Practical Report จิตรา คชเดช ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงอภิสิทธิ์ โต้บันทึกอภิสิทธิ์บน facebook

จิตรา คชเดช

จดหมายเปิดผนึกถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

วันที่ 19 มิถุนายน 2554

เรื่อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ดีแต่พูด”

เรียน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ดิฉันขอแนะนำตัวก่อน ดิฉันเป็นคนที่เสียภาษี และไปเลือกตั้งทุกครั้งและร่วมแสดงความเห็นทางการเมืองและรวมกลุ่มกันมาตลอดช่วงที่ประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตยหรือนักการเมือง ข้าราชการ นายทุนเข้ามากดขี่ แสวงหาผลประโยชน์จากคนจนๆอย่างพวกเรา ในวันนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปี เดือน พอดี ดิฉันได้ไปร่วมกิจกรรมรำลึกถึงวีรชนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์รัฐบาลสั่งให้สลายการณ์ชุมนุมของพี่น้องเสื้อแดงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และมีผู้หญิงและเด็กด้วย กลับมาดิฉันได้อ่านจดหมายของคุณ ”จากอภิสิทธิ์ฉบับที่ 5 “ผมไม่ได้ดีแต่พูด” มันทำให้ดิฉันจำเป็นต้องตอบจดหมายเพราะพาดพิงถึงดิฉันโดยตรงว่า ”กระบวนการนี้เริ่มจากการให้คนเสื้อแดงไปชูป้ายที่งานวันแรงงานที่องค์กรเอกชนจัดขึ้นเพื่อ ให้ ส.ส.เพื่อไทยเอาไปขยายผลในสภาและการสร้างกระแส ” เพราะคนแรกที่ถือป้ายคือดิฉันร่วมกันกับเพื่อนๆ อดีตคนงานไทรอัมพ์ฯ ที่ถูกนายจ้างเลิกจ้าง และถูกอดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานซึ่งอยู่พรรคเดียวกะคุณขณะนั้นได้เอาจักรเย็บผ้าที่มีผู้บริจาคมาให้กับคนที่ถูกเลิกจ้างไปถึง 150 ตัว

 

 

ป้าย "ดีแต่พูด" ที่มาเว็บไซต์ ThaiENews http://thaienews.blogspot.com/2011/03/blog-post_5542.html

อะไรบ้างที่เป็นแรงบันดาลใจที่ดิฉันต้องมาถือป้ายให้คุณในวันงานเสวนา “100 ปีวันสตรีสากล” ที่จัดโดยกลุ่มบูรณาการสตรี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งดิฉันได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วผ่านสื่อต่างๆ แต่คุณคงไม่มีเวลาอ่านและทำความเข้าใจและได้วิเคราะห์ว่าปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวของคุณเอง ไม่ได้เกิดจากคนถือป้ายคนแรก คุณมักจะโทษคนอื่นเสมอ

จดหมายฉบับนี้ที่ดิฉันเขียนถึงคุณโดยตรงเพื่อให้คุณได้เกิดหูตาสว่างบ้างว่าประชาชนคนทั่วไปเขาคิดเองได้มีสติ มีสมอง ทุกคนที่เขาตั้งคำถาม หรือเตือนสติคุณต้องกลับเอาไปคิด ไปใช่ท่องอยู่ตลอดเวลาว่าคนเหล่านี้ทำอะไรก็เป็นแผนกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม แล้วเมื่อไหร่คุณจะได้รู้ข้อเท็จจริงซะทีว่า ประชาชนคนไทย ยากดีมีจนเขาคิดเองได้แล้ว คุณคงรู้แล้วว่าคนไทยไม่ได้เดินทางด้วยเกวียนและไม่ได้กินหญ้า

ดิฉันยกป้าย “ดีแต่พูด” ให้คุณเพราะอะไร คุณกรุณาอ่านด้วยความตั้งใจ วันที่ 6 มีนาคม 2554 ดิฉันถูกเชิญไปเป็นผู้ร่วมเสวนาเวทีเดียวและหัวข้อเดียวกันกะคุณ และเคยชี้แจงผ่าน FBไปแล้วว่าได้กลับมาเขียนเฟชบุ๊คส่วนตัว ”วันนี้ฉันเผชิญหน้า ผู้ชายคนหนึ่ง ฉันโกรธ ฉันตะโกนออกไป ฆาตกร ฆาตกร ไม่มีใครได้ยินเสียงฉัน เพราะบนเวทีเขากำลังหน้าบานกันดีใจ ซึ่งคนละอารมณ์กับฉันมาก ฉันอยากร้องไห้ เมื่อฉันนึกถึงพี่น้องเสื้อแดงที่ถูกฆ่าตาย “ฉันตะโกนอีกครั้ง “มือเปื้อนเลือด” ฉันหยิบปากกาเมจิก เอากระดาษ A4 (คือแถลงการณ์ของงานวันนี้) ใช้ด้านที่ว่างเขียนว่า “มือใคร?” ฉันเอามือฉันทาบลงไปแล้วเขียนตาม ฉันค้นหาเมจิกสีแดงเพื่อทาเป็นสีเลือด ฉันถามคนอื่นไม่มีใครมี ฉันรีบตัดสินใจเขียนว่า “เปื้อนเลือด” ไปบนฝ่ามือ ฉันเขียนสองแผ่นประกบกันแล้วพับมุมนั้นมุมนี้

ในขณะนั้นมันกำลังให้นโยบายเกี่ยวกับวันสตรีสากล ฉันชูกระดาษขึ้น มันตอบมาทันที ว่าวันนี้วันสตรีไม่เกี่ยวกับการเมืองให้ฟังว่าใครมือเปื้อนเลือดชี้แจงในสภา ฉันชูป้ายเด็ดสำหรับฉัน “เหรอ….” และตามด้วย “ดีแต่พูด” ฉันถูกกีดกันจากตำรวจ เพื่อแย่งแผ่นป้าย ฉันถาม แผ่นป้ายมีปัญหาอะไร เหรอ…,ดีแต่พูด,มือใคร?เปื้อนเลือด มันมีปัญหาตรงใหน ด่าใคร หยาบคายหรือเปล่า ตำรวจบอก ว่ามือใคร?เปื้อนเลือด ฉันถามว่าแล้วเปื้อนจริงเหรอถึงเดือดร้อน และเพื่อนของฉันก็ชูป้าย “ดีแต่พูด” ขึ้นด้านหน้าฉันขึ้นไปอีกสามแถว จึงกลายเป็นเหตุให้การเตรียมการพูดตั้งแต่11.30น.-13.15 น. ต้องยุติลงเลยเที่ยงเล็กน้อย

เราไม่ได้สบตากันเลยระหว่างฉันกับผู้ชายคนนั้ นเพราะเขาหลบหน้าฉันและหนีฉันด้วยการรีบไป และให้ตำรวจกักตัวฉันไว้กับเพื่อนๆ เกือบครึ่งชั่วโมง

ฉันไม่มีเรื่องโกรธเกลียดกันเป็นการส่วนตัว แต่ฉันไม่ชอบระบบที่เขาใช้อยู่ฉันต้องการระบบประชาธิปไตย คนเท่ากันหนึ่งคน หนึ่งสิทธิ์ หนึ่งเสียง ทุกคนมาจากการเลือกตั้ง ทุกสถาบันตรวจสอบได้ ฉันไม่ต้องการคนดี คนหล่อ ฉันต้องการการตรวจสอบเปิดเผย โปร่งใส”

ต่อไปคือความในใจที่ฉันคิดว่าป้ายนี้เหมาะสำหรับคุณคือ “คนดีแต่พูด” ไม่รู้ว่าคุณยังจะจำในสิ่งที่พูดได้หรือเปล่า

1. “เมื่อมีประชาชนเพียง 1 คน หรือแสนคน มาเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาตัวเองนั้น ไม่ได้ขัดหลักการประชาธิปไตย โดยเฉพาะถ้ามีข้อสงสัยว่าการบริหารประเทศนั้นละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิประชาชน หรือทุจริตคอร์รัปชั่น เรื่องเหล่านี้ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะไม่รอให้กฎหมายจัดการ แต่จะมีสำนึกความรับผิดชอบทางการเมือง” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 31 ส.ค.51 @สภาผู้แทนฯ

2. “..ยุบสภาจะเป็นการรับผิดชอบ ทำเถอะเพื่อบ้านเมืองสงบสร้างบรรทัดฐานที่ดีเถอะครับ..” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 31 ส.ค.51 @สภาผู้แทนฯ

3. “ผมไม่นึกไม่ฝันว่าเรามีรัฐที่ได้ทำร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัสแล้ว เรายังมีรัฐที่พยายามยัดเยียดความผิดกลับไปให้ประชาชนอีก เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ครับ” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 9 ตุลา 51 @ที่ทำการพรรค ปชป

4. “เพื่อพิสูจน์ความจริงใจ ท่านต้องสั่งย้ายตำรวจที่ให้ร้ายประชาชนออกไปให้หมดก่อนครับ ถ้าท่านจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง (กรณี 7 ตุลา 51)” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 9 ตุลา 51 @ที่ทำการพรรค ปชป

5. “ไม่มีที่ไหนในโลกที่ประชาชน ถูกทำร้ายจากภาครัฐแล้วรัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่แสดงความรับผิดชอบ ไม่มี” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 9 ตุลา 51 @ที่ทำการพรรค ปชป

6. “ต้องมีคนรับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชนครับ” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 9 ตุลา 51 @ที่ทำการพรรค ปชป

7. “ประเทศไทยเป็นสังคมเปิด ซึ่งเคารพและเชื่อมั่นในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น..” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบข้อซักถามนายซาลิล เชตตี้ เลขาธิการองค์กรนิรโทษกรรมสากลเนื่องในโอกาสเข้าพบ เมือวันที่ 10 พ.ย. 53 ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

8. “..สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบันซึ่งทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างสามารถเข้าถึงสื่อและหนังสือพิมพ์ รวมถึงทีวีสาธารณะและเคเบิ้ลทีวี เป็นสภาพการณ์ที่แตกต่างจากอดีต..” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบข้อซักถามนายซาลิล เชตตี้ เลขาธิการองค์กรนิรโทษกรรมสากลเนื่องในโอกาส…เข้าพบ เมือวันที่ 10 พ.ย. 53 ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

9. “… ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ…” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 29 ธ.ค.53

10. “ผู้นำทั้งหลายควรจะเคารพต่อความต้องการของประชาชน” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 29 มค 54

11. “การเลือกตั้งจะช่วยคลี่คลายปัญหาและแก้วิกฤติชาติ ” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 8 กค 50

12. “เสริมสร้างสันติภาพของการอยู่ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน” (จาก นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงต่อรัฐสภา เมื่อ 30 ธันวาคม 2551 @ ที่กระทรวงการต่างประเทศ )

13. “แม้พันธมิตรฯจะทำผิด แต่รัฐบาลก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายประชาชน” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ขณะนั้น) 9 ตุลาคม 2551 ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาล (สมชาย) รับผิดชอบต่อเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลา 51

14. “ร่วมมือกับภาคเอกชนในการดำเนินมาตรการชะลอการเลิกจ้างและป้องกันการขยายตัวของการเลิกจ้างในภาคอุตสาหกรรมและบริการ” (จาก นโยบายความมั่นคงของรัฐ ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงต่อรัฐสภา เมื่อ 30 ธันวาคม 2551 @ ที่กระทรวงการต่างประเทศ )

15. “ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน” (จาก นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงต่อรัฐสภา เมื่อ 30 ธันวาคม 2551 @ ที่กระทรวงการต่างประเทศ )

16. “ให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาฟรี 15 ปี” (จาก นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงต่อรัฐสภา เมื่อ 30 ธันวาคม 2551 @ ที่กระทรวงการต่างประเทศ )

ก่อนที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี คุณแถลงนโยบายเร่งด่วนว่า อันดับแรก คือการชะลอการเลิกจ้างที่เกิดจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐบาลก็ไม่ได้ชะลอเลย กลับไปส่งเสริมการลงทุนให้นายทุนขยายกิจการแต่เลิกจ้างคนงาน ส่วนโครงการต้นกล้าอาชีพก็ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของคนงานเหมือนกัน คนงานเย็บผ้าที่ถูกเลิกจ้าง คุณต้องต่อยอดความสามารถเดิมที่เขามี กลับไปแนะนะให้เขาชงกาแฟ ไปเป็นหมอนวดแผนไทย ส่วนการขายกาแฟก็ต้องมีงบประมาณเบื้องต้นถึง 5 หมื่นบาท นั่นหมายความว่าแก้ปัญหาไม่ได้

อันนี้ตอบคำถามคุณที่ถามพูดเหน็บแนบว่าคนชูป้ายสงสัยลูกหรือญาติไม่ได้เรียนหนังสือ จะเรียนกันไปได้ยังงัยมาดูก็แล้วกัน โครงการเรียนฟรี รัฐบาลบอกว่าเรียนฟรี 15 ปี เป็นความภูมิใจของคุณมากๆ ซึ่งจริงๆ แล้วโครงการนี้มันไม่ได้เรียนฟรีจริงๆ เป็นเพียงการแบ่งเบาภาระผู้ปกครองเท่านั้น เปิดเทอมครั้งหนึ่งได้เงิน 900-1,200 ซึ่งมันไม่พอกับค่าชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ ชุดกีฬา ด้วยซ้ำ เราไม่สามารถเอาเงินพวกนี้ไปเรียกว่าเรียนฟรีได้ เพราะแม้แต่ชุดนักเรียนดีๆ สักชุดยังซื้อไม่ได้เลย

