โจต้องแข่งกับพ่อว่าใครจะจบก่อนใคร) ออกจากลำปลายมาศน้องเมย์ไปเข้าค่ายอาสาพัฒนาที่ทองผาภูมิ กาญจนบุรี สิบกว่าวันตอนนี้กลับกรุงเทพแล้วอยู่หอพัก คงไม่มีเวลากลับบ้านช่วงนี้เพราะอีกไม่กี่วันก็เปิดเทอมแล้ว(พ่อเคยเข้าไปในไฮไฟเห็นว่าน้องคงจะเป็นกรรมการหรือผู้ช่วยเลขา สโมสรสิงห์ดำอะไรนี่แหละ เห็นแต่ประชุมๆๆๆๆ ถ้าเกรดไม่ถึง 3 พ่อจะตัดเงินเดือน สู้พ่อก็ไม่ได้พ่อ3.08 ฮิๆ)
พอแค่นี้ก่อนนะลูก พ่อไม่เคยพิมพ์อะไรนานขนาดนี้ เคยแต่ใช้คนอื่น ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกให้ปลอดภัยตลอดการเดินทาง อย่าลืมต้องกลับมาให้ได้ รักและคิดถึงลูกเสมอ
คนทุกคนย่อมมีความฝันเป็นของตัวเอง…..ป้าขอให้หลานของป้าประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวังป้ามีเพียงกำลังใจที่ส่งมาพร้อมความห่วงใย……..รักษาสุขภาพด้วย………จงฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง
เมื่อวานผมได้รับข่าวจากโจ เห็นว่ากำลังสนุกอยู่กับการพักผ่อนการเดินทาง ในมหาวิทยาลัย
แห่งหนึ่งในเมืองกวางเจา ทางตอนใต้ของจีน สนุกตรงใหนนะเหรอก็มหาวิทยาลัยแห่งนี้เค้ามีเบียร์ขายกันในนั้น ดื่มกันในนั้นได้ตลอด 24 ชม. เลยไงหละ แถมทีเด็ดยังมีบรรดาอาหมวยนักศึกษา โจบอกว่าพวกเธอ สวย ๆ กันทั้งนั้นเลย ยังงี้จะไม่สนุกได้ยังไง ว่าแล้วเราก็อยากเห็นรูปว่าอันที่จริงเนี่ย มันโม้ป่าววะ เลยคะยั้นคะยอ (เขียนงี้ป่าว) ให้โจอัพโหลดรูปลง facebook เดี๋ยวนี้เลย แต่กลับได้คำตอบว่า
“·in china cant to use facebook
and they block many website
hard to upload
im in gaungzhu ”
at here very fun . there have beer inuniversity too
I can drink every time
and chiniess girl very nice
i will stay here in a days
and then i will go to Shanghai ”
เออยังไงก็ขอให้มีความสูขกับการเดืนทางก็แล้วกันนะ
เป็นไงบ้างหวังว่าคงสบายดีนะตอนนี้พี่จุ๊บอยู่ที่หาดใหญ่ขับรถมาจากบ้านเราเหนื่อยมากมาอบรมเฉพาะทางที่ มอ.ดูแลตัวเองนะทุกคนที่บ้านเค้าห่วงโจมากนะยายถามทุกวันว่าโจสบายดีไหมยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆๆนะรีบกลับมานะทุกคนรออยู่นะจ๊ะ
โจ เป็นงัยบ้าง สบายดีรึเปล่า ถึงไหนแล้ว นี้โอ้เองน่ะ จำได้ไหมเพื่อนตั้งแต่สมัย ป.5(โรงเรียนนางรองสังขกฤษอนุสรณ์) เพิ่งรู้ข่าว ก็เป็นกำลังใจให้น่ะ สู้สู้
ขออัพเดทข่าวของโจครับ ( 20 Nov 09 ; 11 :18 AM)
“ตอนนี้ผมอยู่ที่เมืองหางโจว ห่างจากเซี่ยงไฮ้ประมาณสามร้อบกิโลเมตร
เอาจักรยานขึ้นรถไฟมาจากเฉินเจิ้น อากาศตลอดทั้งวันมาถึงประมาณสององศา ฝนตกปรอยๆทั้งวัน
หนาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เท้า นิ้ว จมูก แทบไม่มีความรู้สึก
คาดว่าจะอยู่นี่สองวัน ก่อนจะเริ่มปั่นจักรยานขึ้นเหนือไปปักกิ่ง
ถ้าสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้อีกจะหาทางส่งรูปให้ดูนะครับ”
โจ
ข่าวจากโจครับ
“สบายดี ไม่ต้องห่วง
ตอนนี้ได้สตูดิโอ ทำงานอยู่ที่เซี่ยงไฮ้
คงอยู่ที่นี่ซักหนึ่งอาทิตย์ ที่นี่สนุกดี
มีเพื่อนเยอะ อากาศหนาวมาก”
ตอนนี้โจพักอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ต่ออีกเดือนครับ ได้สตูดิโอทำงานที่นั่น
ถ้าใครได้ฝ่านไปที่นั่นอย่าลืมแวะไปทักทายบ้างนะครับ
พี่ของไอ้ กี้ สู้ๆนะพี่ สุดยอดหวะ ทำให้ได้นะพี่เป็นกำลังใจให้ สู้
พี่ๆครับ อยากได้เสื้ออะพอจามีขายไหม แล้วจาซื้อได้ที่ไหน ใครรู้ช่วยเมลล์มาที่ charan_p@advanceagro.com นะครับขอบคุณครับ
โจ ลูกรัก
พ่อคิดว่าขณะนี้ลูกคงอยู่ในจีน อีกหลายวันกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง กำหนดการเดิมที่คาดว่าจะกลับมาฉลองปีใหม่ที่บ้านคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่เป็นไรขอให้ลูกพยายาม
ให้ถึงที่สุดทุกคนเอาใจช่วยอยู่
พ่อคงต้องจบเพียงเท่านี้ เขียนยาวทีไรเวลาส่งหายทุกทีสี่ห้าครั้งแล้ว ขอคุณพระศรีรัตนตรัย บุญบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลายช่วยคุ้มครองลูก
ให้อยู่รอดปลอดภัยตลอดการเดินทาง และสำคัญที่สุดต้องกลับมาให้ได้
พ่อ
โจยังพักที่เซี่ยงไฮ้
ต่อไปอีกอย่างน้อยสามเดือนนะครับ
ถึงไหนแล้ววะมึง โชคดีนะโว้ย
lucky ” _ “