Practical Report 74 ปี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ถอยหลังตั้งหลักที่เมืองกาญจน์ เดินหน้าพรรคการเมืองใหม่

ได้อ่านบทความ “74 ปี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ถอยหลังตั้งหลักที่เมืองกาญจน์ เดินหน้าพรรคการเมืองใหม่” โดย ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ แล้วรู้สึกอยากแสดงความเห็นบางประการ

แต่ก่อนอื่นขอตัดทอนส่วนหนึ่งในบทความมาให้อ่านกัน

………………

“ชีวิตผมที่นี่เรียกว่าเป็นที่สำหรับพักเอาแรง เสร็จจากการชุมนุมแล้วก็มาพักที่นี่ มีความสุขดี เช้าๆ ออกกำลังกายปีนภูเขา เข้าถ้ำ เลยทำให้เรายังแข็งแรงดี”

พล.ต.จำลองเล่าทบทวนถึงความเป็นมาของโรงเรียนผู้นำว่า สาเหตุที่ตั้งเพราะในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ได้ทำหน้าที่เป็น “ผู้นำ” มาตลอด แม้กระทั่งเป็นนักเรียนก็เป็นหัวหน้านักเรียน เคยเป็นผู้นำหน่วยทหาร เคยเป็นผู้นำพรรคการเมือง และเป็นผู้นำม็อบ

“ผมมาคิดๆ ดูงานไหนจะทำได้สำเร็จขึ้นอยู่กับผู้นำเป็นส่วนใหญ่ ถ้าได้ผู้นำที่ครบพร้อมทั้งเก่งทั้งดี ก็จะดีทีเดียว แต่ผู้นำส่วนใหญ่จะมีแต่เรื่องของความเก่ง แต่เรื่องความดีไม่ค่อยมีเป็นชิ้นเป็นอัน จากจุดนี้จึงเห็นว่าน่าจะนำสิ่งที่เขาขาดมาเสริมเติมแต่งให้เต็ม ดังนั้น จึงเกิดเป็นโรงเรียนผู้นำขึ้น แต่ไม่พูดถึงเรื่องวิชาการ เทคนิคการบริหารเท่าไหร่นัก จะพูดถึงการสรรค์สร้างคุณงามความดีมากกว่า เพราะเป็นสิ่งที่ต้องการอย่างยิ่งในตัวผู้นำในสังคมไทย”

ความหมายของ พล.ต.จำลองก็คือ ผู้นำส่วนมากในไทยยังขาดเรื่องของคุณธรรมนั่นเอง

“ก่อนจะเป็นการอบรมเรื่องคุณธรรม ต้องอบรมการพัฒนาตัวเองก่อนใน 6 คุณลักษณะ คือ อันดับแรกให้สะอาดทั้งกายและใจเพิ่มมากขึ้น มีความขยันประหยัดมากขึ้น รู้จักเสียสละและกตัญญู ต่อมาคือเรื่องของการโน้มนำตัวอย่างมาจากประสบการณ์ของครูอาจารย์ ที่เคยพลั้งพลาดมาแล้วมาปรับปรุงตัวเอง โดยดำรงอยู่ในวิถีชีวิตที่พอเพียง ที่สำคัญคือมีส่วนช่วยให้ชุมชนเข้มแข็ง นิยมความเป็นไทยด้วยการปฏิบัติอย่างแท้จริง”

เมื่อคนฟังออกจะงงๆ กับคุณลักษณะข้อนี้ มหาจำลองยกตัวอย่างให้ฟัง อาทิ เรื่องของสินค้าของคนไทยให้ช่วยกันอุดหนุน อย่างเวลาเติมน้ำมันก็จะเต็มปั๊มของไทย หรือซื้อของในห้าง ก็ต้องเป้นห้างของคนไทย ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ต่างชาติ เป็นต้น

“ถ้าพวกเขาที่มาอบรมทำแบบนี้ได้ ถือว่าเป็นการช่วยกู้ชาติ ถ้าพวกเขาทำแบบนี้ พัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นสะอาด ซื่อสัตย์ ประหยัด จะไม่ใช่เป็นเพียงคนดียิ่งขึ้นของสังคม ครอบครัว แต่จะเป็นคนหนึ่งที่ช่วยกู้ชาติ”

การอบรมของสถาบันแห่งนี้ พล.ต.จำลองเล่าว่า มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่เข้ามารับการอบรม ซึ่งก็ใช้หลักอันเดียวกัน อาจแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด ส่วนวิทยากร นอกจากเจ้าของคือ พล.ต.จำลองแล้ว ยังมีวิทยากรรับเชิญมาจากข้างนอก เช่น นพ.เฉก ธนะศิริ