อีกนโยบายคือ 90 วันแก้ปัญหาชายแดนใต้ เอาเข้าจริง 2 ปี ปัญหาชายแดนใต้ไม่ได้ดีขึ้นเลย ซ้ำยังหนักว่าเดิม

นโยบายค่าจ้าง ครั้งแรกบอกว่าค่าจ้างที่พอกับการครองชีพ คือวันละ 250 สุดท้ายก็เพิ่งปรับเมื่อเดือน พ.ค. ก็ได้แค่ 215 บาท ความเห็นของนายกเมื่อพูดออกมาแล้ว ทำไมถึงทำไม่ได้ จะไม่ให้เรียกว่าดีแต่พูดได้อย่างไร พอมีแนวโน้มจะยุบสภาก็ออกมาบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะปรับค่าจ้างเป็นวันละ 300 พวกเราฟังแล้ว ก็คิดว่า ทั้งๆ ที่คุณเป็นรัฐบาล สัญญาก่อนหน้าคุณยังทำไม่ได้เลย แล้วยังจะมาหาเสียงแบบนี้อีก

อันนี้ขอถามว่าในเวบไซต์พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าคนที่ชูป้ายดีแต่พูดในงานวันสตรีสากล ไม่เข้าใจรากเหง้าของประชาธิปไตย ดิฉันถามว่าถ้าถือป้ายอย่างสงบ ไม่เป็นประชาธิปไตย สะท้อนว่าที่ผ่านมาอย่างยาวนานของพรรคประชาธิปัตย์คงไม่เข้าใจว่าอะไรคือประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

จึงเรียนมาให้คุณได้ คิด ไตร่ตรอง ใช้สติในการพูดเขียน ให้มากขึ้นอะไรทำไม่ได้ไม่ต้องพูด อะไรไม่ใช่เรื่องจริงไม่ต้องเขียน และคุณต้องยอมรับที่จะถูกวิพากวิจารณ์ได้คนที่เป็นบุคคลสาธารณะ คือคนที่ก้าวเข้ามาเป็นนักการเมือง ได้ใช้ภาษีของประชาชน บุคคลเหล่านี้ต้องสามารถวิพากษ์วิจารณ์และถูกตรวจสอบได้ ถ้าคุณไม่ต้องการถูกวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ต้องการถูกตรวจสอบ คุณก็ต้องไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารเงินภาษีประชาชน และไม่มาเสนอตัวเป็นนักการเมือง หรือผู้บริหารประเทศ

ด้วยความเคารพ

จิตรา คชเดช

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารประเทศของคุณและถือป้ายดีแต่พูดคนแรก
(ขอขอบคุณ 16 ข้อ ดีแต่พูด รวบรวมโดยคุณเทวฤทธิ์ มณีฉาย กลุ่มประกายไฟ)

ที่มา จากโน้ตใน facebook ส่วนตัว

  • ผู้หวังดี

    [quote=ThaiThai][quote=สงสัย]ผมอ่านจดหมายเปิดผนึกแล้วอยากต้องการทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เป็นแรงบันดาลที่แท้จริงของคุณจิตราคืออะไร และปัญหาที่แท้จริงมาจากไหน เพราะว่าผมไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และที่สำคัญผมก็ไม่ได้รู้จักกับคุณจิตราหรือคุณอภิสิทธิ์เป็นการส่วนตัว … ดังนั้นรบกวนคุณจิตราตอบคำถามผมสักสองสามข้อนะครับ

    ๑. เนื่องจากผมไม่ได้ตามข่าวมากนัก และในจดหมายฯ ก็ไม่ได้เกริ่นนำอะไรมาก เลยอยากทราบการถูกเลิกจ้างจากบริษัทไทรอัมพ์นั้นเกี่ยวข้องกับคำว่า”ดีแต่พูด”และ”มือเปื้อนเลือด”อย่างไร? หรือผมเข้าใจอะไรผิด?

    ๒. ถ้ารัฐบาลปัจจุบันมีนายกที่มาจากพรรคเพื่อไทย และคุณจิตรายังคงถูกเลิกจ้างจากบริษัทฯ อยู่ คุณจิตราจะไปชูป้าย”ดีแต่พูด”เหมือนเดิมหรือไม่? และจะลิสคำพูดเก่าๆ ที่เหล่าอดีตนายกจากพรรคอื่นๆ ที่เคยพูดไว้และทำไม่ได้มาแบบนี้หรือไม่

    ๓. สำหรับผม ผมคิดไม่ว่านักการเมืองพรรคไหนๆ ก็มีเรื่องที่พูดแล้วทำไม่ได้ (หรือมีแนวโน้มจะทำไม่ได้) มากมายทั้งนั้น เลยสงสัยว่าทำไมคุณจิตราจึงไม่ไปถือป้ายกับการหาเสียงของพรรคอื่นๆ บ้างล่ะครับ หรือเพราะว่าคุณจิตราเห็นนักการเมืองพรรคอื่นพูดแล้วทำได้จริง?

    ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้าครับ :)[/quote]
    ความคิดเห็นคุณ”สงสัย”ตรงใจผมครับ โดยเฉพาะเรื่องนักการเมืองไทย ยังมีใครที่คุณจิตราคิดว่าจะช่วยคนไทยทุกคน ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการครับ เป็นไปไม่ได้เพราะเขาต้องช่วยคนไทยทั้งประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าทุกๆคน จะลืมตาอ้าปากได้หมด เพราะถ้าวันๆ คุณเอาแต่นั่งรอให้คนอื่นช่วย ก็ไม่มีทางที่จะข้ามพ้นความจนไปได้ ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะได้ ผมก็ต้องรีบทำงานเก็บเงิน และหาหนทางหาเงินเพิ่ม(อย่างสุจริต)ต่อไป และสิ่งหนึ่งที่ผมคิดเสมอคือ หากไม่คิดจะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ผมก็ไม่คิดที่จะทำลายประเทศชาติเช่นกันครับ เพราะประเทศของเราน่าอยู่ที่สุดในโลกครับ รักกันไว้เถิด[/quote]

