ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม บรรยากาศช่วงเย็นที่ผ่านมา หลังจากที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายวิเคราะห์งบประมาณหลายหน่วยงาน โดยระบุว่า การจัดทำงบประมาณไม่เป็นมืออาชีพ พร้อมตำหนิรัฐบาลที่ไม่มุ่งมั่นในการบริหารประเทศ เพราะมัวแต่ไปบริหารการเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่า นโยบายรัฐบาลไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า รัฐบาลจัดงบประมาณแสนกว่าล้าน แล้วจัดเก็บภาษีเข้ามา มองว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เงินที่ลงไปถึงพี่น้องประชาชน เป็นในเรื่องของการจัดการเรียนฟรี จ่ายเงินสดออกไปช่วยเรื่องอุปกรณ์การเรียน เงินเช็คช่วยชาติ เบี้ยยังชีพ ขอให้ไปตรวจสอบว่าเงินเหล่านั้นถูกนำไปใช้เวียนทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น
“เงิน 1 แสนกว่าล้านที่ลงไป มีส่วนช่วยประคับประคองให้การหมุนเวียนเศรษฐกิจดีขึ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า ส่วนประเด็นการรับจำนำพืชผล เลิกกลางคันไม่ได้ จึงบอกว่าที่ทำอยู่ให้ทำครบฤดูกาล โควต้าเต็มก็ขยายโควต้าแต่เวลาไม่ขยาย เดินหน้าทำระบบใหม่ทันที เช่นมันสัมปะหลัง เป็นต้น และทำความเข้าใจกับเกษตรกรเรื่องระบบใหม่ที่จะเข้ามา จากฤดูกาลต่อๆไปจะไม่มีการรับจำนำราคาสูงกว่าตลาดอีกต่อไปแล้ว ถ้าจะมีจำนำต้องราคาต่ำกว่าตลาด
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีมีการกล่าวหาไม่กล้าตัดสินใจรถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันว่า จุดประสงค์ของโครงการนี้ คือต้องการแก้ไขขสมก.ที่ขาดทุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำอย่างไรเรื่องนี้ต้องศึกษา คนที่เห็นว่าเหมาะสมคือคณะกรรมการสภาพัฒน์ฯ เพราะเชี่ยวชาญและมีความเป็นกลาง หากส่งให้ศึกษาว่าทุจริตหรือไม่ นี่คือเรื่องแปลกคนที่จะบอกว่าทุจริตหรือไม่ คือ ป.ป.ช. ซึ่งจะเช่าหรือซื้อต้องไปดูอีกว่า ตอนจัดซื้อจัดหามีการทุจริตหรือไม่ หากทุจริตก็มีองค์กรอิสระ ตรวจสอบ
“ผมไม่ได้ส่งเรื่องเอ็นจีวีให้สภาพัฒน์ตรวจสอบเรื่องทุจริต หากมีการทุจริตจะไม่ทำเลย แต่ขณะนี้โครงการยังไม่เดิน เป็นข้อเสนอขึ้นมาจะทำอย่างนี้” นายกรัฐมนตรีกล่าวและว่า การกล่าวหารัฐบาลสนใจแต่คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ดูหรือว่า เงิน 8 แสนล้านที่ผ่านสภาฯไป ส่วนใหญ่ลงไปในชนบท
ผ่านพรก.เงินกกู้ 248 ต่อ 128 เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.55 น. วันที่ 15 มิถุนายน มีการลงมติในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวง การคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 2552 จำนวน 4 แสนล้านบาท โดยที่ประชุมเห็นชอบในร่างพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 ด้วยคะแนน 248 ต่อ 128 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนนเสียง17 รวมเวลาพิจารณา 14 ชั่วโมง
