สงครามธุรกิจไม่ได้ตัดสินชี้ขาดที่เทคโนโลยีล้ำยุคอีกต่อไป เพราะสามารถลอกเลียนแบบกันได้อย่างรวดเร็ว ในทางตรงข้าม การสร้างประสบการณ์รื่นรมย์ (Aesthetic Experience) ให้บรรเจิดขึ้นในใจผู้บริโภคได้กลายเป็นคุณค่าสำคัญที่ธุรกิจทั้งหลายต้องเร่งรีบพัฒนาเพื่อสร้างความแตกต่างโดดเด่นเหนือคู่แข่ง
Showcase Nokia 2010 นับเป็นงานแสดงผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีประจำปีของบริษัท Nokia ที่ได้เชิญสื่อมวลชนมากมายไปร่วมประชาสัมพันธ์ ซึ่งแน่นอนว่าลำพังเพียง “มือถือที่มีดีไซน์เลิศหรู เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและบริการล้ำยุค” ย่อมไม่เพียงพอในการสร้างประสบการณ์สุนทรียะให้ผู้เข้าร่วมงานได้ Nokia จึงต้องมีวิธีการบอกเล่าเรื่องราว (Art of Story Telling) ทั้งการเลือกสถานที่จัดงานอันรื่นรมย์ การสร้างบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจ บริการอาหารเครื่องดื่มที่ละเมียดละไม รวมไปถึงฝีมือและลีลาการนำเสนอของวิทยากรชั้นเซียน
ที่น่าสนใจก็คือ การเชื้อเชิญนักออกแบบผลิตภัณฑ์ของโนเกียมาบรรยายถึงวิธีคิดและเบื้องหลังการทำงาน ซึ่งยิ่งสะท้อนว่า บริษัทเทคโนโลยีก็จำต้องให้ความใส่ใจกับสุนทรียะ อารมณ์ความรู้สึก และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมล้ำเลิศให้กับผู้บริโภค
ดีไซน์เนอร์ 2 ท่านแรกที่มานำเสนอแนวคิด Digital Design และ Iconography Design ยังคงยึดติดกับเทคนิคการเล่าเรื่องแบบเดิมคือ เล่าไปเรื่อยเหนื่อยก็พัก สไลด์ก็ไม่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากนัก ไม่มีสิ่งใดให้ต้องขบคิดตีความ
การนำเสนอที่เป็นทางการแบบนี้จึงยิ่งตอกย้ำ “ภาพลักษณ์” ของโนเกียที่เน้นความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี โดยมีสุนทรียะและความเป็นมนุษย์ในการออกแบบเป็นเพียงองค์ประกอบเสริมให้สินค้าดูน่ารัก น่าใช้ น่าทะนุถนอมเพียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ดีไซน์เนอร์ท่านสุดท้ายที่มานำเสนอเรื่อง Gestures in Design ได้ปลุกเร้าบรรยากาศในการเล่าเรื่องให้ตื่นเต้นชวนติดตาม ตั้งแต่การทักทายผู้ฟังด้วยกิจกรรมการออกเสียงที่พิสดาร สไลด์ที่เล่าเรื่องอย่างมีรสนิยม น้ำเสียงที่เปี่ยมล้นอารมณ์ความรู้สึก และภาพถ่ายที่มีสัญลักษณ์ให้ขบคิดมากกว่าเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ ทั้งหมดได้สะท้อนแนวคิดการออกแบบในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นในความเป็นมนุษย์อันอ่อนไหว ซับซ้อนและซ่อนนัย
การเลือกเฟ้นโรงแรมเพื่อเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ ก็มีส่วนสนับสนุนประสบการณ์โดยรวมของผู้เข้าร่วม ในกรณีนี้คือ โรงแรม Hilton Millennium ที่ให้บรรยากาศงดงามชวนหลงใหล เริ่มจากแอ่งนำพุที่สร้างสุนทรีย์ทางโสตสัมผัส แมกไม้เขียวขจีที่เก๋ไก๋แปลกตาแต่สอดรับสิ่งปลูกสร้างอย่างกลืมกลืน จนกระทั่งการตกแต่งภายในที่เต็มไปด้วยรูปทรงสะดุดใจลดเลี้ยวสอดแทรกอย่างลงตัว โดยเฉพาะเมื่อได้รับประทานอาหารเลิศรสพร้อมดื่มด่ำลำน้ำเจ้าพระยา
