ไอเอ็มเอฟ อียู และ ธนาคารโลก อัดเงินช่วยฮังการี 2.5 หมื่นล้านเหรียญ หลังยูเครนและไอซ์แลนด์รับความช่วยเหลือไปแล้ว เตรียมช่วยเพิ่มอีกสองประเทศ
สององค์กรโลกบาลและอียู ผนึกกำลังให้ฮังการีกู้เงินแก้วิกฤตเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบจาก วิกฤตการเงินโลกที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่สหรัฐฯ แพ็คเกจการเงินมูลค่า 2.5 หมื่นล้านเหรียญ มาจาก IMF 1.6 หมื่นล้านเหรียญ, 8 พันล้านเหรียญจาก อียู และอีก 1 พันล้านเหรียญจากธนาคารโลก ซึ่งเงินกู้จำนวนนี้มากกว่าที่ยูเครนได้รับเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ และเมื่อวันก่อน ไอซ์แลนด์เพิ่งขอยืมเงิน 2 พันล้านเหรียญ จากไอเอ็มเอฟเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเงินในประเทศ ซึ่งทำให้ธนาคารในประเทศล้มไปแล้วถึงสามแห่ง ทั้งยังมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นไปถึง 18% จาก 12% อีกด้วย นอกจากทั้งสองประเทศนี้ หน่วยงานองค์กรโลกบาล และอียูกำลังพิจารณาเงินช่วยเหลือให้แก่ประเทศปากีสถาน และเบลารุสเซีย อีกด้วย โดมินิค สเต้าส์คาห์น ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟกล่าวว่าเงินกู้นี้ “เพื่อช่วยกู้ความมั่นใจให้กับนักลงทุน และเพื่อบรรเทาความกดดันจากตลาดการเงินของฮังการีอีกด้วย” ซึ่งแพ็คเกจครั้งนี้รวมถึงมาตรการที่จะ “สนับสนุนสภาพคล่องเงินตราทั้งในและต่างประเทศอย่างเพียงพอ รวมไปถึงระดับเงินทุนสำรองที่มากพอสำหรับระบบธนาคารในฮังการี” ที่มา – บีบีซี1, บีบีซี2
ปธ.มูลนิธิราชประชาฯ รักในหลวงให้อยู่บ้าน สมชายรับลูก “เปรม-สุเมธ” กองทัพห่วงคนไทยขัดแย้งในหลวงไม่สบายพระทัย
ที่ศูนย์การประชุมในชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร นายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวระหว่างเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเรื่อง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ” ตามโครงการสัมมนา “เวทีเติมหัวใจให้สังคม เชื่อมร้อยใจเครือข่าย จากภูเขาสู่มหานที ครั้งที่ 1 ” ซึ่งเครือข่ายอนุรักษ์ใน จ.ชุมพร จัดขึ้น โดยกล่าวว่า ถึงความขัดแย้งของสังคมไทยในปัจจุบันว่า ที่ผ่านมาได้ไปพูดมาแล้ว 19 จังหวัด สำหรับผู้ที่มาฟังในครั้งนี้ไม่ทราบว่าเป็นพรรคพวกไหน จะเป็นฝ่ายพันธมิตร (พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย) หรือ นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็ดี ขอเรียนความจริงอันหนึ่งว่า ถ้าทุกคนรักในหลวงไม่ต้องไปทำนาที่ทำเนียบ หรือไปแสดงพลังที่ไหน “ถ้ารักในหลวงให้อยู่ชุมพร ไม่ต้องไปที่อื่น รักในหลวงให้อยู่บ้าน รักในหลวงให้กลับบ้าน คุณไปแสดงพลังตรงนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย รังแต่จะทำให้เกิดความแตกแยก ผมกล้าพูดตรงนี้เพราะผมเป็นตัวจริงเสียงจริงนะครับ รับพระราชกระแสมาเองว่า พวกเราต้องขยาย ทำอย่างไรให้เขาทราบว่า เรามีหน้าที่และทำหน้าที่อะไร ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ผมไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก ผมรู้อย่างเดียวว่า ผมอยู่พรรคในหลวง และพรรคนี้ใหญ่โตมาก” นายดิสธรกล่าว [...]