    เห็นด้วยกับความเห็นทั้ง 2 คะ ดิฉันไม่รัทราบเหมือนกันว่าคุณจิตรามีเป้าหมายอะไรที่มากล่าวหาคนๆ นึงว่า “ดีแต่พูด” หรือ เป็นพวก “มือเปื้อนเลือด” เพราะว่าดิฉันไม่เห็นว่านโยบายอะไรต่างๆ นานาที่รัฐบาล ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใดที่พูดแล้วจะสามารถทำได้ 100% หรือทำได้อย่างสมบูรณ์ ดิฉันเป็นนักวิชาการสายสังคมศาสตร์ พอจะเข้าใจดีเกี่ยวกับธรรมชาติของการจัดการและการบริหารภาครัฐ มันมีอะไรซับซ้อนกว่าคำว่า “ดีแต่พูด” อย่างที่คุณจิตราเข้าใจ ดิฉันไม่อยากจะสาธยายเพราะว่ามันจะไม่มีวันจบวันสิ้น เอาเป็นว่า ดิฉันจะขอยกคำกล่าวที่ทุกคนคงเคยได้ยินมาว่า “ใดๆ ในโลกล้วนแต่อนิจจัง” เพราะว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน หรือหมายถึงทุกอย่างหรือสถานการณ์ต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา การที่รัฐบาลไม่ว่าจะยุคไหน พูดว่าจะทำอะไร แต่พอเวลาทำจริงอาจจะทำไม่ได้ หรือไม่สามารถนำนโยบายไปปฏิบัติได้จริง มันเป็นเรื่องธรรมดา เขาเลยมีการศึกษา ซึ่งเป็นแขนงสำคัญแขนงหนึ่งคือวิชา “การนำนโยบายไปปฏิบัติ” ในทางทฤษฎีแล้ว การนำนโยบายไปปกิบัติและประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องยาก และการปฏิบัตินโยบายให้เป็นที่ถูกใจประชาชนทุกคน ยิ่งเป็นเรื่องยากที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

    ที่ต้องออกมาพูดเพราะดิฉันจับประเด็นไม่ได้ว่าที่คุณจิตราเขียนมาตอบโต้จดหมายของคุณอภิสิทธิ์มีประเด็นอะไรที่เป็นประเด็นความเดือดร้อนส่วนตัวของคุณจิตรา จะว่าเป็นเรื่อง 90 ศพก็เห็นว่าจะไม่เกี่ยวข้อง เพราะว่าถึงแม้คุณจะเป็นเสื้อแดง แต่คุณกำลังกล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นคนฆ่าพวกเขาทั้ง 90 คนนั้น ซึ่งโดยหลักยุติธรรมแล้ว การกล่าวหาอย่างนี้เป็นการกล่าวหาที่หนักพอสมควร เนื่องจากยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าทั้ง 90 ศพถูกใครฆ่า ถ้าจะให้แฟร์กับทุกฝ่าย คุณควรที่จะหาความเป็นไปได้ (possibility) ว่าที่ 90 คนนั้นตาย มาจากสาเหตุใดบ้าง ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็นการที่ทหารยิงมาใส่ประชาชน หรืออาจจะเป็นการที่มีกองกำลังติดอาวุธ (มือที่สาม) เป็นคนทำ หรือ เป็นไปได้ว่าฝ่ายสีแดงมีพวกปลุกปั่นและต้องการกลั่นแกล้งรัฐบาล โดยส่งคนมาลอบฆ่าประชาชนเพื่อจัดฉาก ถ้าคุณยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ 100% คุณควรคิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด แล้วนำแต่ละทางเลือกมาหาข้อมูล เพื่อสนับสนุนในหลายๆ สถานการณ์ อย่างนี้ดิฉันจึงคิดว่าแฟร์มากกว่าที่จะกล่าวหาคนใดคนหนึ่ง

    ตลอดเวลาที่ดิฉันติดตามข่าวสารบ้านเมือง ดิฉันได้ทราบข้อเท็จจริงหลายอย่าง แต่ที่ไม่เข้าใจคือ อะไรเป็นสาเหตุให้คนเสื้อแดงมาเรียกร้องประชาธิปไตย ทั้งๆ ที่บ้านเมืองเราเป็นประชาธิปไตยมาตลอดในความรู้สึกของนักวิชาการอย่างดิฉัน เนื่องจากดิฉันและครอบครัว รวมถึงคนรอบข้าง รวมทั้งตัวคุณยังมีอิสระเสรีในการกระทำอะไรก็ตามที่ตนเองต้องการ มีอิสระทางความคิด อิสระในการประกอบอาชีพ แม้กระทั่งมีอิสระในการออกมาชุมนุมเรียกร้องอะไรต่อมิอะไร ซึ่งหลายประเทศที่ดิฉันเคยไม่สัมผัสมา แม้กระทั่งประเทศในยุโรป หรืออเมริกา การที่คนออกมาชุมนุมกันมากมาย และก่อความเดือดร้อนให้กับชุมชนหรือบุคคลอื่นๆ เค้าไม่สามารถทำได้ และจะต้องถูกสลายการชุมนุมอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่นี่ตอนที่พวกเสื้อแดงออกมา ดิฉันก็เห็นว่ารัฐบาลยอมให้คุณมาชุมนุมกันหลายวัน หลายเดือน จนกระทั่งทำให้คนอื่นๆ ต้องเดือดร้อนมากมาย โดยที่ดิฉันพยายามหาเหตุผลที่พวกคุณออกมาเรียกร้อง หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ รู้แต่ว่าพวกคุณออกมาเพื่อเรียกร้องให้คุณทักษิณได้กลับประเทศ ได้พ้นความผิด ได้เงินที่ถูกยึดคืน ทั้งๆ ที่ศาลตัดสินแล้วว่ามีความผิด และหลายๆ คน ไม่ต้องเป็นศาลหรอกก็รู้กันดีว่าคุณทักษิณได้ทำผิดอะไรไว้ และผิดจริงหรือไม่

    การที่พวกคุณออกมาเรียกร้องในสิ่่งที่เป็นไปไม่ได้ (เช่น เรียกร้องให้ล้างความผิดของคนที่ศาลตัดสินว่าผิด และการเรียกร้องประชาธิปไตยที่คุณอ้างว่าไม่มีอยู่จริงนั้นกลับคือมา) เหมือนจะเป็นการเรียกร้องที่ไม่ได้ผล เพราะว่าไม่มีเหตุให้เรียกร้องตั้งแต่แรก ดังนั้นก็จะไม่มีผลอะไรจากการที่ออกมาเรียกร้อง เพราะฉะนั้น ดิฉันเลยคิดว่าถ้าพวกคุณไม่ออกมาเรียกร้องในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ก็จะไม่มีการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งถึงพูดไปตอนนี้ก็สายเกินแก้ และถึงแม้พวกคุณจะดันทุรังทำมันต่อไปโดยการปั้นน้ำเป็นตัว ยกแม่น้ำทั้ง 5 มาเป็นเหตุผล ก็มีแต่จะสูญเสียไปมากกว่านี้ มันไม่มีประโยชน์หรอกคะ