ประสบการณ์สุนทรีย์ในงาน Showcase Nokia 2010 จึงมีทั้งความรื่นรมย์และขมขื่น สะท้อนความขัดแย้งภายในของบริษัทที่มีทั้งความเคร่งครัดในระเบียบเก่าแม้กระทั่งการออกแบบ แต่ก็ยังอุตส่าห์แง้มช่องเปิดโอกาสให้ความเป็นมนุษย์และความรื่นรมย์ได้เข้ามามีบทบาทได้ตามสมควร ยิ่งกว่านั้นการเลือกโรงแรม Hilton เป็นสถานที่จัดงาน ก็สะท้อนความขัดแย้งกันอยู่ในที เพราะแม้จะมีความงามที่ละมุนลุ่มลึก แต่ด้วยการมุ่งเน้นความงามแปลกใหม่ในทุกส่วนสัดอย่างเต็มล้น ก็ทำให้สุนทรียรสนั้นขาดความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งย่อมส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยบังเกิดความรู้สึกสุขล้นละมุนใจที่แอบแฝงไว้ด้วยความอึดอัดและสับสน
ทีเด็ดของงานนี้คือ การเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เอ่ยปากซักถามดีไซน์เนอร์ทั้ง 3 ท่านอย่างใกล้ชิด และด้วยบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการนี้เอง ที่ทำให้ดีไซน์เนอร์ปลดปล่อยความเป็นตัวตนออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งการเล่าเรื่องประสบการณ์การใช้โทรศัพท์ Nokia ในขณะเล่นสกี รวมถึง ความฝันที่จะทำให้ Nokia สามารถเป็นตัวแทนในการเก็บรักษาความทรงจำดีๆของลูกค้า ประดุจเดียวกับคนรุ่นพ่อแม่ที่เก็บรักษาจดหมายรักของกันและกันไว้ระลึกถึงความหวานล้ำที่ผ่านพ้นแต่ยังหวนอาวรณ์
แต่กระนั้น Nikki Barton หัวหน้าดีไซน์เนอร์ในวัย 42 ก็ยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การดีไซน์นั้นจะต้องสอดรับกับฟังก์ชั่นการใช้งาน ซึ่งนั่นก็เป็น “เสน่ห์” ที่สินค้าเทคโนโลยีที่ดีควรคำนึงถึง อย่างไรก็ตาม การดีไซน์สินค้าเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 จะต้องไปให้เหนือกว่าความงามล้ำเลิศที่สอดรับกับรูปแบบการใช้งาน โดยเฉพาะการเติมเต็มความเป็นมนุษย์เข้าไปในผลิตภัณฑ์ที่อาจยินยอมให้มีความไม่สมประกอบในการใช้งานบ้าง เพื่อแลกกับเสน่ห์และอารมณ์อ่อนไหวของปุถุชน
Nokia ยังคงมุ่งมั่นที่จะ “วิจัย” ความต้องการของผู้บริโภค จึงเกิดความรู้ดีๆที่น่าสนใจมากมาย ดังเช่น การออกแบบให้ผู้ใช้สามารถประทับ “รอยจูบ” เพื่อออกคำสั่งให้โทรออกไปหาคนรัก แต่กระนั้น ฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างหลากหลายไปตามความชอบของแต่ละคนก็เหมือนดาบ 2 คม เพราะทำให้บริษัทต้องทุ่มเวลาและทรัพยากรอันมีค่าไปกับความต้องการเล็กๆน้อยๆที่อาจไม่ได้มีคุณค่ามากมายในจิตใจผู้บริโภค จึงอาจทำให้ Nokia พลาดในการทำในสิ่งที่ลูกค้าประทับใจที่สุดให้ดีเลิศที่สุด สุดท้ายจึงเปิดช่องว่างแห่งโอกาสให้บริษัท Smart Phone รุ่นใหม่อย่าง iPhone และ BlackBerry ได้เร่งพัฒนาการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สร้างประสบการณ์ล้ำเลิศให้ผู้บริโภค จนกระทั่งสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดที่ดีที่สุดของ Nokia ไปครอบครอง
Nokia ยังคงเป็นแบรนด์ที่ล้ำเลิศที่สุดในโลกเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ แต่กระนั้นก็เริ่มมีผู้เล่นรายใหม่ที่ทรงศักดานุภาพเข้ามาท้าทายมากมาย ดังนั้น การปรับทิศทางกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของโนเกียเพื่อรับมือเหล่าอนารยชนที่หิวกระหายชิ้นเนื้อ ก็คงต้องมีขึ้นในเร็ววัน พวกเราก็ได้แต่หวังว่า Nokia จะสามารถยืนหยัดยึดครองที่นั่งแถวหน้าในใจผู้บริโภคไปอีกนานเท่านาน
………………..
ขอบคุณความรู้และแรงบันดาลใจพรั่งพรูจากคุณฉกาจ ชลายุทธ (@molek) และข้อมูลดีๆจากเว็บไซต์ appreview






