โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
ผมไปร่วมงาน 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2552 ได้ความเห็นดังนี้
1. คุณก่อศักดิ์ มองในด้านดี ว่าจีนยังแข็งแรงอยู่ และถ้าไทยเลิกมองจีนเป็นคู่แข่ง แต่มองจีนเป็นพันธมิตร เราเสริมในสิ่งที่จีนขาด เราจะรอดได้
2. ปราณี ทินกร ค่อนข้างมองด้านร้าย โดยเสนอทางแก้ว่า นโยบายการเงินจะเห็นผลเร็วกว่าการคลัง เพราะลดดอกเบี้ย คนจะรู้สึกอยากใช้จ่ายทันที
3. ตีรณ มองด้านร้ายเหมือนกัน แต่ก็ยังมีความหวัง โดยเฉพาะการใช้นโยบายการคลังของรัฐบาล หากใช้การลดภาษี จะไม่มีรั่วไหล แต่จะไม่เกิดมูลค่าเพิ่ม แต่หากใช้โครงการรัฐกระตุ้น ต้องเน้นไปที่ “ธรรมาภิบาล” อัดฉีดเม็ดเงินที่โครงการดีๆ มีความเป็นไปได้และส่งผลเชื่อมโยงสูง
4. บรรยง พงษ์พาณิช มองว่าธนาคารสหรัฐ เริ่มรับมือได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหารอบสองยังอาจเกิดขึ้นได้ วิกฤตครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหญ่ทางการเงินโลก
ในความเห็นของผมนั้น ทั้งสี่คนต่างถูกในมุมของตนเอง วิกฤตครั้งนี้รุนแรงและหนักหน่วงแน่นอนไม่ต้องสงสัย แต่สิ่งที่คุณก่อศํกดิ์เห็นนั้น คือ The Best ซึ่งเป็นประเทศส่วนน้อยของโลกที่จะรอดชีวิต ปัญหาคือ ประเทศไทยจะเลือกเป็น The Best หรือเป็น The Bad แน่นอนว่า การจะเป็น The Best ได้นั้น ต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงก่อนว่า “วิกฤตครั้งนี้เลวร้ายมาก” แล้วจึงมาหาช่องว่างโอกาสที่จะเอาตัวรอดท่ามกลางวิกฤต ที่นักวิชาการทั้ง 3 สรุปว่า แก้ไขได้ยากนั้น หมายถึง ปัญหาของโลก ซึ่งย่อมถูกต้อง เพราะโลกประกอบด้วย The Best เพียง 20 % ในขณะที่มี The Bad ถึง 80 % ดังนั้น การช่วยเหลือ The Bad ที่อ่อนแอและยังมีจำนวนมากนั้น ย่อมเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับ The Best ที่เข้มแข็งนั้น จะรอดได้ด้วยตัวเอง หรือช่วยเพียงนิดหน่อยก็บรรลุผลแล้ว
สำหรับไทยนั้น ผมเห็นด้วยกับคุณก่อศักดิ์ว่ายังแข็งแกร่ง ผมเชื่อว่าเราจะเป็น The Best ได้ แต่เราต้องเลิกที่จะใช้นโยบายแบบภาพรวม เราต้องรู้จักใช้นโยบายมุ่งเน้นไปที่ The Best แน่นอนว่าการวิเคราะห์ต้องใช้ภาพรวม ต้องเข้าใจวิกฤตอย่างถ่องแท้ แต่การลงมือควรเน้นไปที่ The Best อย่าเน้นไปที่ภาพรวม
อย่างไรก็ตาม ในระดับรัฐบาลนั้น ก็ยังทำได้ยาก เพราะรัฐบาลอาจต้องช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ที่อ่อนแอ โดยเฉพาะคนจน แต่ที่แยบยล คือ ในภาคธุรกิจนั้น ควรช่วยเฉพาะ The Best ที่เข้มแข็ง และอาจไม่ต้องใช้เงิน แต่สนับสนุนด้านกฏระเบียบ ส่วน The Bad ที่อ่อนแอนั้น ควรปล่อยให้ตายไป เพื่อให้คนที่มีความสามารถได้เข้าสู่ตลาดบ้าง เหมือนปี 2540 ซึ่งธุรกิจเก่าที่ตายไป ที่เคยผูกขาดอย่างไร้ประสิทธิภาพ ได้เปิดโอกาสให้ The Best ใหม่ได้เข้าแทนที่
หากสังเกตให้ดีอาจพบว่า วิกฤต 2540 ที่เราเคยคิดว่าประเทศไทยต้องล่มสลายนั้น กลับกลายเป็นตรงข้าม คือ ฟื้นตัวเร็ว แถมยังกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม ใช่หรือไม่ว่า เพราะทุนเก่า ที่เคยครอบงำโครงสร้างเก่าที่ไร้ประสิทธิภาพ ได้ตายไป เปิดโอกาสให้ ทุนใหม่ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น นี่อาจเรียกว่า “โอกาส 2540″
เช่นเดียวกัน ในระดับธุรกิจนั้น ยิ่งง่าย เราต้องมองไปที่ตลาดของประเทศและกลุ่มคนซึ่งเป็น The Best ที่แข็งแกร่ง เช่น จีน หรือแม้แต่ในเมืองไทย เราต้องหาตลาดจากคนเก่ง หรือ The Bestที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้อย รวมถึงพวกที่ได้รับประโยชน์จากวิกฤต แต่พวกนี้เป็นเพียงคนส่วนน้อย เราต้องใช้สายตาที่เฉียบคมและสร้างสรรค์เท่านั้นจึงจะสามารถมองเห็นได้
