เกษียร เตชะพีระ: พี่ยิ้ม
เมื่อวันที่ ๙ พ.ค. ศกนี้สำนักข่าวบีบีซีได้สัมภาษณ์นางอิเมลดา มาร์คอสภรรยาม่ายวัย ๘๐ ปีของอดีตประธานาธิบดี-จอมเผด็จการเฟอร์ดิ นานด์ มาร์คอสแห่งฟิลิปปินส์ (ผู้ชนะเลือกตั้ง ๒ ครั้งนับแต่ ค.ศ. ๑๙๖๕ แต่หันมาประกาศกฎอัยการศึก ระงับรัฐธรรมนูญ ยุบสภาและรวบอำนาจปกครองเบ็ดเสร็จ จาก ค.ศ. ๑๙๗๒ – ๘๖ จนถูกการปฏิวัติโดยอำนาจประชาชน – People Power Revolution – โค่นขับออกนอกประเทศ) เธอลงสมัครและเพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จังหวัด Ilocos Norte ซึ่งเป็นบ้านเกิด ของตระกูลมาร์คอสในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
ประเทศที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม
โดย George Blume สำนักข่าว TAZ ระบอบบริหารที่ขึ้นสู่อำนาจโดยการรัฐประหาร ได้ใช้อาวุธปืนยิงมวลชนฝ่ายตรงกันข้าม ฝ่ายผู้ชุมนุมประท้วงได้รับบาดเจ็บมากกว่า 60 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงช่างภาพชาวอิตาลีอย่าง ฟาบิโอ โปลันยี ด้วย ขณะที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงก็ถูกลอบยิงโดยพลซุ่มยิง และเสียชีวิตระหว่างการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวนิวยอร์กไทม์ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพอทำให้พวกเราเกิดความรู้สึกเดือดดาลขึ้นหรือ?
“เมืองไทยในเงาคึกฤทธิ์” (ตอนจบ)
โดย เกษียร เตชะพีระ (คัดลอกปรับแต่งเล็กน้อยจากคำถามสอบไล่ตั้งเอง-ตอบเองของนักศึกษารัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปี ๓ เลขทะเบียน ๕๐๐๓๖๑…. ในวิชาการเมืองการปกครองของไทยภาคการศึกษา ๒/๒๕๕๒ ซึ่งช่วยฉายภาพความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบันในแง่ระบบคิดได้เฉียบแหลมลึกซึ้งชวนขบคิดถกเถียงยิ่ง ตอนแรกได้พูดถึง “ความเป็นไทย” กระแสหลักและ “ความจริง” ทางการเมืองที่ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้สร้างขึ้น สำหรับตอนจบนี้เป็นการประยุกต์กรอบความคิดของคึกฤทธิ์มามองความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน)






