ในการประชุม ASEAN Trade Facilitation Forum ที่เมืองมาดาโน อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นการประชุมที่ควบคู่ไปกับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Ministers’ Meeting - AEMM) ครั้งที่ 43

Asian Development Bank Institute
Masahiro Kawai กรรมการผู้จัดการของ Asian Development Bank Institute (ADBI) หน่วยงานคลังสมอง (think tank) ของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ในโตเกียว กล่าวปาฐกถามีใจความว่า ความท้าทายทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียนคือ การก้าวให้พ้นจากเงาของจีนและอินเดีย ซึ่งจะเป็นตัวจักรสำคัญทางเศรษฐกิจของทวีปเอเชีย ที่ดึงดูดนักลงทุน และบริษัทข้ามชาติจากทั่วโลก
“อาเซียนจะต้องทำตัวเป็นทางเลือกที่น่าสนใจให้กับนักลงทุนเหล่านี้” Masahiro กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่โดดเด่นของอาเซียนคือความแตกต่างหลากหลายอย่างสุดขั้วระหว่างกลุ่มประเทศในประชาคมเอง
Masahiro ยกตัวอย่างว่า
- GDP ของสิงคโปร์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอาเซียนถึง 14 เท่า และสูงกว่าพม่า 87 เท่า
- อินโดนีเซียมีประชากร 40% ของอาเซียน และมากกว่าบรูไน 570 เท่า
เขาบอกว่าความแตกต่างขนาดนี้ทำให้เป้าหมายทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของแต่ละประเทศต่างกันมาก
เขาบอกว่า 20 ปีข้างหน้าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่อาเซียนจะต้องปรับโครงสร้างทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคม วางเป้าหมายทางนโยบายเสียใหม่ ดังที่จีน อินเดีย เกาหลีใต้ เคยทำมาแล้วในยุค 1990s ซึ่งทั้งสามประเทศนี้ได้ปรับปรุงโครงสร้างทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคมไปมากในรอบ 20 ปีนี้
เกาหลีใต้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ถึงแม้จะเจอวิกฤตเศรษฐกิจในปี 1997-1998 แต่ก็สามารถยกเครื่องภาคการเงินเสียใหม่ ปรับปรุงวิธีการจัดการเศรษฐกิจมหภาค ลงทุนในเทคโนโลยีและทรัพยากรมนุษย์ และปรับปรุงภาคสังคมให้ก้าวหน้า
เขาบอกว่าการตัดสินใจปรับปรุงนโยบายเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน แต่เพิ่งจะมาแสดงผลลัพธ์ให้เห็นชัดเจนในช่วงเวลานี้
ข้อมูลจาก The Jakarta Post
