โดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ Siam Intelligence Unit
BusinessWeek ฉบับล่าสุด มีจัดอันดับ 50 บริษัทที่เป็นเจ้าแห่งนวัตกรรม เลยเอามาลงเผื่อว่าแฟนๆ ของ SIU จะสนใจครับ
- อ่านรายชื่อบริษัททั้ง 50
- รายละเอียดของแต่ละบริษัท (เป็น slideshow)
- หน้ารวมบทความเจาะรายบริษัท
- บริษัทหน้าใหม่ (startup) ที่น่าสนใจด้านนวัตกรรม (ส่วนมากเป็นบริษัทไอที)
ผมยกของ 25 อันดับแรกมาให้ดูพอเป็นน้ำจิ้ม กดเข้าไปดูได้ด้านใน

ใน 10 อันดับแรก จะเห็นว่า Apple กับ Google ครองอันดับ 1 และ 2 แบบเดาไม่ยาก สาเหตุก็คงไม่มีอะไรนอกจาก สภาวะของทั้งสองกำลังร้อนแรงเหลือเกินในเศรษฐกิจโลกตะวันตกปัจจุบัน แอปเปิลกำลังรุ่งหลังเปิดตัว iPhone เมื่อปีที่แล้ว ส่วนกูเกิลก็อยู่ในสภาพที่ยึดครองตลาด search และโฆษณาออนไลน์ได้เบ็ดเสร็จ ซึ่งจะคงสภาพต่อไปอีกหลายปีอันดับ 3-5 คือยักษ์ใหญ่ที่ยังรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ได้ดี ถึงแม้จะเป็นธุรกิจที่ไม่ไฮเทคมากนักในยุคข้อมูลข่าวสาร แต่ด้วยวิสัยทัศน์และการบริหารจัดการ รวมถึงผลงานในอดีตที่เก็บไว้เป็นทุน ทำให้ Toyota,GE และ Microsoft ยังมีอิทธิพลสูงอยู่เสมอ
ที่น่าสนใจคืออันดับ 6 บริษัทเครือ Tata จากอินเดียกำลังแรงขึ้นมา ก็ตามภาวะของตลาดอินเดียที่เริ่มรุกเข้าตลาดตะวันตก และช้อนซื้อกิจการที่น่าลงทุนของฝรั่ง
อันดับ 7 นินเทนโด เจ้าพ่อเกมจากญี่ปุ่นขึ้นมาผงาดในเรื่องนวัตกรรมอีกครั้ง หลังจากวางขายเครื่องเกม Wii ในปลายปี 2006 เครื่อง Wii เปลี่ยนแนวคิดว่าวัยรุ่นเท่านั้นที่เล่นเกม มาเป็นคุณพ่อคุณแม่คุณยายก็เล่นเกมได้หมด
อันดับอื่นๆ ที่น่าสนใจคือ 11 Amazon เจ้าพ่อธุรกิจ e-Commerce ออนไลน์ Amazon กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เพราะว่า Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งบริษัทได้แอบไปทำโครงการ Kindle ซึ่งเป็นเครื่องอ่าน eBook ที่ซื้อหนังสือจาก Amazon ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์ (ใช้เครือข่ายของโทรศัพท์มือถือส่งข้อมูล) ปัจจุบันยังใช้ได้เฉพาะในสหรัฐ
อันดับ 13 Research In Motion หรือ RIM ชื่อบริษัทอาจไม่เป็นที่รู้จักนัก แต่นักธุรกิจจะคุ้นกับชื่อผลิตภัณฑ์คือ BlackBerry มากกว่า ในสหรัฐ โทรศัพท์มือถือ BlackBerry ขายดีในหมู่ธุรกิจ คือซื้อยกล็อตให้พนักงานใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านเอกสารหรือตอบอีเมลนอกสถานที่
อันดับ 25 Facebook ซึ่งกำลังร้อนแรงในหมู่วัยรุ่นชาวยุโรปเช่นกัน
ถ้าประเมินจากประเทศที่มา จะเห็นว่าส่วนมากเป็นบริษัทญี่ปุ่นและอเมริกัน (อันดับ 26-50 จะเริ่มมีบริษัทจากยุโรปแทรกเข้ามา) และมีบริษัทอินเดียติดอันดับสูงๆ ถึง 2 บริษัท ในขณะที่ไม่มีบริษัทจีนติดมาเลย น่าคิดว่าเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะกำแพงาภาษา หรือเป็นว่าจีนยังเน้นการผลิตโดยใช้ต้นทุนเป็นจุดขายอยู่ และยังไม่ถึงขั้นสร้างนวัตกรรมของตัวเองกันแน่?