    ดิฉันยังทราบเบื้องลึกไปกว่านั้นถึงเป้าประสงค์ที่แท้จริงของการเรียกร้องของคนเสื้อแดง แต่ขอบอกตามตรงว่าเป้าหมายของคนเสื้อแดงนั้นสูงเกินไป และเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น การล้มล้างสถาบันหลักของชาติที่มีมาแต่เดิมนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ถึงทำได้ก็คงจะต้องเกิดการสูญเสียอย่างมหาศาล ทั้งเงินทอง ทรัพยฺ์สิน และชีวิตผู้คน ตลอดจนจะทำให้ประเทศของเราล้าหลัง เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยอนารยชน และตนด้อยการศึกษาในสายตาของต่างชาติ นอกจากนี้ประเทศอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งเรายังจะนั่งหัวเราะเยาะเรา นั่งปรบมือดูความโง่เขลาของคนไทย ถ้าจะคิดเรื่องยุทธศาสตร์สงคราม ก็เหมือนกับการที่ศัตรูของเราไม่ต้องออกแรงทำลายเรา เพียงแต่นั่งดูเราพังพินาศกันเองไปต่อหน้าต่อตา พวกคุณยังตกเป็นเหยื่อของคนบางกลุ่มอยู่เท่าที่ดิฉันมองสถานการณ์

    ทั้งนี้ ดิฉันขอบอกว่า ไม่เคยเข้าข้างฝ่ายไหน และต้องการที่จะแสดงความคิดเห็นตามหลักวิชาการ และตามหลักมนุษยธรรมเท่านั้น หวังว่าความเห็นของดิฉันจะทำให้ทุกคนในที่นี้ได้นำกลับไปคิดบ้าง เท่านั้นพอคะ

  • คนไทยธรรมดาคนหนึ่ง

    คุณจิตราครับ

    คุณควรตั้งสติ แล้วถามตัวเองให้แน่ใจ และต้องซื่อสัตย์ต่อตัวคุณเองนะครับ ว่าในความรู้สึกจริงๆของคุณนั้นมีเป้าประสงค์อะไรกันแน่ ในการแสดงออกมาอย่างงั้น

    ไม่ต้องตอบใครหรอกครับ ตอบในใจคุณเองอย่างมีสติและมีธรรมะ ว่าสิ่งที่คุณเขียนน่ะจริงหรือปล่าว
    คุณหลอกใครก็ได้ครับ แต่คุณหลอกตัวเองไม่ได้ว่าคุณต้องการอะไร (ผมว่าคุณต้องการช่วยพรรคเพื่อไทยครับ ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ)

    ไม่ผิดหรอกครับที่คุณจะทำอย่างนั้น แต่ยอมรับเถอะครับ ว่าคุณเป็นคนเสื้อแดงที่ยังไม่เข้าใจเลยว่า

    “ใครกันแน่ทีเป็นผู้วางแผนให้มีการเสียชีวิต และจะได้ประโยขน์จากซากศพของพวกคุณ (ตอนนี้ก็กำลังโกยคะแนนจากพวกคุณอีก ยังไม่รู้ตัวกันอีก)”

    “เรียกร้องประชาธิปไตยทำไมต้องใช้ อนาธิปไตย มากดดันครับ”

    “การชุมนุมต่อสู้ทางการเมือง ถ้าจะเรียกร้องตามความเชื่อของเรา ทำไมชุมนุมอย่างสงบไม่ได้ ทำไมต้องยกขบวนไปกดดัน ปิดถนน สร้างความเดือดร้อน กดดันให้รัฐบาลไม่มีทางเลือก ใช้วิธีนุมนวลเบาๆก็ไม่ได้ผล เจ้าหน้าที่ถูกปลดอาวุธ (เหมือนลูกแมว)แล้วพวกคุณก็เอาไปหัวเราะเยาะเย้ยกันอย่างขบขัน ครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อรัฐบาลถูกกดดันจากประชาชนผู้เดือดร้อน พวกคุณก็ดีใจ เพื่มแรงกดดันมากขึ้นไปอีก บีบบังคับให้รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุมให้ได้ เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะให้มี ศพของพวกคุณสักสิบยี่สิบศพ ใช่หรือไม่)

    “เมื่อมีศพแรก คนที่ดีใจที่สุดคือใคร คนที่ตกใจที่สุดคือใครครับ…..ทำไมเมื่อมีศพแรก แกนนำจึงตื่นเต้นดีใจมาก รีบเอาศพมาขยายผล สร้างความเคียดแค้น ปลุกระดมให้ไปตายอีกใช่ไหมครับ…สร้างยอดตัวเลขผู้เสียชีวิต”

    “ถ้าไม่มีภาพจากคลิป วิด๊โอ ว่ามีกลุ่มคนติดอาวุธในกลุ่มผู้ชุมนุม….รัฐบาลจะอยู่ถึงวันนี้ไม๊ครับ….แล้วมันเข้าทางใครละ”

    “จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ใครเอาชีวิตและเลือดเนื้อของพวกคุณมาใช้ประโยชน์ตลอดมาครับ….”

    “คุณเชื่อว่าเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยจริงหรือครับ ….แต่ผมไม่เชื่อ”

    “จริงอยู่…สิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เสื้อเหลือง การปฏิวัติ การตัดสินยุบพรรค การยึดทรัพย์ เป็นสิ่งที่ไม่ถูก ไม่เป็นประชาธิปไตยต้องต่อต้าน…แต่ก่อนหน้านั้น รัฐบาลทักษินทำถูกต้องละหรือ ….เป็นประชาธิปไตยจริงละหรือ
    …หรือเป็นธนาธิปไตย…ใช้เงินในการซื้อประชาชน ซื้อศาล ซื้อองค์กรอิสระ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซื้อพรรคการเมือง….หัวคะแนน …ใครเลือกได้ก่อน ใครไม่เลือกได้ทีหลัง……มีการทุจริตงบประมาณมากมายด้วยการบูรณาการการทุจริตครั้งใหญ่ (วางแผนทุจริตกันตั้งแต่ใต้น้ำ ถึงต้นน้ำ และยังมาทุจริต กินตามน้ำกันอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด ในขณะพลังการตรวจสอบและถ่วงดุลก็อ่อนแอ
    ทำไมคุณทนได้ ไม่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย และสังคมที่เป็นธรรม….ทามมายอะไรอุดหู อุกปากคุณอยู่รึป่าวครับ”

    “ในอดีตจนถึงปัจจุบัน…ครอบครัวชินวัตรคือพ่อค้าชั้นบนสุดของสังคมทุนนิยมที่กอบโกยประโยชน์จากแรงงานชั้นต่ำสุดของสังคมไทย ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน จนรวยนับแสนล้าน .(เงินสะอาดบ้าง สกปรกบ้าง)…เคยไหมครับที่จะใช้ทรัพย์สินของตัวเองเพื่อสังคม…มีแต่ใช้อัฐยายครึ่งนึงไปซื้อขนมชินวัตร อีกครึ่งนึงใช้หว่านประชาชนจนหูหนวก ตาบอดมองไม่เห็นขบวนการทุจริตที่เติบโตอย่างบูรณาการ..
    .
    ……คุณเชื่อจริงๆหรือครับว่าครอบครัวนี้มี อุดมการณ์เพื่อคนจนคนรากหญ้าอย่างจริงใจ….ถ้าไม่ถูกกระทำ..วันนี้คงมีเงินเป็นล้านๆบาท…เชื่อไหมครับ …รึคุณคิดว่าเขาจะพอแล้วครับ….ถามจิงๆ.”

