นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถึงการเชิญ ศ.โจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล มาเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้รัฐบาลไทย ว่าได้พบกับ ศ.สติกลิตซ์ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างเข้าร่วมประชุมเศรษฐกิจโลก ทำให้ได้ข้อคิดอะไรเยอะ ซึ่ง ศ.สติกลิตซ์ถือเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียงอยู่แล้ว และมีแนวคิดกว้าง จึงหวังว่าน่าจะช่วยให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลได้ โดยเฉพาะเมื่อดำเนินมาตรการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจ
“ที่ผ่านมา ศ.สติกลิตซ์มองตรงกับรัฐบาล โดยปัญหาด้านการเงินก็ต้องมาดูว่าทำอย่างไรจะอำนวยสินเชื่อ และการค้ำประกันสินเชื่อได้ แต่เขาก็พยายามเสนอแนะเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสถาบันการเงิน เพื่อให้สามารถหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น” นายกฯกล่าว
ผู้สื่อ ข่าวถามว่า ต้องจ่ายเงินเดือนหรือจ่ายค่าให้คำปรึกษาให้แก่ ศ.สติกลิตซ์เท่าไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มี เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน
สศช.ชงแผนลงทุน1.9ล้านล้าน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยหนังสือพิมพ์ “มติชน” ว่า ขณะนี้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กำลังจัดทำรายละเอียดแผนการลงทุนระยะปานกลาง และระยะยาว ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 นอกจากประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องเน้นการจ้างงานให้เกิด ขึ้นเป็นหลักแล้ว ยังจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ เพื่อกำหนดที่มาของเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ ในการลงทุน ทั้งงบประมาณปี 2553 และการกู้จากต่างประเทศ
“ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สรุปภาพรวมแผนการลงทุนรายสาขา ระยะปานกลางและระยะยาวให้ทราบ โดยมีงบประมาณรวมกันมากกว่า 1.9 ล้านล้านบาท สำหรับการลงทุนตั้งแต่ปี 2552-2556″ แหล่งข่าวกล่าว
เน้นโครงสร้างพื้นฐาน 1.4 ล้านล้าน
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับรายละเอียดภาพรวมการลงทุน ที่ สศช. เสนอมาแล้ว แยกเป็น 5 สาขา ได้แก่
1. การลงทุนด้านการศึกษา วงเงิน 9.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นปี 2552 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ปี 2553 วงเงิน 4.1 หมื่นล้านบาท และปี 2554 วงเงิน 3.9 หมื่นล้านบาท
2. ด้านสาธารณสุข วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นปี 2552 วงเงิน 2.8 หมื่นล้านบาท ปี 2553 วงเงิน 3.1 หมื่นล้านบาท ปี 2554 วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท และปี 2555 วงเงิน 2.9 หมื่นล้านบาท
3. ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ วงเงิน 2.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นปี 2552 วงเงิน 6 พันล้านบาท ปี 2553 วงเงิน 6.6 หมื่นล้านบาท ปี 2554 วงเงิน 7.3 หมื่นล้านบาท ปี 2555 วงเงิน 7.5 หมื่นล้านบาท และปี 2556 วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท
4. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 1.4 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นปี 2552 วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท ปี 2553 วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท ปี 2554 วงเงิน 2 แสนล้านบาท ปี 2555 วงเงิน 2.6 แสนล้านบาท และปี 2556 วงเงิน 1.8 แสนล้านบาท และ
5. ด้านการท่องเที่ยว วงเงิน 5 พันล้านบาท แบ่งเป็นปี 2552 วงเงิน 1 พันล้านบาทเศษ ปี 2553 วงเงิน 2 พันล้านบาทเศษ และปี 2554 วงเงิน 1 พันล้านบาทเศษ
ระยะปานกลางลุยสร้างร.ร.-รพ.
“การลงทุนระยะปานกลาง จะเน้นโครงการไม่ใหญ่มากนัก เพื่อเร่งการสร้างงาน อาทิ การลงทุนด้านการศึกษา จะเป็นการก่อสร้างโรงเรียน ศูนย์การศึกษา ส่วนการลงทุนด้านสาธารณสุข จะเน้นการก่อสร้างโรงพยาบาล ส่วนการลงทุนระยะยาว จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ หรือการลงทุนระบบการสื่อสาร 3 จี เป็นต้น แต่งบประมาณการลงทุนในแต่ละส่วนอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ที่รัฐบาลเตรียมอัดฉีดงบประมาณด้านการลงทุนจำนวนมากนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณให้เอกชน มีความมั่นใจในระบบเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น และหันกลับมาเริ่มลงทุนกันเหมือนเดิม เพราะรัฐบาลลงทุนนำไว้ให้แล้ว
ที่มา – มติชน
ความเห็น SIU:
ในที่สุดเรื่อง ดร. สติกลิตซ์ ก็เป็นเรื่องโอล่ะพ่อ (ในเว็บไซต์ส่วนตัวของเขาก็ยังไม่มีข้อมูลว่ารับเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้ประเทศใดเลย) เป็นเพียงเรื่องการแลกเปลี่ยนความเห็นกันเท่านั้น แต่ทำไม ดร. ปณิธานถึงได้ออกมายืนยันว่า ดร. สติกลิตซ์ ตอบรับคำเชิญ?
เรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็น แต่จะต้องดูสภาพเศรษฐกิจและโครงสร้างการกู้เงินจากต่างประเทศด้วย ในที่สุดถ้าดำเนินนโยบายเช่นนี้คงหลีกเลี่ยงสภาพการขาดดุลงบประมาณจำนวนมหาศาลไม่ได้ และนั่นอาจจะสร้างปัญหาอีกแบบให้กับประเทศ
