อภิสิทธิ์ไม่เห็นด้วยเลิกกฎหมายหมิ่น แต่เห็นว่าปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้-ให้ใครฟ้องก็ได้
March 6, 2009
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่5 มีนาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ปฏิรูปการเมือง” ในงานวันนักข่าวประจำปี 2552 จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ตอนหนึ่งว่า สื่อมีบทบาทสำคัญต่อการปฏิรูปการเมือง
“ตราบที่ผมยังมีความรับผิดชอบอยู่ตรงนี้ จะทำทุกอย่างให้ไปถึงจุดนั้นให้ได้ ไม่ย้อนกลับไปสู่ความรุนแรง และจะสมานให้ทุกอย่างกลับคืนมาให้ได้ วันนี้ถ้าทำสิ่งนี้สำเร็จ เท่านี้ผมก็พอใจว่าได้ทำให้บ้านเมืองกลับคืนสู่สันติ สงบสุข และกลับเข้าสู่ความมีประชาธิปไตย เพราะผมเชื่อว่า ถ้าเป็นประชาธิปไตยแล้ว ต่อไปใครก็ทำได้” นายกฯกล่าว
เมื่อถามว่า นักวิชาการต่างชาติเรียกร้องให้มียกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจกันเล็กน้อย ภาษาอังกฤษใช้คำว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่จริงเราไม่ได้มีกฎหมายพิเศษ แต่เรื่องนี้อยู่ในกฎหมายอาญา เป็นกฎหมายความมั่นคงชนิดหนึ่ง และคิดว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายนี้ เพราะเรามีสถาบันที่เทิดทูนไว้เหนือความขัดแย้ง ถ้าไม่มีกฎหมายนี้แล้วจะมีกลไกอะไรไปคุ้มครองสถาบันจากการละเมิด
“ผมเคยถามชาวต่างประเทศว่า ที่คุณมาขอให้ยกเลิกกฎหมายนี้ แต่ทำไมคุณมีกฎหมายไม่ให้หมิ่นศาล ดังนั้น มันก็ต้องมีกลไกลักษณะนี้ สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือ ที่ว่าใครก็ตามที่ได้ถูกกล่าวหาแบบนี้ ต้องยกเลิกให้หมด ผมรับไม่ได้ ถ้าท่านไปยืนยันข้อเท็จจริง และทำให้เสื่อมเสียแก่ราชวงศ์ คุณทำกับคนธรรมดายังถูกฟ้อง นักการเมืองบางคนฟ้องเป็นพันล้านบาท มันจึงไม่มีเหตุผลว่าอยู่ดีๆ จะไปละเมิดสถาบัน แต่ปัญหาที่ผมคิดว่าต้องปรับปรุงแก้ไขคือ ใครก็ไปร้องได้ ผมคุยกับ ผบ.ตร.ว่า ต้องบังคับใช้กฎหมายให้ดี แต่ผมไม่ยอมให้ใครมาอ้างสิทธิเสรีภาพ แล้วมาทำร้ายสถาบัน ถ้ามีวาระซ่อนเร้น ผมไม่รับฟัง”นายกฯกล่าวหนักแน่น
เมื่อถามว่า แสดงวาพร้อมรับมือสื่อนอก นายกฯกล่าวว่า “ผมรับมาเยอะแล้วครับ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ด้วยความตรงไปตรงมา และยืนยันว่า สิ่งที่ผมคิด ที่พูด เชื่อโดยสุจริตใจ และไม่ได้ฝืนหลักการประชาธิปไตยแน่นอน”
ให้แนวทางการแก้กฎหมายไปกับ ผบ.ตร. แล้ว
ในการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2552 นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการปรับแก้กฎหมายหมิ่นสถาบันฯ กฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าจะต้องปรับในการบังคับใช้ให้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ได้ทำเพื่อต่างชาติ แต่จะทำเพื่อความเป็นธรรมและจะไม่มีผลกับคดีที่ผ่านไปแล้ว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่า ได้ให้แนวทางการปรับแก้กฎหมายหมิ่นสถาบันฯ ต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปบ้างแล้ว
ความเห็น SIU:
ไม่ทราบว่านักข่าวหมายถึง ข้อเรียกร้องของ “ชาวต่างชาติ” อันไหน หากหมายถึง ข้อเรียกร้องฉบับที่นำโดย ศ. ธงชัย วินิจจะกูล มีข้อเรียกร้องขอให้ ปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งก็เป็นข้อเรียกร้องเดียวกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั่นแหละ
2. โปรดพิจารณาข้อเสนอแนะที่เรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ตกเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งคุกคามผู้อื่น และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายด่างพร้อยต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและ สถาบันกษัตริย์บนเวทีสากลยิ่งไปกว่านี้
(ภาษาอังกฤษ)
2. Please consider suggestions to reform the lese majeste law to prevent further abuses and to prevent the possibility of further damage to the international reputation of Thailand and the monarch.
ซึ่งอาจจะสับสนกับข้อนี้ (ยกเลิก -ถอนฟ้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ)
3. โปรดพิจารณายกเลิก-ถอนฟ้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่กำลังดำเนินคดีอยู่ใน ขณะ นี้ และดำเนินการเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องโทษที่ถูกตัดสินภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก่อนหน้านี้ เนื่องจากคนเหล่านี้ตกเป็นผู้ต้องหาเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่การแสดงความคิดเห็นไม่ควรเป็นอาชญากรรม
(ภาษาอังกฤษ)
3. Please consider taking action to withdraw the current lese majeste charges, and working to secure the release of those already convicted under the lese majeste law. They are charged for expressing their ideas. This should not be a crime.
สื่อมวลชนควรจะทำการบ้าน และระมัดระวังในการใช้คำถามมากกว่านี้ เพราะนี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน (ที่ irony คือนี่เป็นคำถามใน “วันนักข่าว” เสียด้วย)
Comments
Got something to say?