ศก.ไทยถึงจุดต่ำสุดไตรมาสแรกปี 52 อุ๋ยหนุนรัฐลงขันกองทุนซื้อหุ้นบลูชิพ คลังค้านกองทุนซื้อหุ้น
นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2552 มีโอกาสขยายตัวว่าระดับ 3.8% ตามภาวะเศรษฐกิจโลก “การทำสถิติจะเป็นการประมาณถึงความเป็นไปได้ จีดีพีตรง 3.8-5% มีน้ำหนัก 60-70% แต่โอกาสหลุด ก็มีบ้าง” นางอมรากล่าวว่าความเป็นไปได้จากประมาณ การ อาจเลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เห็นได้ชัดจากหุ้นและค่าเงินใน ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา “ในไตรมาสแรกปีหน้า เศรษฐกิจสหรัฐอาจลงแตะจุดต่ำสุด ซึ่งในส่วนเศรษฐกิจไทยก็อาจจะลงแตะจุดต่ำสุดเช่นกัน” ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอแนะให้ภาครัฐ และเอกชน จัดตั้งกองทุนขนาดใหญ่เข้าลงทุนในหุ้นบลูชิพ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ฝากเงิน ที่ขณะนี้คนไทยมีเงินฝากรวมประมาณ 9.85 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ การตั้งกองทุนขนาดใหญ่ ยังเป็นการพยุงราคาหุ้นและสร้างเสถียรภาพในตลาดหุ้นไทยด้วย “ราคาหุ้นทั่วเอเชียลดลงอย่างมากเกิด จากนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นเพื่อนำเงินกลับเข้าไปแก้ปัญหาในประเทศสหรัฐ และยุโรป ที่มีปัญหาเรื่องซับไพร์มคงใช้เวลากว่าเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปจะฟื้นตัวกลับ มา และโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยก็คงอีกนานพอสมควร” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะให้ธปท.,ตลาดหลักทรัพย์,ธนาคารพาณิชย์หรือ [...]
จำลองยันสนธิโจมตีสุเมธ ไม่ใช่มติแกนนำ เสน่ห์ย้ำ กก.สิทธิฯ ยังไม่ได้สรุป 7 ตุลา
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำอีกราย แสดงความไม่เห็นด้วยและโจมตีที่นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เสนอทางออกเสวนา 4 ฝ่าย เพื่อยุติความรุนแรง ว่า ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะแสดงความคิดเห็น โดยไม่ใช่มติของแกนนำ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่กระทบกับความนิยมของกลุ่มพันธมิตรฯ จนทำให้เสื่อมลง เมื่อถามถึงกรณีที่มีกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แสดงความสมานฉันท์กันที่ จ.นครราชสีมา นั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า เชื่อว่าไม่ใช่การสร้างภาพ และถือเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า ที่จะมีการกระทบกระทั่งกัน “เสน่ห์”ย้ำพันธมิตรฯ กก.สิทธิฯยังไม่ได้สรุป 7 ตุลา ด้านนายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอ้างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้สรุปผลการสอบสวนเหตุสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค.แล้ว และมีผู้กระทำความผิด 2 คนคือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์วันดังกล่าว [...]
เพิร์กเล็งความเสี่ยงไทยขึ้นอันดับสองปีหน้า มีสิทธิ์เลวร้ายหนักอีก
บริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงการเมืองและเศรษฐกิจ (Political and Economic Risk Consultancy – PERC) ของฮ่องกง จัดอันดับความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทยขึ้นเป็นอันดับสองรองจากอินเดีย โดยปรับระดับความเสี่ยงสูงขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ในขณะที่มาเลเซียตามมาเป็นอันดับสาม จากปัญหาการเมืองในประเทศ ภาพจาก PERC ทั้งนี้เพิร์กมองว่าความเสี่ยงของไทยในปี 2552 ยังเป็นความต่อเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองจากปีนี้ การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างชนชั้นนำจะยิ่งตอกลิ่มความขัดแย้งระหว่างคนเมืองและชาวนาในชนบทมากยิ่งขึ้น ทั้งยังกัดกร่อนคุณภาพของสถาบันหลักๆของไทย โดยสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบสุดๆของไทยคือ การที่มีบุคคลสำคัญเสียชีวิตก่อนที่ปัญหาทางการเมืองจะคลี่คลาย ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความรุนแรงระหว่างชนชั้นนำที่กำลังช่วงชิงอำนาจทางการเมืองในขณะนี้ เพิร์กมองความเสี่ยงของอินเดียมาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากการเลือกตั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง รวมทั้งความรุนแรงและการก่อการร้ายที่ดำรงอยู่ โดยความเสี่ยงทางการเมืองอาจมาจากประเทศปากีสถานซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังประสบกับการต่อสู้กับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย และปัญหากรณีนี้จะส่งผลกระทบต่อการเมืองภายในของอินเดียได้ ในขณะที่ในมาเลเซียซึ่งมีประวัติความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติและเรื่องศาสนามายาวนาน รวมทั้งการต่อสู้ระหว่างพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยนายอันวาร์ อิบราฮิม กับพรรคอัมโนยิ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้กับมาเลเซียเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพิร์กมองว่ามี 4 ประเทศคือ อินเดีย, ไทย, มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับ 6 ขึ้นไป ในขณะที่ประเทศอย่าง ฮ่องกง, ออสเตรเลีย และ สิงคโปร์ เป็นสามประเทศที่มีความเสี่ยงในระดับต่ำสุด ที่มา – บทสรุปผู้บริหารของ PERC (เอกสาร PDF)
ยังแพดร้องอนุพงษ์ปิดเว็บหมิ่น มั่นใจป้ำทุ่ม 500 ล้านสร้างเกตเวย์บล็อกเว็บหมิ่น
เมื่อวันที่ 28 พย. 51 เมื่อเวลา 14.30 น. ที่กองทัพบก กลุ่มเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ หรือ กลุ่มยังแพด จำนวน 10 คน นำโดยนายวสันต์ วานิชย์ ผู้ประสานงาน ยังแพด เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผูบ.ทบ.ตรวจสอบ และดำเนินการต่อสื่อที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยในจดหมายเปิดผนึกได้อ้างถึงรายชื่อเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบัน คือ เว็บไซต์ www.prachatai.com และ www.sameskybook.org โดยเรียกร้องให้ทางผบ.ทบ.ดำเนินการปิดเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 พุทธศักราช 2550 และหากกองทัพบก ไม่สามารถดำเนินการได้ ทางกลุ่มยังแพดจะเข้ามาดำเนินการปิดเว็บไซด์ดังกล่าวเอง ด้านนายมั่น พัธโนทัย รมว. ไอซีที ให้สัมภาษณ์ว่าเกือบ 86% ของเว็บหมิ่นล้วนอยู่ต่างประเทศ และกระทรวงไอซีทีจะให้ความสนใจกับเว็บหมิ่นมากกว่า เว็บโป๊ หรือเว็บที่เกี่ยวข้องก่อการร้าย ทั้งนี้กระทรวงไอซีทีมีแผนจะลงทุน 100 – 500 ล้านบาทเพื่อสร้างเกตเวย์คอยบล็อกเว็บหมิ่นในต่างประเทศเหล่านี้ ที่มา – [...]
ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นำเครือข่ายสานเสวนาให้กำลังใจสุเมธ
28 ตค. ที่ห้องประชุมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย การประชุมคณะทำงานเครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม เพื่อติดตามประเมินผลการจัดกิจกรรมประชุมใหญ่เครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรมเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา ก่อนการประชุมการหารือกรณีที่เครือข่ายได้เรียนเชิญ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล มาเป็นผู้กล่าวปาฐกถานำในการประชุมใหญ่ดังกล่าว เพื่อให้สติและข้อคิดเห็นแก่ผู้เข้าร่วมประชุมที่เห็นพ้องต้องกันว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ควรที่จะใช้วิธีการสานเสวนาระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อลดหรือยุติข้อขัดแย้งซึ่งอาจนำไปสู่การใช้กำลังที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากจะเยียวยาในระหว่างคนในชาติที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้จนเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์จากบางฝ่ายนั้น นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ อุปนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในฐานะคณะทำงานเครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรมแถลงว่า ทางเครือข่ายใคร่ขอแสดงความเห็นใจและขอเป็นกำลังใจให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้ผู้รักความเป็นธรรมและสันติ ได้ร่วมกันปกป้องผู้ที่กล้าหาญและหวังดีต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งมิได้ให้ร้ายหรือโจมตีใคร แต่ได้ให้ข้อคิดที่สร้างสรรค์ต่อทุกฝ่ายไม่ให้ถูกทำลายโดยไม่เป็นธรรมและไม่มีโอกาสปกป้องตนเอง หากสังคมและสื่อมวลชนไม่ปกป้องผู้ใหญ่ที่เสียสละและกล้าหาญเช่นนี้ ต่อไปจะไม่มีใครแสดงความเห็นที่ถูกต้องให้สังคมได้พิจารณาอีก นายประสงค์กล่าวด้วยว่า แม้ว่าการดำเนินการของเครือข่ายฯ ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากฝ่ายต่างๆ แต่ทางเครือข่ายฯ ยังยืนยันที่จะรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่คาดหมายไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า การเคลื่อนไหวของเครือข่ายฯ ย่อมมีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า หากมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง คนในสังคมจะมีความเข้าใจและเข้ามาร่วมกิจกรรมกับเครือข่ายฯ มากยิ่งขึ้น ที่มา – กรุงเทพธุรกิจ
