อภิสิทธิ์ชี้เสื้อแดงยุติชุมนุมไม่ใช่ชัยชนะ วอนถึงเวลาฟื้นฟูบ้านเมือง
April 14, 2009
เมื่อเวลา 17.25 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ประกาศสลายการชุมนุม ว่า ขณะนี้ถือได้ว่า สถานการณ์ไม่ปกติ ในแง่การปิดถนนหรือการก่อเหตุร้ายได้คลี่คลายลง จนค่อนข้างเสร็จสิ้นแล้ว ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ทำให้เราสามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ภารกิจตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินยังไม่เสร็จสิ้น คงต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งรัฐบาลต้องไม่ตั้งอยู่บนความประมาทและเฝ้าระวังต่อไป โดยในพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังคงมีกำลังพลทั้งทหารและตำรวจตรึงกำลังอยู่ ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะรัฐบาลมีภารกิจหลักต้องเฝ้าระวังและดูแลไม่ให้เกิดความไม่สงบขึ้นอีก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังยุติการชุมนุมที่ทำเนียบฯ ยังคงมีการชุมนุมบางจุด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผู้ชุมนุมไม่ได้สวมเสื้อสีแดง เริ่มต้นมีผู้ชุมนุมในหลักสิบ หรือหลักร้อย ยังมีให้เห็นในช่วงบ่าย ซึ่งรัฐบาลเข้าใจว่า เวลามีการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ความรู้สึกอารมณ์ย่อมมีตกค้างบ้างเป็นปกติ แต่รัฐบาลพยายามเข้าใจความรู้สึกและพยายามหาทางพูดคุย เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของแต่ละฝ่ายให้ลดลง
“ความจำเป็นต้องเรียนเตือนและชี้แจงว่า การชุมนุมตลอตบ่าย มีพยามยามหยิบยกเงื่อนไข โดยเฉพาะกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐทำรุนแรง หรือฆ่าประชาชน เป็นเงื่อนไขให้ประชาชนออกมาชุมนุม ยืนยันว่าการปฎิบัติการที่ผ่านมา ไม่ได้นำไปสู่การสูญเสียชีวิต ส่วนผู้เสียชีวิต 2 รายนั้น เกิดจากการปะทะของผุ้ชุมนุมและประชาชนในชุมชน ขอให้มั่นใจปฏิบัติการทั้งหลายโปร่งใส ไม่สามารถหลบซ่อนได้ สื่อสารมวลชนเองก็อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งการคลี่คลายสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้ทำในช่วงกลางวัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้วันที่ 16-17 เม.ย. เป็นวันหยุดราชการนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ ภาวะปกติ ประกอบกับรู้สึกเกรงใจประชาชน เมื่อเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายในช่วงปีใหม่ จึงอยากให้ประชาชนผ่อนคลาย
นอกจากเหตุการณ์จะคลี่คลายลงแล้ว แต่ยังคงประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการฉุกเฉินยังคงมีอยู่ ภารกิจส่วนหนึ่งยังไม่เสร็จจสิ้น เราต้องคงอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายพิเศษนี้เพื่อเร่งนำทุกสิ่งทุกอย่างคืนให้ เร็วที่สุด แม้เหตุการณ์จะคลี่คลายไปมากแล้ว แต่เรายังคงใช่ พ.ร.ก.อยู่ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องในทางกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีกับแกนนำในการก่อความไม่ สงบ ยุยงให้เกิดเหตุวุ่นวายและรุนแรง การดำเนินคดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในที่สุด และจะให้เป็นความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ประกาศสร้างความสมานฉันท์
ขณะนี้มีบางคนที่ถูกออกหมายจับแล้วหลบนี้ไป ขอให้พี่น้องประชาชนรับทราบแจ้งมาด้วย สิ่งที่รัฐบาลยึดมาตลอดคือหลักความสูญเสียน้อยที่สุดทำให้เกิดประสิทธิภาพ รวดเร็วที่สุด
แม้ว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายแล้ว รัฐบาลไม่ได้ถือเป็นชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของฝ่ายใด แต่ถือเป็นความพ่ายแพ้ของสังคม ผู้ชุมนุมที่ได้ก่อเหตุการณ์ กระทำต่างๆที่เกิดขึ้น สิ่งที่เจ้าหน้าที่ดำเนินงานระหว่างปฏิบัติการณ์อย่าถือว่าเป็นเรื่อง ส่วนตัวเอามาโกรธเคืองกัน อาจจะเกิดจากคนกลุ่มเล็กๆ ที่สร้างให้เกิดความเข้าใจผิด ถ้าเราร่วมทำให้สังคมสงบเราจะได้มาคุยกัน การเมืองเป็นเรื่องของการเมือง ประท้วงไม่จำเป็นต้องไปประท้วงกันที่ท้องถนน ผมขอเปิดใจกว้างเรื่องการแก้ไขกฎหมายจะปรึกษาทุกฝ่ายเพื่อให้ประเทศชาติเดิน หน้าต่อไปได้ ขอให้ทุกฝ่ายมาคุยกัน เชื่อว่าเหตุการณ์ จะกลับปกติเต็มเร้อยโดยเร็ว หากมีอะไรในช่วงนี้ก็พร้อมจะเดินหน้าเต็มที่
ขอบคณคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเหน็ดเหนื่อย หลายคนก็ต้องมาเครียดกับเหตการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงเวลาที่เราต้องมาช่วยฟื้นฟูบ้านเมือง ผมยืนยันว่าผมมาอยู่ตรงนี้เพื่อทำงานให้พี่น้อง ประชาชนคนไทยจะทุ่มเทด้วยความสุจริต เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตตรงนี้ไปให้ได้
ที่มา – มติชน
Comments
Got something to say?





