Practical Report สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล: “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ: กำลังแต่งภาพละครแขวนคอ”

โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
หมายเหตุ: มติชนนำบทความนี้มานำเสนอโดยมีการเรียบเรียงใหม่

นักคิดที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเคยกล่าวว่าประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกในลักษณะโศกนาฏกรรม (tragedy) ครั้งที่สองในลักษณะตลกชวนสมเพช (farce)

เมื่อ 34 ปีก่อน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล โดยมี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี และมี ชวน หลีกภัย ฮีโร่ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของรัฐบาล กลุ่มปฏิกิริยาขวาจัดได้ร่วมมือกันสร้างสถานการณ์ปลุกระดม ด้วยการนำภาพถ่ายการแสดงละครของนักศึกษาธรรมศาสตร์ เพื่อประท้วงเหตุการณ์ที่มีช่างไฟฟ้านครปฐม 2 คนที่กำลังร่วมกับขบวนการนักศึกษาขณะนั้นรณรงค์ต่อต้านการกลับมาของทรราชถนอมเพื่อฟื้นเผด็จการ ถูกแขวนคอตายอย่างสยดสยอง มาโฆษณาว่านักศึกษากำลังกระทำการดูหมิ่นองค์รัชทายาท



ไทยรัฐ ลงข่าวการสังหารหมู่นองเลือด ซึ่ง ไทยรัฐ เป็นเพียงหนังสือพิมพ์ไม่กี่ฉบับที่ไม่โดนคำสั่งคณะปฏิวัติ ปิดเป็นเวลา 3 วัน หลังเหตุการณ์

อาศัยข้ออ้างนี้อันธพาลการเมืองและกำลังตำรวจ ตชด. ได้บุกโจมตีเข้าไปธรรมศาสตร์ ในเช้าตรู่ของวันที่ 6 ตุลาคม

สิ่งที่ตามมาคือการฆ่าหมู่กลางเมืองที่ป่าเถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

หลังเหตุการณ์นั้น ชวน หลีกภัย เอง กับเพื่อน “ปีกซ้าย” ประชาธิปัตย์ อย่างสุรินทร์ มาศดิตถ์ บิดาของคุณหญิงสุพัตรา ต้องหลีกหนีภัยการเมืองขวาจัดกลับไปบ้านเกิดทางใต้ คุณสุรินทร์ต้องหนีไปบวช ขณะที่ ชวน หันไปจับปากกาเขียนสารคดีชุด “เย็นลมป่า” เพื่อเตือนให้ผู้มีอำนาจเห็นว่า ผลจากการปราบปรามครั้งนั้นได้ผลักดันให้คนดีๆจำนวนมากไม่มีทางเลือกทางอื่น นอกจากเข้าป่าจับปืนขึ้นสู้

34 ปีผ่านไป โดยการคอยยุเชียร์ของชวน หลีกภัย ที่ตอนนี้สวมวิญญาณเหยี่ยวการเมืองกระหาย…เสียเอง รัฐบาลประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังดำเนินการสร้างภาพ “ละครแขวนคอ” ชุดใหม่ เพื่อเตรียมใช้กำลังติดอาวุธเข้าปราบผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์

“ภาพละครแขวนคอ” ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งนี้แม้หน้าตาภายนอกจะต่างออกไปจาก “ภาพละครแขวนคอ” ครั้งก่อน แต่เนื้อหาไม่ต่างกันคือออกมาในรูปของ “แผนภูมิ” ของสิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์เรียกว่า “เครือข่ายล้มเจ้า” ที่เผยแพร่โดย ศอฉ. เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา

ที่ไม่ต่างกันเลยคือ การใช้ข้อหาว่ามีการล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์เกิดขึ้น โดยที่ข้อหานั้นไม่เป็นความจริงเลย (เช่นเดียวกับที่ ไม่เคยมีการเล่นละครแขวนคอหุ่นหรือคนที่แต่งหน้าเป็นองค์รัชทายาทในสมัยนั้น ในปัจจุบันก็ไม่มี “เครือข่าย” เพื่อการ “ล้มเจ้า” แต่อย่างใด)