“จะว่าไปสถาบันนี้มีผมคนเดียวเป็นครูใหญ่ ครูพิเศษ ก็คือคุณหมอเฉก นอกนั้นเป็นผู้ช่วยครู แล้วที่แปลกนะ ถือเป็นกฎเลยการมาอบรมที่สถาบันของเราจะกำหนดไว้ว่าหนึ่งคณะมาได้ครั้งเดียว มาซ้ำกันไม่ได้ เพราะต้องเปิดโอกาสให้คนอื่นบ้าง

“สถาบันแห่งนี้ (โรงเรียนผู้นำ) คืออนาคตของผม จำได้ไหมเมื่อ 20 ปีก่อนที่ผมอยู่ในวงการเมืองเต็มตัว มีคนถามผมว่าอนาคตคืออะไร? คาดว่าผมจะเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ อนาคตของผมคือเป็นคนชื่อจำลองเฉยๆ เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ปฏิบัติและลดกิเลส ช่วยเหลือสังคม”

หลังเงียบกันไปพักหนึ่ง เมื่อถูกถามว่า ผิดหวังหรือจึงมายึดที่มั่นอยู่ตรงนี้ เจ้าของสถาบันอบรมผู้นำกล่าวขึ้น “ผมไม่ได้ผิดหวัง ถ้าผมหวังเป็นใหญ่เป็นโตทางเมืองผมไม่หยุดหรอก ผมก็จะเป็นนักการเมืองต่อไป ผมยังเป็นได้ ไม่ใช่สิ้นไร้ไม้ตอก

“เอาอย่างนี้ดีกว่าไม่ใช่อวดตัวอวดตน นักการเมืองที่อยู่ในปัจจุบัน ไม่มีนักการเมืองคนไหนที่ทำเรื่องพรรคการเมืองมาเหนื่อยเท่าผม หนักเท่าผม ไม่มี ส่วนใหญ่แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน อยู่ไปเรื่อยๆ..” เสียงหัวเราะดังลั่น

ชีวิตช่วงปัจฉิมวัยของชายคนที่ชื่อจำลอง เขาบอกว่า นอนตื่นตีสี่ครึ่ง แล้วออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนวันละ 1,000 ครั้ง เดินอีกครึ่งชั่วโมง แล้วว่ายน้ำ เป็นสระว่ายน้ำที่สร้างขึ้นมาเองมีความลึกเท่ากันตลอดสระ คือ 1.20 เมตร หลังจากนั้น ราวสิบโมงเป็นเวลารับประทานอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อเดียวตลอดทั้งวัน นอกนั้น จะดื่มน้ำไม่มีการกินอีก

การทำหน้าที่บนถนนการเมืองของชายคนนี้ที่ผ่านมาถือว่าเหน็ดเหนื่อยเอาการ ในวัย 73 ย่าง 74 เพราะบทบาทของเขายังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเกิดขึ้นของพรรคที่ชื่อ “พรรคการเมืองใหม่” อนาคตข้างหน้าขีดเส้นใต้คำว่า เหนื่อย-หนัก

“แม้ว่าจะเหนื่อยกว่าเก่าหลายเท่า แต่ถ้าเหนื่อยแล้วทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ผมยอมเหนื่อยครับ”

………

ความคิดเห็น SIU

1. พลตรี จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้เล่นหลัก (Key Player) คนหนึ่งของการเมืองไทย ที่คนไทยทุกคนที่สนใจในความเป็นไปของบ้านเมืองจะต้องจับตามอง

2. ความพยายามอันน่าทึ่งของ พลตรีจำลอง ในการสร้างโรงเรียนผู้นำ ในการสร้างพรรคการเมือง ถือว่าน่ายกย่อง แต่คำถามที่สังคมกำลังกังขา คือ แนวคิดและการทำงานของพลตรีจำลองกำลังล้าสมัยหรือไม่

การอ้างเรื่องคุณธรรมแบบเก่า ที่ขาดลอยจากบริบทปัจจุบัน สุดท้ายจะช่วยสังคมหรือทำร้ายสังคม

หรือจริงๆแล้ว ปัญหาทางการเมืองไทย เกิดจากการขาดคุณธรรม ดังที่พลตรีจำลองตั้งข้อสังเกตไว้

3. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และการควบคุมเรื่องอาหารของพลตรีจำลอง น่าจะเป็นสิ่งเล็กๆที่น่าสนใจและไม่ควรมองข้าม