ธปท.ชี้ศก.ปี “51″ โตแค่ 3.5% ปี “53″ ถึงจะเจอขาดดุลแฝด
January 31, 2009
เมื่อวันที่ 30 มกราคม นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเดือนธันวาคม 2551 หดตัว 3% เทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2551 เนื่องจากการบริโภค การส่งออกลดลง ส่วนไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 ธปท.คาดว่า มีโอกาสถึง 59% ที่จะหดตัว 0.5-2% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้เศรษฐกิจปี 2551 ขยายตัวระหว่าง 3-3.5% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.6% ส่วนอัตราเงินเฟ้อในเดือนธันวาคม 2551 อยู่ที่ 0.4% ชะลอลงจากเดือนพฤศจิกายน 2551 ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.8% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2551 อยู่ที่ 5.5% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.4%
ปี”50″ขาดดุลเดินสะพัด6.3พันล.
ทั้งนี้ ธปท.รายงานว่า ในเดือนธันวาคม 2551 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หดตัวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ คือ 18.8% เทียบกับ 14.9% เดือนพฤศจิกายน โดยหดตัวในทุกหมวด ตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และเหล็ก เช่นเดียวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ที่ลดลงจาก 59.4% ในเดือนพฤศจิกายน มาอยู่ที่ 58.9% ในเดือนธันวาคม จากการผลิตเพื่อส่งออกที่ลดลง ส่งผลให้ในปี 2551 ผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัว 5.3% ชะลอลงจาก 8.2% ในปีก่อน ส่วนดัชนีการลงทุนเอกชนหดตัว 2.6% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปี 2550 ส่งผลให้ในปี 2551 ขยายตัว 2.9%
สำหรับดุลการค้าในเดือนธันวาคม 2551 เกินดุล 496 ล้านเหรียญ เมื่อรวมกับดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุล 405 ล้านเหรียญ จากการลดลงของรายรับจากการท่องเที่ยว และรายจ่ายจากการส่งกลับกำไร ตลอดจน เงินปันผลภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนธันวาคม 2551 เกินดุล 91 ล้านเหรียญ ทำให้ปี 2551 การค้าเกินดุล 237 ล้านเหรียญ ลดลงจากที่เกินดุล 11,572 ล้านเหรียญ ในปี 2550 ขณะที่การส่งออกขยายตัว 16.8% และการนำเข้าขยายตัว 26.4% อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายรับด้านการท่องเที่ยว และการส่งกลับ กำไรและเงินปันผลภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2551 ขาดดุล 178 ล้านเหรียญ หรือ 6,320 ล้านบาท จากที่เกินดุลถึง 14,049 ล้านเหรียญ หรือ 492,000 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า
“แต่ยืนยันว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี เพียงแต่จะต้องจับตาดูการว่างงานเป็นพิเศษ เนื่องจากเพราะเริ่มมีสัญญาณการจ้างงานที่ลดลงในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา” นางอมรากล่าว
ปี”53″ถึงจะเจอขาดดุลแฝด
สำหรับแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2552 นางอมรากล่าวว่า มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะหดตัว 2% ซึ่งแย่กว่าช่วงเดียวกันปี 2551 ที่ขยายตัวถึง 6% อย่างไรก็ตาม ธปท.มองว่าการที่ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ควบคู่กับมาตรการการคลังของรัฐบาล น่าจะทำให้ไตรมาสแรกของปีนี้เศรษฐกิจไทยจะหดตัว 0.5% หรือมากที่สุดอาจจะหดตัวถึง 2%
ส่วนกรณีที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นห่วงว่าประเทศไทยอาจจะขาดดุลแฝด นางอมรากล่าวว่า เท่าที่ดูในปี 2551 ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยอยู่ในระดับสมดุล คือใกล้เคียงกับศูนย์ เนื่องจากดุลการค้าเกินดุลประมาณ 200 ล้านเหรียญ ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุลประมาณ 200 ล้านเหรียญ จึงมีโอกาสที่ปี 2552 ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดจะมีโอกาสเกินดุลหรือจะสมดุล แต่หากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปี 2552 จะทำให้ไทยมีการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในปี 2553 มีโอกาสที่ดุลบัญชีเดินสะพัดจะติดลบได้ 1,000-1,500 ล้านเหรียญได้
ที่มา – มติชน
ความเห็น SIU:
ธปท. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสิ้นปีออกมาแล้ว เพื่อให้ใช้พิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจในระยะถัดไป แต่ SIU เห็นว่าการพยากรณ์โดยใช้สถิติจากอดีต สามารถทำได้ในสถานการณ์ปกติ ไม่ใช่สถานการณ์พิเศษ ซึ่งมักต้องพิจารณาปัจจัยอื่นผสมผสาน
สถานการณ์ป้จจุบันไม่สามารถพิจารณาจากมุมมองด้านเศรษฐกิจได้เพียงอย่างเดียว อย่างน้อยต้องพิจารณาจากบริบท Geopolitics (การเมืองระหว่างประเทศ) เพิ่มเติม
Comments
Got something to say?





