คาดธุรกิจเคเบิ้ลทีวีเตรียมรับทรัพย์อื้อ
เกษม อินแก้ว นายกสมาคม เคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภายในเดือน เม.ย.2552 คณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ของ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) น่าจะประกาศหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตประกอบกิจการธุรกิจเคเบิลทีวี และโทรทัศน์ดาวเทียมได้ ซึ่งจะทำให้ทั้ง 2 กิจการ มี “ตัวตน” และมีหลักประกันความน่าเชื่อถือ ที่สามารถขอกู้เงินทุนจากธนาคารได้ ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการเคเบิลทีวีทั่วประเทศประมาณ 400 ราย และช่องทีวีดาวเทียมที่ผลิตในประเทศไทย 40-50 ช่อง เชื่อว่าปี 2552 ทั้ง 2 กิจการ จะมีการลงทุนจำนวนมากตัวเลขอาจสูงถึง 5 พันล้านบาท โดยผู้ประกอบการเคเบิลทีวี จะเน้นลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขยายจำนวนช่องรายการให้รองรับได้ 150-200 ช่อง รวมทั้งการพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้เป็นอีกช่องทางชมเคเบิลทีวี
มาร์กแถลงนโยบายได้แล้ว ที่วิเทศสโมสร กต. มวลชนเสื้อแดงเตรียมล้อมบัวแก้ว
เมื่อ เวลา 11.15 น. วันที่ 30 ธันวาคม ที่ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ถ.ศรีอยุธยา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้เป็นประธานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐบาล และชี้แจงการดำเนินงานตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 75 ได้เริ่มขึ้น โดยมีสมาชิกครบองค์ประชุม 292 เสียง ประกอบด้วย ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และส.ว. ทั้งนี้ มีการถ่ายทอดสดการแถลงนโยบายดังกล่าวด้วย
ศิลปะปัญญาลุ่มลึกของนิยายกำลังภายในจีน : อดีต ปัจจุบัน อนาคต (ตอนจบ)
โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ สำหรับ “ศิลปะการเขียนตัวอักษร” ซึ่งแทนที่จะถือเป็นเพียงเครื่องมือการสื่อสารของคนทั่วไปหรือสัญลักษณ์ที่นำไปสู่ความงามของศิลปะการประพันธ์อันสูงส่งของยอดนักเขียนและมหากวี แต่ตัวอักษรจีนกลับกลายเป็นความงามในตัวมันเอง และไม่ใช่เพียงความงามธรรมดาดาษดื่น แต่กลับเป็นความงาม 1 ใน 4 สุดยอดของศิลปะจีน ที่ซ่อนความอ่อนช้อยทรงพลังสงบงามและความเปลี่ยนแปลงไร้ที่สุด
ศิลปะปัญญาลุ่มลึกของนิยายกำลังภายในจีน : อดีต ปัจจุบัน อนาคต (ตอนที่ 4)
3.เสน่ห์งามในการประสานท่วงทำนอง ในโลกปัจจุบันที่สรรพสิ่งถูกแบ่งแยกจัดประเภท จนมองไม่เห็นความเชื่อมประสานสอดคล้อง ผู้คนย่อมเกิดความรู้สึกอึดอัดขัดข้อง แต่ในความจริงแล้ว “สรรพสิ่งล้วนกำเนิดจากความเป็นหนึ่ง” โดยเฉพาะ “อารยธรรมจีน” ซึ่งมีความเชื่อมประสานร้อยรัดกันอย่างน่าตกใจ “คัมภีร์พิชัยสงครามซุนวู” ยอดตำรากลยุทธ์ที่สูงส่งเลอเลิศเล่มหนึ่งของโลก ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การใช้กำลังเพื่อเอาชนะคะคานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสอนให้เอาชนะสงครามโดยไม่ต้องรบ ซึ่งขัดแย้งกับความรู้สึกของคนทั่วไปที่อยู่บนโลกการแข่งขันอันโหดร้าย โดยเฉพาะเมื่อตำรากลยุทธ์ทางธุรกิจถูกพัฒนามาจากโลกตะวันตก ซึ่งเน้นการบุกตะลุยมากกว่าตั้งรับพลิกแพลง ที่เป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งเพราะรากเหง้าของอารยธรรมจีนล้วนได้รับการพัฒนามาจากคัมภีร์ “อี้จิง” คัมภีร์โบราณล้ำลึกที่ว่าด้วย “ความเปลี่ยนแปลง” ของสรรพสิ่ง และแน่นอนขึ้นชื่อว่าวัตถุธาตุย่อมมีทั้งความรุ่งเรืองและเสื่อมโทรม ความแข็งกร้าวและอ่อนนุ่มหมุนเวียนสลับกันไป ดังนั้น การวางแผนเพื่อชิงชัยในทุกสมรภูมิ จึงต้องกำหนดให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทั้งฝ่ายศัตรูและฝ่ายของเรา การรุกอย่างเดียวโดยไม่หลบหลีกพลิกแพลงจึงเป็นเรื่องโฉดเขลาอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับการตั้งรับโดยไม่ตีโต้เมื่อจังหวะเหมาะสม ย่อมเป็นการประพฤติตัวไม่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง



