เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ (27 เม.ย.) นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนแทนราษฎร นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะตัวแทนวุฒิสภา พร้อมทั้งตัวแทนจากพรรคการเมืองทุกพรรคประชุมเพื่อรับทราบผลการประชุมร่วม ของวิป 3 ฝ่าย คือ คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ที่มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก เหตุการณ์ชุมนุมการเมืองระหว่างวันที่ 8-15 เม.ย. และคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ภายหลังประชุมกว่า 2 ชั่วโมง
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล แถลงภายหลังว่า ที่ประชุมได้หารือกันอย่างรอบด้านเพื่อพิจารณาข้อเสนอของวิป 3 ฝ่าย เพื่อคลี่คลายปัญหาทางการเมืองให้เกิดความปรองดองและความสมานฉันท์ ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าหากมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงจาก เหตุการณ์ชุมนุมการเมืองระหว่างวันที่ 8-15 เมษายนขึ้นมาอีกก็จะเป็นซ้ำซ้อนกับสิ่งที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายระหว่างประชุม ร่วมรัฐสภา ประกอบกับสื่อมวลชนได้ตรวจสอบอย่างเต็มที่แล้ว อีกทั้งการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ชุดดังกล่าวก็ไม่ได้นำมาสู่ข้อยุติจึงเสนอให้ผู้เสียหายไปร้องเรียนด้วย ตัวเอง โดยสามารถไปร้องเรียนได้ที่ กมธ.ที่เกี่ยวเนื่องทั้งของสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภา ประกอบกับรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ประชาชนสามารถไปร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมได้

‘ที่ประชุมจึงเห็นว่าควรยุบข้อเสนอที่วิป 3 ฝ่ายเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสองคณะขึ้นมาแล้วตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ทางการเมืองเพื่อความปรองดองสมานฉันท์และแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียง 1 ชุด โดยมีจำนวน 40 คน แบ่งเป็น ส.ส. 23 คน โดยมีสัดส่วนจากพรรคเพื่อไทย 9 คน พรรคประชาธิปัตย์ 8 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 พรรคเพื่อแผ่นดิน 1 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคมมีสัดส่วนรวมกัน 1 คน พรรคราษฎรและพรรคประชาราชรวมกัน 1 คน ขณะที่สัดส่วนของ ส.ว. 7 คนและผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน ในจำนวนนี้ ส.ส.สามารถเสนอได้ 8 คน เป็นโควต้าของพรรคเพื่อไทย 2 คน พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน วุฒิสภาเสนอได้ 2 คน ส่วนอีก 4 คนจะเป็นสัดส่วนที่พรรคการเมืองที่เหลือทั้งหมดจะเป็นผู้เสนอ ซึ่งผู้ทรงวุฒิจะไม่ได้มีสัดส่วนมาจากเสื้อเหลือง เสื้อแดง เพราะหากสมาชิกเสนอมาจริงก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น’นายชินวรณ์กล่าว และว่าในเวลา 13.00 น. วันที่ 28 เมษายน แต่ละพรรคการเมืองการเมืองและส.ว.จะเสนอรายชื่อเพื่อนายชัยอาศัยอำนาจตามข้อ บังคับข้อ 8 (5) เพื่อลงนามแต่งตั้งต่อไป โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน จากนั้นจะนำผลการสรุปเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาให้รับทราบต่อไป ส่วนข้อเสนอในการนิรโทษกรรมนั้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ว่าจะหยิบยก มาพิจารณาหรือไม่
ขณะที่นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้จะมุ่งแก้ปัญหาทางการเมือง ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องถอยหลังสองก้าวเพื่อประเทศชาติ เลิกมานะทิฐิต่อกัน และ เมื่อถามว่าเหตุใดที่ประชุมจึงยุบคณะกรรมาธิการวิสามัญ 2 คณะที่วิป 3 ฝ่ายได้เสนอก่อนหน้านี้เหลือเพียงการตั้งคณะกรรมการเพียงชุดเดียว นายชินวรณ์ ตอบว่า การประชุมในช่วงเย็นได้รับทราบข้อกฎหมายจากนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ได้แจ้งถึงขอบเขตในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ว่าอาจจะไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ถ้ามีการตั้งขึ้นมาในรูปแบบคณะกรรมการตามข้อบังคับข้อ 8(5) ก็จะมีกฎหมายรอบรับ ซึ่งสอดคล้องกับกรณีของนายมารุต บุนนาค อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคยตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยขึ้นมา
ขณะที่นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะที่ประชุมเห็นว่าควรหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมือง ให้เร็วที่สุด หากเหลือกรรมการเพียงชุดเดียวแล้วทำให้บ้านเมืองดีขึ้น นั่นแหละคือคำตอบ
ด้านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ก็จะทำให้เกิดความเห็นขัดแย้งและการแก้ไขปัญหาก็จะไม่เดินหน้า ทั้งนี้มองว่าต้นตอปัญหาที่แท้จริงคือรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 หากตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพียงชุดเดียวก็จะทำให้งานเดินหน้าเร็วขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ได้รับฟังการชี้แจงของนายพิทูรถึงปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่สามารถตั้งคณะ กรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการสลายการชุมนุมฝ่ายค้านก็ไม่ได้ คัดค้าน เนื่องจากฝ่ายค้านมองว่าหากมีการตั้งกมธ.ชุดนี้มาจริง ก็อาจไม่พบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตายของผู้ชุมนุมตามที่พรรคเพื่อไทยกล่าวอ้าง
ที่มา – ไทยรัฐ
