นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยบุคคลสำคัญในรัฐบาล เดินทางถึงท่าอากาศยานนาริตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จากนั้น เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่โรงแรมอิมพรีเรียล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี ( นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อพบปะ และให้นโยบายทีมประเทศไทยในโตเกียว โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้นโยบาย และแนวทางการดำเนินการของรัฐบาล ดังนี้

ที่มา – สถานเอกอัครราชฑูต ณ กรุงโตเกียว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการดำเนินงานในช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาของรัฐบาล ในด้านการแก้ปัญหาทางการเมือง และเศรษฐกิจว่า ไทยประสบปัญหาด้านภาพลักษณ์ในช่วง 2 -3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาการเมือง แต่ปัจจุบันรัฐบาลได้เร่งดำเนินการการสร้างความสมานฉันท์ ทำให้ปัญหาทางการเมืองเริ่มคลี่คลายลง และเริ่มมีเสถียรภาพ รัฐบาลสามารถเดินหน้าทำงานต่อไปได้ แม้ว่าจะยังไม่ราบรื่นนัก โดยข้อตกลงต่างๆ ที่จะลงนามในการประชุมอาเซียนซัมมิท ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา รวมถึงการผ่านร่างงบประมาณกลางปี ในวาระที่ 1 เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มว่า แม้จะมีกลุ่มต่อต้านรัฐบาล แต่รัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เพื่อป้องกันการเกิดความสูญเสีย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น รวมถึงการเดินหน้าสะสางคดีความต่างๆ อย่างตรงไปตรงมาด้วย
ส่วนการรับมือปัญหาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้ออกนโยบาย และมาตรการที่ครบถ้วนในทุกเครื่องมือที่มีอยู่ เช่น การบริหารงานงบประมาณ แต่จะต้องไม่ให้เกิดผลกระทบในด้านโครงสร้างงบประมาณ และรัฐบาลได้ดำเนินโครงการ เพื่อให้งบประมาณถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด เช่น การฝึกอบรม งบช่วยเหลือผู้สูงอายุ และโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็ก
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านการเงินการคลัง ได้มีการพูดคุยกับการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้ดำเนินนโยบาย ที่สอดคล้องกัน แต่ไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของธนาคารฯ ในด้านมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว รัฐบาลออกมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เช่น การยกเว้นค่าวีซ่า การลดค่าจอดสนามบินลงร้อยละ 50 เป็นเวลา 1 ปี และการจัดสรรงบประมาณเพื่ออบรมสัมมนาของข้าราชการในประเทศ ในด้านการส่งออก ได้ออกมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก การเจาะตลาดใหม่ๆ และการสำรวจมาตรการ และความต้องการของประเทศคู่ค้า เพื่อดำเนินยุทธศาสตร์ให้สอดรับกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงมาตรการต่างๆ ที่ออกมาของรัฐบาลว่า จะเห็นผลใน 9 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งรัฐบาลจะได้ติดตาม และประเมินผลอย่างใกล้ชิด โดยทีมประเทศไทยจะเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานให้บรรลุผล โดยมีการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากพบกับทีมประเทศไทยแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทีมประเทศไทยยืนยัน ต้องการร่วมมือกับประเทศไทย ในความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงความต้องการแรงงานไทยในญี่ปุ่น ในธุรกิจสปา และธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ เพราะญี่ปุ่นกำลังมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระดับโลก ในฐานะคนไทยสามารถใช้ประโยชน์ ในช่วงค่าเงินเยนแข็งตัว ได้ในทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ทีมประเทศไทย ยอมรับว่า ประเทศญี่ปุ่นยังกังวลกับสถานการณ์ ทางการเมืองของไทย แต่ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา
ที่มา – ไทยรัฐ
ความเห็น SIU:
การเดินทางเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ของนายกฯอภิสิทธิ์ เป็นการเดินทางครั้งสำคัญเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น หากมีการใช้ connection ที่มีผู้หนุนหลังรัฐบาลที่ทรงอิทธิพล และทรงความคิดจำนวนมากมาย ประสานสัมพันธ์กับภาคเอกชนของญี่ปุ่น จะช่วยให้การเจรจาครั้งนี้คล่องตัว และส่งผลบวกต่อภารกิจของรัฐบาลมากขึ้น
