โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง SIU ขอนำเสนอ 5 ประเด็นสั้นๆ ที่ควรรู้ก่อนเดินทางไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม

1) ชูวิทย์-พรรครักประเทศไทย ลง ส.ส. แค่แบบปาร์ตี้ลิสต์
ถึงแม้ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์และพรรครักประเทศไทยจะได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่พอใจกับพรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรค และเตรียมจะเทคะแนนให้ชูวิทย์แทน
แต่ต้องไม่ลืมว่า ชูวิทย์ส่งผู้สมัคร ส.ส. เฉพาะระบบบัญชีรายชื่อ เพียง 11 คนเท่านั้น (รายชื่อ) ดังนั้นผู้ที่คิดว่า “จะเลือกชูวิทย์” และวันเลือกตั้งจะ “กาเบอร์ 5 ทั้งสองใบ” ต้องรีบเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เพราะเบอร์ 5 มีให้กาเพียงเบอร์เดียว
ดังนั้นถ้าใครคิดจะเลือกชูวิทย์ (หรือมีเพื่อนใกล้ตัวจะเลือกชูวิทย์) ต้องช่วยกันบอกต่อๆ ว่า “เลือกชูวิทย์ได้เฉพาะปาร์ตี้ลิสต์ ส่วน ส.ส. เขตต้องเลือกพรรคอื่น” ส่วนจะเลือกพรรคไหนก็ขึ้นกับเขตเลือกตั้งของท่านเองแล้ว

ป้ายหาเสียงของชูวิทย์บอกชัดเจนว่า “บัญชีรายชื่อ” ดังนั้น ส.ส. เขตต้องเลือกคนอื่นแล้ว
2) หน่วยเลือกตั้ง-เขตเลือกตั้ง ดูอย่างไร?
ถึงแม้ กกต. จะส่งเอกสารรายละเอียดการเลือกตั้งไปให้ที่บ้าน แต่ทุกวันนี้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมากก็ไม่ได้อาศัยอยู่ในที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน (เช่น ชื่ออยู่บ้านพ่อแม่ แต่ตัวอาจจะอยู่หอพักหรือคอนโด) ถึงแม้วันเลือกตั้งจะตั้งใจไม่นอนหลับทับสิทธิ์ แต่ถ้าไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน อาจมีปัญหาในการเดินทางได้
วิธีที่ง่ายที่สุดในการดูข้อมูลเขตเลือกตั้ง คือเข้าไปที่เว็บไซต์ คนไทย.คอม ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แล้วเลือกตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ป้อนรหัสประจำตัวประชาชน 13 หลัก ก็สามารถรู้ข้อมูลเขตเลือกตั้งได้ทันที
ส่วนข้อมูลของผู้สมัคร ส.ส. แบบเขต สามารถดูได้จาก คนไทย.คอม ส่วนของรายละเอียดผู้สมัคร ส.ส. เช่นกัน
3) บัตรประชาชนหมดอายุ ก็ไปเลือกตั้งได้
เป็นเรื่องที่คนจำนวนมากยังไม่รู้ แต่บัตรประจำตัวหมดอายุ ก็สามารถไปเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องทำบัตรใหม่แต่อย่างใด
ถ้าไม่ใช้บัตรประชาชนแล้ว ยังสามารถใช้บัตรอื่นๆ ของทางราชการที่มีภาพถ่ายเจ้าของบัตรและเลขประจำตัวประชาชนบนบัตร ได้แก่
- บัตรข้าราชการ
- ใบขับขี่
- พาสปอร์ต
สำหรับผู้ที่ยังถือบัตรเหลือง เนื่องจากบัตรประชาชนหมด ก็สามารถไปเลือกตั้งได้เช่นกัน โดยต้องเป็นบัตรเหลืองที่ติดรูปถ่ายเจ้าของบัตร (แต่ถ้าไม่ชัวร์ก็สามารถพกบัตรอื่นๆ ไปด้วย กันเหนียว)
4) ระวังกาผิดช่อง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย
เป็นประเด็นที่ว่าที่พรรคอันดับหนึ่งอย่างพรรคเพื่อไทย นำมาเล่นผ่านสื่ออย่างหนักในสัปดาห์นี้ เพราะเกิดการประสานงานผิดพลาดในการพิมพ์บัตร ทำให้โลโก้ของพรรคเพื่อไทยมีขนาดเล็กมาก จนช่องโลโก้กลายเป็นช่องว่างสี(เกือบ)ขาว การกาผิดช่องจะทำให้เกิดบัตรเสียทันที
ดังนั้นผู้ที่จะเลือกพรรคเพื่อไทย ควรศึกษารูปลักษณะบัตรลงคะแนนก่อนไปเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยเองก็ลงโฆษณาในสื่อต่างๆ พอสมควร ดังนี้

โฆษณาของพรรคเพื่อไทย ในกรุงเทพธุรกิจ
และที่สำคัญไม่ว่าจะเลือกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ก็ตาม ไม่ควรทำบัตรเสียนะจ๊ะ
5) การโหวตโนจะไม่มีผลต่อการล้มการเลือกตั้งในทางปฏิบัติ
สำหรับผู้ที่ได้ข่าวว่า “โหวตโน” เพื่อให้จำนวน ส.ส. ในสภาไม่ครบองค์ และเปิดประชุมสภาไม่ได้ตามที่พันธมิตรฯ ได้ประชาสัมพันธ์ไว้ ในทางปฏิบัติแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้
เหตุเพราะกฎเรื่องโหวตโนมากกว่าคะแนน ส.ส. จะทำให้เขตนั้นไม่มี ส.ส. จะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อเขตนั้นมีผู้สมัคร ส.ส. เพียงคนเดียว ซึ่งในการเลือกตั้งรอบนี้ไม่มีเลย สถานการณ์จะกลับกับการเลือกตั้งในเดือนเมษายนปี 2549 ที่หลายเขตมีผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชน (ชื่อในขณะนั้น) เพียงคนเดียว
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าการโหวตโนเป็นสิทธิอันชอบธรรมทางการเมืองที่จะไม่เลือกใครก็ได้ แต่ก่อนโหวตโนก็ควรรู้ข้อมูลก่อนว่า โหวตโนไปแล้วจะไม่มีผลในทางการนับคะแนนเช่นกัน
รายละเอียดทางกฎหมายอ่านได้จาก “ไม่ประสงค์จะลงคะแนน” (Vote No) มีผลทางกฎหมายอย่างไร? โดย วีรพัฒน์ ปริยวงศ์