ตำรวจสกัดแผนนีโอนาซีลอบสังหารโอบามา
เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนกลางกล่าวว่า มีคนร้ายสองคนที่ไว้ทรงผมแบบสกินเฮด ตั้งใจจะยิงหรือสังหารคนผิวสีมากกว่า 100 คนทางตอนใต้ของรัฐเทนเนสซี ก่อนที่จะสังหารนายโอบามาเป็นเป้าหมายท้ายสุด ศาลอเมริกาเปิดเผยว่าพวกเขาวางแผนจะปล้นปืนจากร้านก่อนที่จะ เข้าไปสนุกกับการสังหารเด็กนักเรียนในโรงเรียนลูกครึ่งคนผิวดำ ทั้งคู่ถูกฟ้องร้องว่าวางแผนจะยิงคนดำ 88 ราย และตัดศีรษะ คนอีก 14 ราย ซึ่งเลข 88 และ 14 เป็นสัญลักษณ์ของชุมชน White Supremacist (ชนผิวขาวที่ยิ่งใหญ่) และในที่สุดพวกเขาก็จะวางแผนสังหารนายโอบามา ซึ่งอาจกลายเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา วานนี้ในขณะที่นายโอบามามีแผนจะหาเสียงในโอไฮโอ ก่อนจะมีการเลือกตั้งในวันอังคารหน้า เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนกลางได้แถลงว่า “พวกคนร้ายเล่าให้ฟังว่า นี่จะเป็นมาตรการขั้นสุดท้ายที่จะพยายามสังหารวุฒิสมาชิกโอบามา พวกเขาไม่คิดว่าพวกเขาจะบรรลุแผน แต่พวกเขาจะพยายามสังหารให้ได้” คนร้ายสองคนคือ นายดาเนียล โคเวิร์ต วัย 20 และ พอล ชเลสแมน วัย 18 ถูกรวบตัวพร้อมปืนไรเฟิล ปืนลูกซอง และปืนสั้น ซึ่งในขณะที่โดนจับกุมพวกเขาสารภาพว่ากำลังวางแผนปล้นอาวุธเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้ทั้งคู่อยู่ในการอารักขาของเจ้าหน้าที่ ที่มา – The Mirror
สมชายกำชับตร.จัดการเด็ดขาดผู้หมิ่นสถาบัน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดูแล และติดตามการกระทำใดๆ ที่อาจเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำในลักษณะดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมายทันที เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งรัฐบาลก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยไม่ปล่อยปละละเลยตามที่หลายคนตั้งข้อสงสัย พร้อมกันนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในเร็วๆนี้ จะมีการจัดรายการ รัฐบาลของประชาชนสัญจร ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ตามความเหมาะสม เพื่อรับฟังปัญหา และช่วยเหลือประชาชนไปในคราวเดียวกัน ที่มา – INN
ดร. สุเมธ ไม่ขอโต้สนธิ ยันเจตนาดี ให้เวลาพิสูจน์
เมื่อวันที่ 28 ต.ค.นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวถึงกรณีถูกนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวโจมตีการกล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ยุติความรุนแรง แสวงสันติด้วยการสานเสวนา” ในการประชุมใหญ่เครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม ที่กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ยืนยันว่าการพูดดังกล่าวมีเจตนาดี ไม่ได้พูดเพื่อใคร ส่วนนายสนธิกล่าวให้เสียหายนั้น จะไม่ตอบโต้ เนื่องจากเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ทั้งนี้ ต่อไปจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ หากถูกเชิญไปพูดที่ใดก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสนธิกล่าวบนเวทีพันธมิตรฯ เมื่อวานนี้(27 ต.ค.) ว่า “ดร.สุเมธชอบทำตัวตีกินเพียงอย่างเดียว ดีที่สุดคือ ต้องหุบปาก อย่าทะลึ่งมาออกความเห็นอีกต่อไปเพราะจะถูกสวนกลับไปอีกทุกครั้ง มีคนอย่างดร.สุเมธที่ชอบอ้างตัวว่าเป็นผู้ใกล้ชิด เป็นผู้ดูแลโครงการหลวง แต่ไม่สนใจอะไรกับผู้ที่ทำจาบจ้วง จึงเป็นผู้ที่ทำให้สถาบันอ่อนแอ ยังมีคนอย่างดร.สุเมธ นายโคทมและอีกมากที่ชอบพูดว่าบ้านเมืองแบ่งเป็น 2 ฝ่าย เป็นการมองแบบคนโง่ ที่ถูกต้องคือบ้านเมืองแบ่งเป็นพวกที่อยู่ข้างความถูกต้องและไม่ถูกต้อง แทนที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายถูกต้อง กลับมาทำตัวเป็นศาสดาสอนให้สามัคคีกัน” ก่อนหน้านี้ นายสุเมธกล่าวปาฐกถาดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ว่า ในชีวิตตนผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงที่จารึกฝังใจไว้หลายครั้ง ทุกครั้งเป็นการเข่นฆ่ากันเองของคนไทยที่ถือเป็นพี่น้องเชื้อชาติเดียวกัน ซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เช่น การทำรัฐประหาร [...]

