ศาลนิวยอร์กจำคุกสูงสุด 150 ปี “จอมโกงมาดอฟฟ์”คดีแชร์ลูกโซ่ 65,000 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความสะใจของเหยื่อนักลงทุนหลายร้อยคน เผยสั่งยึดทรัพย์สินกว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์ ทำเนียบขาวชี้เป็นอุทาหรณ์นักลงทุนคิดโกงชาวบ้าน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลแขวงกรุงนิวยอร์ก ได้พิพากษาจำคุกนายเบอร์นาร์ด มาดอฟฟ์ อดีตประธานตลาดหุ้นแนสแด็ก และมหาเศรษฐีนักลงทุน วัย 71 ปี ในคดีฉ้อโกงบริหารแชร์ลูกโซ่หลอกลวงนักลงทุน มูลค่า 65,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นเวลา 150 ปี ท่ามกลางความยินดีของเหยื่อนักลงทุนหลายร้อยคนทั้งในและนอกศาล โดยศาลได้ประนามนายมาดอฟฟ์ว่า เขาได้ก่ออาชญากรรมชั่วร้ายอย่างพิสดาร ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน โดยไม่มีใครแสดงเห็นใจเขาแม้แต่รายเดียว ขณะที่นายมาดอฟฟ์กล่าวขอโทษต่ออาชญากรรมที่เขาก่อขึ้น ระบุว่า เขากำลังอยู่ในภาวะที่รับรู้ความเจ็บปวดและความทุกข์ทนที่เขาได้สร้างไว้ แต่ยังคงยืนยันว่า เขาก่อคดีฉ้อโกงนี้เพียงคนเดียว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันศุกร์ ผู้พิพากษาได้ตัดสินว่า นายมาดอฟฟ์จะต้องมอบผลประโยชน์จากทรัพย์สินทั้งหมดที่ประเมินว่ามีมูลค่า 170,000 ล้านดอลลาร์ของเขา จากการดำเนินคดีฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่ ขณะที่นางรุธ มาดอฟฟ์ ภรรยา จะต้องถูกปรับผลประโยชน์จากทรัพย์ทั้งหมดที่มี รวมทั้งทรัพย์สินจำนวน 80 ล้านดอลลาร์ซึ่งเธออ้างว่าเป็นของเธอ ขณะที่อัยการได้ยื่นโทษจำคุกสูงสุด 150 ปี แก่นายมาดอฟฟ์ พิจารณาจากจำนวนเหยื่อที่เขาหลอกลวง,จำนวนเงินหลอกเหยื่อ และความเสียหายที่เขาได้ก่อแก่สาธารณชน
รายงานระบุว่า ระหว่างการไต่สวนคดีฉ้อโกงประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ซึ่งมีเหยื่อเข้าร่วมฟังคำพิพากษากว่า 250 ราย มีการเปิดเผยปากคำจากเหล่าเหยื่อว่า พวกเขาถูกทำลายชื่อเสียงอย่างไรกับคดีฉ้อโกงของนายมาดอฟฟ์ เหยื่อวัย 80 ปี รายหนึ่งเปิดเผยว่า นายมาดอฟฟ์ได้หลอกลวงเธออย่างหน้าตายเมื่อครั้งที่สามีเธอเสียชีวิตว่า เงินลงทุนของสามีเธอจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา ทำให้เธอนำเงินออมหมดทั้งชีวิตมาลงทุนกับนายมาดอฟฟ์ และเงินทั้งหมดของเธอก็สูญสลายไป
ส่วนเหยื่อหญิงวัย 60 ปี รายหนึ่งบอกว่า นายมาดอฟฟ์ได้วางแผนแชร์ลูกโซ่ฉ้อโกงผู้คนมานานกว่า 20 ปีแล้ว และเธอเชื่อว่าภรรยาและลูก ๆ ของเขารู้เรื่องพวกนี้ แต่นายมาดอฟฟ์พยายามปกป้องครอบครัวของเขา
ทั้งนี้ นายมาดอฟฟ์ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ปี 2008 ฐานดำเนินธุรกิจแชร์ลูกโซ่ฉ้อโกงประชาชน โดยอัยการระบุว่า ในธุรกิจดังกล่าว นายมาดอฟฟ์ได้สั่งห้ามลูกจ้างของเขา ทำเอกสารบัญชีปลอม และเอกสารผลตอบแทนสูงปลอม และทำเอกสารการเงินปลอมอื่น ๆ แก่เจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่เหยื่อของเขามีมากมายตั้งแต่บุคคลดัง,มูลนิธิ,ผู้จัดการการเงิน, สถาบันการเงิน รวมทั้งบุคคลบันเทิงอย่างสตีเฟ่น สปีลเบิร์ก,เควิน เบคอน ซาซา กาบอร์ และอีกหลายราย
ทางด้านทำเนียบขาวกล่าวว่า การตัดสินคดีนี้ของศาลถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนต่อนักลงทุนว่าจะต้องบริหาร เงินของผู้คนอย่างรอบคอบและไม่หลอกลวงสาธารณชน
ที่มา : มติชนออนไลน์
…………………….
ความเห็น SIU
1. คนไทยจำนวนมาก มักจะโทษตลาดหุ้นไทย ระบบธรรมาภิบาลไทย การคอร์รัปชั่น จึงทำให้เกิดการงอมืองอเท้า รอคอยแต่โชคชะตา และมักจะอ้างเสมอๆว่า ถ้าตนเองเกิดในประเทศอเมริกาแล้วจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แต่กรณีการฉ้อโกงของนายมาดอฟฟ์นี้ ได้ชี้ให้เห็นว่า
“ชีวิตที่ดีต้องรู้จักพัฒนาปัญญา ทั้งในการต่อสู้แข่งขัน และเอาชนะความคดโกงโหดร้ายไม่ว่าเกิดที่ไหน ก็ไม่มีเรื่องง่ายสำหรับชีวิต”
2. อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงระบบตรวจสอบและเอาผิดผู้ฉ้อฉลของอเมริกา ก็ย่อมดีกว่าประเทศไทย ดังนั้น จึงไม่ใช่ข้ออ้างที่นักการเมืองและนักธุรกิจจะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากสังคม
แต่กระนั้น ก็อย่าหวังว่า อเมริกาหรือประเทศอื่นใด จะหยิบยื่นความยุติธรรมให้ประเทศไทย เช่นเดียวกับที่มอบให้กับประชาชนตัวเอง
เช่นเดียวกับ “ข้อ 1″ คนไทยและประเทศไทย ก็ต้องเรียนรู้ที่จะพัฒนาปัญญาเพื่อสร้างความก้าวหน้าให้ประเทศชาติ ท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบของร้อยกว่าประเทศบนโลกใบนี้