    เห็นคุณใช้สรรพนามเรียกคุณอภิสิทธิ์ว่า “มัน” ผมจะเรียกคุณอย่างไรดีละครับ ไม่หรอกครับผมเข้าใจในความรู้สึกของคุณครับ คุณคงกำลังโกรธและคุณก็ไม่ต่างอะไรไปกลับคนเสื้อแดงส่วนใหญ่หรอกครับที่รับฟังข้อมูล ข่าวสารด้านเดียวมานานนนนน คนไม่มีเนื้อส่วนไหนของสมองที่จะเปิดรับฟังเหตุผลและความจริงตรงหน้าอีกแล้ว….

    ถ้าประเทศชาติจะต้องถูกบริหารโดยครอบครัวชินวัตร ภายใต้การสนับสนุนของพวกคุณ ผมยอมรับได้ครับเพราะเป็นเสียงและความเห็นของคนส่วนใหญ่ในประเทศ…

    แต่ก็ได้แต่หวังล่ะครับว่า ครอบครัวชินวัตรคงเข้าใจและซาบซึ้งใจในน้ำใจของพวกคุณที่ให้ความรัก ความศรัทธาแก่พวกเขาตลอดมา จนทำให้เขาเหล่านั้นมีทัศนคติที่จริงใจที่จะยกระดับทางสังคม ลดช่องว่างระหว่างพวกเขา (พ่อค้า นายทุน ชนชั้นนำในระบบทุนนิยม ) กับพวกคุณที่เรียกตนเองว่า ไพร่ ลงในตลอดระยะเวลา…..ลดการเอาเปรียบในสังคม เพิ่มโอกาสให้คนชั้นล่าง …..ปฏิวัติระบอบธนาธิปไตย…ไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่เป็นธรรม..

    เมื่อนั้น เสื้อแดงจะมีสมสชิดเพิ่มอีกหนึงคน …คือผมไงครับ

  • คนไทยธรรมดาคนหนึ่ง

    (แก้ไข เพิ่มเตืม)
    คุณจิตราครับ

    คุณควรตั้งสติ แล้วถามตัวเองให้แน่ใจ และต้องซื่อสัตย์ต่อตัวคุณเองนะครับ ว่าในความรู้สึกจริงๆของคุณนั้นมีเป้าประสงค์อะไรกันแน่ ในการแสดงออกมาอย่างงั้น

    ลองดูที่รูปข้างบนซิครับ ป้ายดีแต่พูดถูกเตรียมมาอย่างดี(เป็นการพิมพฺ์แล้วแต่งด้วยปากกาเมจิกอีกที)

    ไม่ต้องตอบใครหรอกครับ ตอบในใจคุณเองอย่างมีสติและมีธรรมะ ว่าสิ่งที่คุณเขียนตอบโต้น่ะจริงหรือปล่าว
    คุณหลอกใครก็ได้ครับ แต่คุณหลอกตัวเองไม่ได้ว่าคุณต้องการอะไร (ผมว่าคุณต้องการช่วยพรรคเพื่อไทยครับ ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ)

    ไม่ผิดหรอกครับที่คุณจะทำอย่างนั้น แต่ยอมรับเถอะครับ ว่าคุณเป็นคนเสื้อแดงที่ยังไม่เข้าใจเลยว่า

    “ใครกันแน่ทีเป็นผู้วางแผนให้มีการเสียชีวิต และจะได้ประโยขน์จากซากศพของพวกคุณ (ตอนนี้ก็กำลังโกยคะแนนจากพวกคุณอีก ยังไม่รู้ตัวกันอีก)”

    “เรียกร้องประชาธิปไตยทำไมต้องใช้ อนาธิปไตย มากดดันครับ”

    “การชุมนุมต่อสู้ทางการเมือง ถ้าจะเรียกร้องตามความเชื่อของเรา ทำไมชุมนุมอย่างสงบไม่ได้ ทำไมต้องยกขบวนไปกดดัน ปิดถนน สร้างความเดือดร้อน กดดันให้รัฐบาลไม่มีทางเลือก ใช้วิธีนุมนวลเบาๆก็ไม่ได้ผล เจ้าหน้าที่ถูกปลดอาวุธ (เหมือนลูกแมว)แล้วพวกคุณก็เอาไปหัวเราะเยาะเย้ยกันอย่างขบขัน ครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อรัฐบาลถูกกดดันจากประชาชนผู้เดือดร้อน พวกคุณก็ดีใจ เพื่มแรงกดดันมากขึ้นไปอีก บีบบังคับให้รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุมให้ได้ เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะให้มี ศพของพวกคุณสักสิบยี่สิบศพ ใช่หรือไม่)

    “เมื่อมีศพแรก คนที่ดีใจที่สุดคือใคร คนที่ตกใจที่สุดคือใครครับ…..ทำไมเมื่อมีศพแรก แกนนำจึงตื่นเต้นดีใจมาก รีบเอาศพมาขยายผล สร้างความเคียดแค้น ปลุกระดมให้ไปตายอีกใช่ไหมครับ…สร้างยอดตัวเลขผู้เสียชีวิต”

    “ถ้าไม่มีภาพจากคลิป วิด๊โอ ว่ามีกลุ่มคนติดอาวุธในกลุ่มผู้ชุมนุม….รัฐบาลจะอยู่ถึงวันนี้ไม๊ครับ….แล้วมันเข้าทางใครละ”

    “จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ใครเอาชีวิตและเลือดเนื้อของพวกคุณมาใช้ประโยชน์ตลอดมาครับ….”

