
บริษัท AGB Nielsen (เอจีบี นีลเส็น) ในกลุ่มบริษัท Nielsen ซึ่งเก็บสถิติเรตติ้งของโทรทัศน์ในประเทศไทย เผยข้อมูลเบื้องต้นของการทดลองเก็บสถิติเรตติ้งแบบใหม่ ที่เพิ่มกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากขึ้น และกระจายชนิดของกลุ่มตัวอย่างไปยังทีวีรูปแบบใหม่ๆ อย่างเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมมากขึ้น
| ชนิดกลุ่มตัวอย่าง | ระบบเก่า | ระบบใหม่ |
|---|---|---|
| เสาอากาศ | 790 | 700 |
| เคเบิลทีวี | 100 | 182 |
| ทรูวิชั่นส์ | 200 | 200 |
| ทีวีดาวเทียม | 160 | 468 |
| รวม | 1250 | 1550 |
จากกลุ่มตัวอย่างของการเก็บสถิติเรตติ้งแบบใหม่ จะเห็นว่าสัดส่วนของฟรีทีวีแบบเสาอากาศลดลง และเคเบิลทีวีกับทีวีดาวเทียมมีกลุ่มตัวอย่างมากขึ้นแทน
AGB Nielsen จะเริ่มใช้ระบบเรตติ้งแบบใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2555 แต่จากการทดสอบเก็บตัวอย่างระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2555 พบว่าเรตติ้งของฟรีทีวีในระบบเสาอากาศลดลง โดยช่อง 3 ลดลง 3%, ช่อง 5 ลดลง 7-10% และช่อง 7 ลดลง 7% ซึ่งแปลได้ว่า ฟรีทีวีแบบเดิมโดนแย่งส่วนแบ่งตลาดไปมากขึ้น
กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี ผู้อำนวยการสมทบฝ่ายวิจัยสื่อโฆษณา บริษัท ไอ พีจี มีเดียแบรนด์ส ให้สัมภาษณ์กับประชาชาติธุรกิจในประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันยังมีทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และแอพ ซึ่งเป็นการดูย้อนหลังไม่ใช่ดูสด และยังไม่มีใครเก็บสถิติในส่วนนี้เลย ไม่มีทางรู้ว่าเรตติ้งจริงๆ เป็นเท่าไร
ระบบเรตติ้งของ AGB Nielsen (หรือชื่อเดิม AC Nielsen) เดิมยังเคยถูกวิจารณ์ว่ากลุ่มตัวอย่างแคบเกินไป และอาจมีภาวะเอื้อประโยชน์ด้านเรตติ้งให้สถานีโทรทัศน์บางราย ซึ่งในระยะหลังๆ ทำให้กลุ่มผู้ให้บริการจานดาวเทียมในประเทศไทยอย่าง PSI และ DTV หันมาทำระบบวัดเรตติ้งของตัวเองบ้าง โดยใช้อุปกรณ์กับจานดาวเทียมของตัวเอง และกำลังทยอยติดตั้งให้มีกลุ่มตัวอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ซื้อโฆษณาทางโทรทัศน์ที่จะวัดความคุ้มค่าของโฆษณาของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นการวัดเฉพาะกลุ่มทีวีดาวเทียมของแต่ละยี่ห้อก็ตาม (ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ และ PSI)
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
