Practical Report อดัม คาเฮน (Adam Kahane) เยือนไทย แนะวิธี Scenario แก้ความขัดแย้ง

อดัม คาเฮน (Adam Kahane) นักสันติวิธีผู้โด่งดังจากการนำกระบวนการสร้างฉากทัศน์อนาคต (scenario) มาช่วยสร้างสันติภาพในประเทศแอฟริกาใต้ยุค 90s ได้มาเยือนประเทศไทยเป็นเวลาสั้นๆ เพื่อแนะนำกระบวนการ scenario ให้คนไทยได้รู้จัก

นอกจากจะเดินทางพบปะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญกับสถานการณ์ในประเทศไทยหลายราย นายอดัมยังได้พูดต่อสาธารณชนในงานสัมมนา “เราจะส่งมอบประเทศไทย แบบไหนให้ลูกหลาน” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2553 ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร โดยมีผู้ร่วมสัมมนาประมาณ 100 คน

Adam Kahane in Thailand

นายอดัมเล่าประสบการณ์ของเขาในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นผลงานที่สำคัญที่สุดของเขา (เขาพูดติดตลกว่างานนี้สำคัญจนเขาแต่งงานกับผู้จัดโครงการคนหนึ่ง และย้ายไปอาศัยอยู่ที่แอฟริกาใต้เลย)

(SIU เคยนำเสนอเรื่องนี้หลายครั้ง สามารถอ่านรายละเอียดได้จาก ประสบการณ์สร้างความสมานฉันท์ของประเทศแอฟริกาใต้ในโครงการ Mont Fleur Scenario รวมถึง หนังสือ “ถังความคิด” และงานเสวนา “ก้าวข้ามความขัดแย้งสังคมไทย”)

นอกจากนี้เขายังพูดถึงประสบการณ์ในกัวเตมาลา (โครงการ Vision Guatemala) ว่ามีกลุ่มผู้ร่วมสร้างฉากทัศน์ที่หลากหลายกว่า แถมยังมีระดับสูงกว่า แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่เป็นรูปธรรมมากนักในระยะสั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นโครงการขับเคลื่อนกัวเตมาลาในระยะยาว โดยผู้ร่วมเสวนากับคาเฮน กลายเป็นกลจักรสำคัญในการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ อีกหลายปีให้หลัง ซึ่งหลายคนทำงานเป็นอิสระไม่เกี่ยวข้องกัน

อดัม คาเฮน ยังแยกแยะระดับของ “การสนทนา” ว่าแบ่งเป็น 4 ขั้น ได้แก่

  • Downloading หรือการที่ใครคนหนึ่งพูดถึงเหตุการณ์ใดๆ ในอดีต แต่เพียงผู้เดียว ผู้ฟังคนอื่นๆ ทำหน้าที่ดูดรับข้อมูล เหมือนกับการดาวน์โหลดไฟล์บนอินเทอร์เน็ต
  • Debating เป็นการพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต แต่ว่ามีผู้พูดหลายคน และแต่ละคนมีมุมมองหรือจุดยืนที่ต่างกัน จึงต้องมาถกเถียงกันเพื่อหาข้อสรุปในอดีต
  • Dialoguing พัฒนาการอีกขั้นจาก Debating แต่เป็นการคุยถึงเรื่องในอนาคตอย่างเปิดใจรับฟังกัน แต่ยังมีข้อจำกัดว่าเป็นการเข้าใจเฉพาะส่วน
  • Presencing เป็นจุดสูงสุดของการสนทนา คือทั้งองค์คณะผู้ร่วมการสนทนา พูดถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันและอนาคตอย่างเข้าอกเข้าใจกัน

อดัมตอบคำถามของประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวจากเนชั่นในช่วงถาม-ตอบ ที่ว่า “การสนทนาเพื่อยุติความขัดแย้งของประเทศไทย จำเป็นต้องสนทนากันทุกเรื่อง รวมไปถึงประเด็นที่อ่อนไหวอย่างสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่” อดัมตอบว่า เขาเพิ่งมาถึงประเทศไทยได้ไม่กี่วัน ยังไม่เข้าใจบริบทของประเทศไทยดี แต่โดยหลักการแล้ว ยิ่งสนทนากันในหลากหลายประเด็นเท่าไร ก็มีโอกาสจะขจัดความขัดแย้งในประเด็นนั้นๆ มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าช่วงแรกที่ผู้ร่วมการสนทนายังไม่ไว้ใจกัน ก็ควรเริ่มจากประเด็นที่ทุกฝ่ายยินดีจะพูดคุยกันเสียก่อน

ในโอกาสเดียวกัน นายอดัมยังเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ Power and Love: A Theory and Practice of Social Change ฉบับแปลภาษาไทยในชื่อ “พลังรัก พลังอำนาจ” แปลโดย ดร. สันติ กนกธนาพร และ ดร. สุมิท แช่มประสิทธิ์ สำนักพิมพ์ Post Books (ข้อมูลหนังสือจากเว็บไซต์สำนักพิมพ์)

“พลังรัก พลังอำนาจ” เป็นหนังสือเล่มที่สองต่อจากหนังสือเล่มแรก “Solving Tough Problems” หรือชื่อภาษาไทย “วิธีสร้างปาฏิหารย์เมื่อสถานการณ์ถึงทางตัน” ซึ่งพูดเรื่องการเปิดใจและสร้างการเชื่อมต่อระหว่างกันขึ้นมาใหม่ (อดัมพูดว่า “Opening and Reconnection”) ส่วนหนังสือเล่มที่สอง อดัมเล่าว่าเขาพบจุดบกพร่องในกรรมวิธีของหนังสือเล่มแรก และคิดว่าต้องมีกระบวนการอีกอย่างในการสร้างสันติภาพ มันคือการหาจุดสมดุลย์ระหว่างอำนาจ (power) กับความรัก (love) ซึ่งสังคมใดๆ จำเป็นต้องมีทั้งสองอย่าง

  • Thadjittrathip Samipagdi

    อยากทราบว่ามีกิจกรรม สัมนาอีกเมื่อไหร่คะ รบกวนส่งข่าวด้วยค่ะ อยากเข้าไปร่วมฟังด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

  • Kanit Su

    There are more serious details in power and love.In Love there are reasons of sentimental which warm the process and allow access to forgive and forget .People make mistake all the times and gain experiences ,learning to decide the correct plan need more than just power to drive through.