อภิสิทธิ์แถลงผ่าน NBT ยินดีรับฟังข้อเรียกร้อง แต่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

April 6, 2009

เมื่อเวลา 20.35 น. วันที่ 6 เมษายน นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) เพื่อแถลงจุดยืนและการดำเนินการของรัฐบาลต่อการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง ในวันที่ 8 เมษายนนี้ว่า ขอมาพบปะประชาชนสดๆ เพราะประชาชนเป็นจำนวนมากมีความเป็นห่วงใยต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะการชุมุนุมใหญ่ในวันที่ 8 เมษายนาย หรืออีก 2 ข้างหน้า ขอเรียนว่า นับแต่วันแรกที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ได้บอกว่าดูแล ทุ่มทำงานให้กับพี่น้องประชาชนบนความเสมอภาค และต้องการนำพาบ้านเมืองประเทศชาติของเราออกจากวิกฤตซึ่งมีทั้งวิกฤต การเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจ 3 เดือนที่ผ่าน ได้ทุ่มเททำงานและจากความร่วมมือของประชาชน ทำให้บ้านเมืองเดินมาไกลพอสมควร ได้รับความยอมรับ ได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศ จากประชาคมโลก และการแก้ไขปัญหาพื้ฐานของบ้านเมืองซึ่งประชาชนมีความเดือนร้อนมากที่สุดคือ ปัญหาทางเศรษฐกิจก็มีความคืบหน้าไปมาก แต่ยอมรับว่าปัญหาความคิดที่แตกต่างหรือความชัดแย้งยังมีอยู่ แต่ตลอดระยะเวลา 3 เดือนกว่าที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลนี้ที่เป็นรัฐาลประชาธิปไตยพร้อม ที่จะให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก กับประชาชนผู้มีความต้องการจะแสดงออกทางการเมือง โดยหลักที่ยึดมาตลอด การชุมเรียกเรียกร้องต่างๆนั้นต้องอยู่ในเขตของกฎหมาย และภายใต้รัฐธรรมนูญ หากตราบที่เป็นไปตามนี้ก็พร้อมที่จะให้เสรีภาพอย่างเต็มที่ เมื่อใดมีการทำผิดกฎหมายรัฐบาลจะไม่ละเลย แม้จะเป็นความผิดเล็กน้อย เป็นการกระทบกระทั่งกันเล็กๆ ก็ตาม ไปจนถึงเรื่องใหญ่เช่น การเคลื่อนไหวไปกระทบกับความมั่นคง กระทบกับสถาบันหลักของชาติ รัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมาย ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ระมัดระวังเต็มที่ไม่เข้าไปสู่ ความขัดแย้งทางสังคมกับกลุ่มคนใด หลีกเลี่ยงการปะทะ หรือการใช้ความรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ต้องการที่จะให้ประเทศชาตินี้บอบช้ำ ที่ผ่านมาได้ยึดหลักนี้ตลอดเพื่อให้เดินไปข้างหน้า อะไรพออลุ้มอะหล่วย อะไรที่เป็นปัญหาเป็นผลกระทบก็จะดำเนินการอยุ่ในกรอบกฎหมาย เช่น กรณีที่ทำเนียบรัฐบาลที่ข้าราชการไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ก็มีร้องทางศาลยุติธรรมให้มีคำสั่งมีการบังคับคดีกันออกมา