    “คุณเชื่อว่าเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยจริงหรือครับ ….แต่ผมไม่เชื่อ”

    “จริงอยู่…สิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เสื้อเหลือง การปฏิวัติ การตัดสินยุบพรรค การยึดทรัพย์ เป็นสิ่งที่ไม่ถูก ไม่เป็นประชาธิปไตยต้องต่อต้าน…แต่ก่อนหน้านั้น รัฐบาลทักษินทำถูกต้องละหรือ ….เป็นประชาธิปไตยจริงละหรือ
    …หรือเป็นธนาธิปไตย…ใช้เงินในการซื้อประชาชน ซื้อศาล ซื้อองค์กรอิสระ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซื้อพรรคการเมือง….หัวคะแนน …ใครเลือกได้ก่อน ใครไม่เลือกได้ทีหลัง……มีการทุจริตงบประมาณมากมายด้วยการบูรณาการการทุจริตครั้งใหญ่ (วางแผนทุจริตกันตั้งแต่ใต้น้ำ ถึงต้นน้ำ และยังมาทุจริต กินตามน้ำกันอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด ในขณะพลังการตรวจสอบและถ่วงดุลก็อ่อนแอ
    ทำไมคุณทนได้ ไม่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย และสังคมที่เป็นธรรม….ทามมายอะไรอุดหู อุกปากคุณอยู่รึป่าวครับ”

    “ในอดีตจนถึงปัจจุบัน…ครอบครัวชินวัตรคือพ่อค้าชั้นบนสุดของสังคมทุนนิยมที่กอบโกยประโยชน์จากแรงงานชั้นต่ำสุดของสังคมไทย ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน จนรวยนับแสนล้าน .(เงินสะอาดบ้าง สกปรกบ้าง)…เคยไหมครับที่จะใช้ทรัพย์สินของตัวเองเพื่อสังคม…มีแต่ใช้อัฐยายครึ่งนึงไปซื้อขนมชินวัตร อีกครึ่งนึงใช้หว่านประชาชนจนหูหนวก ตาบอดมองไม่เห็นขบวนการทุจริตที่เติบโตอย่างบูรณาการ..
    .
    ……คุณเชื่อจริงๆหรือครับว่าครอบครัวนี้มี อุดมการณ์เพื่อคนจนคนรากหญ้าอย่างจริงใจ….ถ้าไม่ถูกกระทำ..วันนี้คงมีเงินเป็นล้านๆบาท…เชื่อไหมครับ …รึคุณคิดว่าเขาจะพอแล้วครับ….ถามจิงๆ.”

    เห็นคุณใช้สรรพนามเรียกคุณอภิสิทธิ์ว่า “มัน” ผมจะเรียกคุณอย่างไรดีละครับ ไม่หรอกครับผมเข้าใจในความรู้สึกของคุณครับ คุณคงกำลังโกรธและคุณก็ไม่ต่างอะไรไปกลับคนเสื้อแดงส่วนใหญ่หรอกครับที่รับฟังข้อมูล ข่าวสารด้านเดียวมานานนนนน คนไม่มีเนื้อส่วนไหนของสมองที่จะเปิดรับฟังเหตุผลและความจริงตรงหน้าอีกแล้ว….

    ถ้าประเทศชาติจะต้องถูกบริหารโดยครอบครัวชินวัตร ภายใต้การสนับสนุนของพวกคุณ ผมยอมรับได้ครับเพราะเป็นเสียงและความเห็นของคนส่วนใหญ่ในประเทศ…

    แต่ก็ได้แต่หวังล่ะครับว่า ครอบครัวชินวัตรคงเข้าใจและซาบซึ้งใจในน้ำใจของพวกคุณที่ให้ความรัก ความศรัทธาแก่พวกเขาตลอดมา จนทำให้เขาเหล่านั้นมีทัศนคติที่จริงใจที่จะยกระดับทางสังคม ลดช่องว่างระหว่างพวกเขา (พ่อค้า นายทุน ชนชั้นนำในระบบทุนนิยม ) กับพวกคุณที่เรียกตนเองว่า ไพร่ ลงในตลอดระยะเวลา…..ลดการเอาเปรียบในสังคม เพิ่มโอกาสให้คนชั้นล่าง …..ปฏิวัติระบอบธนาธิปไตย…ไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่เป็นธรรม..

    เมื่อนั้น เสื้อแดงจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มอีกหนึงคน …คือผมไงครับ

  • ตื่น

    ถึง คุณผู้หวังดี
    1 สัจจะไม่มีในหมุ่โจร การตำหนิคนอื่น แต่ตัวเองกลับทำเอง หนักกว่าเขาซะอีก บ่งบอกถึงผู้นั้นชอบใช้วาจาทำลายคน ทั้งที่จิตใต้สำนึกตัวเองไม่ได้มีอุดมการณ์ที่จะรังเกียจต่อสิ่งที่เลวร้ายจริงๆ แต่พูดไปเพื่อให้คนฟังแล้วเห็นด้วยว่าคนที่ตัวเองไม่ชอบนั้นเขาเลวจริงๆ
    2 คนที่รู้สึกว่าการตายของมนุษย์ร่วมโลก ไม่ใช่เรื่องของตน แสดงถึงภาวะจิตใจที่แห้งแล้งเห็นแก่ตนนัก ไม่ใช่ผู้ที่น่าศรัทธา ที่สมควรจะมาแสดงความหวังดีต่อใคร หรือต่อชาติบ้านเมือง ยิ่งการเอาพยายามความคิดตัวมาเป็นมาตรฐานวัด ว่าความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นนั้นไม่เรื่อง ขาดความรู้ ยิ่งบ่งบอกว่าคุณเป็นคนใจคอคับแคบ
    3 หาก 90 ศพ ยังพิสูจน์ ฆาตรกรไม่ได้ ทางกลับกัน ทำไมฝ่ายรัฐบาล จึงได้จัดการฟ้องร้อง จำคุก ประชาชนหลายคน หลายจังหวัด ทันทีเท่าบัดนี้ โดยไม่ให้ประกันตัวออกมาสู้คดี
    4 คุณควรไปศึกษากฎหมาย จากนิติราษฎร์ก็ได้ ฉบับที่ 24 และจากแหล่งกฎหมายอื่น ที่ไม่ใช่จากลมปากของผู้เกลียดทักษิณ ว่าที่มาของกฎหมายพิเศษที่ร่างโดยคณะรัฐประหารเพื่อมาจัดการกับทักษิณโดยตรง มาจากความชอบทำจริงหรือ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงแต่งตั้งผู้ที่จะมาไต่สวนคดี ด้วยกฎหมายพิเศษ มาจากการแต่งตังของฝ่ายอำนาจที่ต้องการล้มทักษิณทั้งสิ้น นี่ไม่ลมปาก แต่มีตัวตนเต้งๆเห็น สัมผัสได้
    5 แม้แต่คำใส่ร้ายใหญ่โต หลายครั้งแล้วที่ความจริงปรากฏ ไม่เป็นตามคำใส่ร้าย คุณไม่ควรเพิกเฉยต่อความจริง และไม่ควรละเลยที่จะเอามาเป็นอุทาหรณ์ ฉุกคิด ถึงคำใส่ร้ายอีกมากมายที่ความจริงยังไม่ทันปรากฏ
    6 ไปศึกษาประวัติศาสตร์ การเมือง การรัฐประหาร รัฐธรรมนูญ นะว่าการยื้อแย่งอำนาจทางการเมือง สกปรก โหดร้ายแค่ไหน เพื่อทำลายฝ่ายอื่นให้หมดอำนาจ ทำได้ทุกอย่าง โกหกใส่ร้ายหลอกคนผ่านสื่ออย่างน่าเชื่อถือ ทั้งที่ไร้ความจริงสิ้นเชิง จนผู้ถูกโค่นอำนาจต้องไปตายต่างแดนกลับบ้านเกิดเมืองนอนไม่ได้ มีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    7 ทักษิณอยู่ในรายชื่อผู้ที่เสียภาษีให้กับประเทศมากอันดับต้น ปีละหลายร้อยล้าน ตลอดมาแม้แต่ในขณะที่มีคดี ข้อมูลนี้ท่านหาพิสูจน์ ถ้าไม่ไปถามคนเกลียดทักษิณ
    8 หากคุณไม่เชื่อการใส่ร้าย เล่นพรรคพวกกลั่นแกล้งกันมีจริง ขออวยพรให้คุณได้เจอด้วยตัวเอง สาธุ อย่างจะได้เข้าใจ ความจริง ธรรมชาติ กิเลสของมนุษย์
    9 สิ่งที่ไม่ใช่ลมปาก จินตนาการใส่ร้าย แต่เกิดขึ้นให้เห็นจริงแล้วคือ พันธมิตรประท้วงยึดสนามบิน ทำเนียบ ยังไม่มีความคืบหน้าการดำเนินคดี ประกันตัวได้ แต่ชาวบ้านเสื้อแดง จับขังทันทีไม่รอลงอาญา ไม่ให้ประกัน
    10 รัฐบาลทักษิณไม่เคยปิดยึดสถานีผู้ที่ใส่ร้ายตนเลย แต่รัฐบาลอภิสิทธิ ปิดสถานีดาวเทียม วิทยุชุมชน 25 สถานี เวบไซต์ กว่า 80,000 เวบไซต์ ที่พูดไม่เข้าข้างฝ่ายตน