ในอีก 2 วันข้างหน้านั้น สิ่งที่ประชาชนไม่สบายใจคือมีการพูดถึงขึ้นว่า การชุมนุมเรียกร้องนั้นจะนำไปสู่เรื่องของสงครามกลางเมือง มีการปฏิวัติประชาชนบ้าง ขอเรียนว่ารัฐบาลซึ่งเคารพกฎหมายต้องดำรงระเบียบ ความสงบเรียบร้อยในประเทศไม่สามารถที่จะปล่อยให้เกิดสงครามกลางเมือง ไม่ยินยอมให้เกิดมีลักษณะของปฏิวัติประชาชนได้ เพราะรัฐบาลชได้พูดแล้วว่าการสร้างความสมานฉันท์ปรองดองนั้นต้องอยู่บน พื้นฐานของการเคารพกฎหมาย และอยู่บนพื้นฐานของการปกป้องสถาบันซึ่งเป็นที่เคารพเทิดทูนของคนไทย ดังนั้น จึงให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลจะยึดแนวทางเดิมในการใช้ความนุ่มนวล ไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำร้ายประชาชน แต่จะมีความมั่นคงไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายจนกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชน ถึงขั้นเป็นสงครามหรือการปฏิวัติ หรือคนไทยมารบราฆ่ากันเอง รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ดังนั้นในช่วงบ่ายึงได้ประชุมกระทรวงทบวงกรมต่างๆ เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ทั้งตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ การประชุมนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อม และความเป็นเอกภาพของหน่วยงานที่จะดูแลประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุม เรียกร้อง

เป้าหมายประการแรก จะดูแลรักษาสถานที่สำคัญของทางราชการ และสถานที่สำคัญอื่นๆ จะมีการเตรียมกำลังซึ่งจะผสมกันระหว่างตำรวจ ทหาร และฝ่ายท้องถิ่น ที่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดการละเมิดกฎหมายในเรื่องการบุกรุกสถานที่ราชการ จะทำเหมือนที่ผ่านมาคือทำด้วยความนุ่มนวล ไม่ให้เกิดการปะทะกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการประกาศว่าจะเข้าไปชุมนุมหน้าบ้านประธานองคมนตรี ที่ตนได้ย้ำหลายครั้งแล้วว่า พึงหลีกเลี่ยงไม่ให้นำสถาบันองคมนตรีหรือผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเข้ามาสู่ความ ขัดแย้งทางการเมือง เรามีหน้าที่ที่จะปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักและคนดี ผู้หลักผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ดังนั้น ในกรณีก็เช่นเดียวกัน จึงมีกำลังที่จะดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งหน้าบ้านประธานองคมนตรี และสถานที่ราชการสำคัญอื่นๆ จะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการปะทะ ส่วนผู้ชุมนุมอยากจะแสดงออกตามรัฐธรรมนูญกำเนินการไปอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

ประการที่สอง การชุมนุมซึ่งมีการพูดกันว่าจะมีการนำคนจำนวนมากเข้าสู่กรุงเทพฯ จะกระทบการจราจร จะเตรียมพร้อมดูแลเพื่อให้การจราจรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด จะใช้เครือข่ายวิทยุกระจายเสียงให้ผู้ใช้ยวดยานทราบตลอดเวลาว่าพื้นที่ไหน ควรหลีกเลี่ยง

ประการที่สาม การดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงในหมู่ประชาชน กรณีผู้มีความเห็นต่างกันเข้ามาเคลื่อนไหวพร้อมๆกันหรือในสถานที่เดียวกัน ขอกรุณาเข้ามาแสดงความเห็นได้ แต่อย่าเข้ามาเผชิญหน้ากัน ส่วนเจ้าหน้าที่จะกันระยะมิให้เกิดความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากัน

รัฐบาลดูแลได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ เพื่อให้ภาพลักษณ์ของบ้านเมืองเป็นไปด้วยดี พร้อมคลี่คลายปัญหาได้โดยไม่มีข้อครหาใดๆ สำหรับการวางแผนทั้งหมดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยนำไปสู่ความรุนแรงจนอาจจะนำไปสู่สภาวะสงครามการเมือง รัฐบาลก็จะอยู่เฉยไม่ได้ แต่จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย

“ตลอดชีวิตการเมืองผม สิ่งที่ผมไม่ต้องการเห็นที่สุดคือความสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของพี่น้อง ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ข้างไหน หรือมีความคิดอ่านอย่างไร” นายกฯกล่าวในท้ายสุด

ที่มา – มติชน

Comments

Got something to say?






;