  • คนไทย

    เชียร์นะคะคุณจิตรา

  • กร

    สนับสนุนคุณจิตราคะ

  • เป็นกลาง

    จิตรา จงมั่นคง เข้มแข็ง ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

  • มองดูที่มา

    เท่าที่ติดตามคุณจิตรา จากการที่เคยไปออกรายการทีวืต่างๆ ที่ได้ดูมา

    คุณจิตราเป็นคนที่เจ็บแค้นจากการถูกเลิกจ้าง ซื่งก็เป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจครับ แถมยังถูกหักหัวคิวเป็นจักรตั้ง 150 ตัว
    เท็จจริงอย่างไรไม่อาจทราบได้ เพราะข้อมูลในส่วนนี้ได้ฟังจากคุณจิตราเพียงด้านเดียว อันนี้ไม่ได้ว่าคุณจิตราว่ากุเรื่องนะ เนื่องจากไม่ทราบข้อเท็จจริงเรื่องนี้จริงๆ จากความเจ็บแค้นเรื่องนี้ คุณจิตราได้มาพบกับแนวร่วมที่คุณจิตราคิดว่าน่าจะไปด้วยกันได้ นั่นคือเสื้อแดง ดังนั้นจึงเข้าร่วมโดยไม่ลังเล ครั้งนึงคุณจิตราเคยไปออกรายการทีวีแห่งหนึ่ง ช่วงก่อนจะเกิดเหตุปะทะกัน ไม่นาน คุณจิตราก็บอกเองว่าจุดประสงค์ของคุณนั้น ยังไม่เคยได้พูดคุยกับแกนนำเสื้อแดง ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน ดังนั้นประเด็นที่คุณจิตราใช้กล่าวหาโจมตีรัฐบาลจึงไม่ได้มีรากเหง้ามาจากปัญหาของตัวเองทั้งหมด แต่ปะปนไปกับขี้ปากของแกนนำเสื้อแดงที่เติมเข้ามาใส่สมองของคุณจิตรา (อาจจะเยอะกว่าที่คุณจิตราคิดเองเสียด้วย) หลังจากนั่งดูรายการทีวีในวันนั้น รู้สึกเห็นใจคุณจิตรานะ เรื่องการถูกเลิกจ้าง แต่ลองดูสิ อุตีีสาหกรรมที่คุณจิตราทำ คือธุรกิจดาวร่วงนะ Textile เขาหนีไปจีน ไปเวียดนามหมดแล้ว แน่นอนสิ่งแรกคือคุณต้องช่วยต้วเองก่อน การรวมกลุ่มกันทำสินค้าขายเองอย่างที่ทำอยู่น่ะดีแลัว ถ้าคุณไม่มัวมาเป็นเบี้ยตัวหนึ่งของขบวนการเสื้อแดง คุณเอาเวลาไปแก้ปัญหาของคุณ คุณน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ คุณนั่งรอให้รัฐบาลมาช่วยหรือ พยายามช่วยตัวเองก่อนดีมั๊ย ????
    ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่พูดทั้ง 100% รัฐบาลทักษิณก็ทำไม่ได้ตั้งหลายเรื่อง แต่ช่วงนั้นไม่มีการนำบาดแผลมาขยาย เพราะทักษิณไม่ต้องการ จึงมีการใช้กำลังภายใน ป้องกันไม่ให้เรื่องที่เขาทำไม่สำเร็จแพร่กระจายนัก รายการวิทยุใดวิจารณ์มากนัก ก็บีบให้ยุติรายการไป รายการไหนเชียร์ก็ส่งเสริมกันไป สมัยแรกๆ 30 บาทรักษาทุกโรคก็มีแต่คนวิจารณ์ในทางลบนี่ยังจำกันได้ไหม แต่เวลาโฆษณาก็ไปเอาคนที่เชียร์มาบอกว่าดีอย่างนี้นดีอย่างนี้ ก็เป็นเรื่องธรรมดาของการโฆษณา พอมาเรื่องเรียนฟรีของประชาธิปัตย์ เห็นคนที่ออกมาบ่นว่าไม่ฟรีจริง ยังต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษ ค่ากิจกรรม ค่ารถ ค่าอาหาร …. ประชาชนไทยทำไมงอมือ งอเท้าอย่างนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพของลูกพวกคุณ คุณจะต้องให้รัฐบาลมาออกให้หรือ วิจารณ์กันจัง ค่าเล่าเรียนที่เขาให้ฟรี มันเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานของการเรียน รวมไปถึงค่าหนังสือ ค่าชุดนักเรียน ส่วนที่โรงเรียนจะหาทางเก็บเพิ่ม เช่นค่าเรียนพิเศษ ค่ากิจกรรมพิเศษ เนื่องจากมันมีความเหลื่อมล้ำระหว่างในเมืองกับต่างจังหวัดมาก ตัวอย่างเช่นการเรียนคอมพิวเตอร์ ดังนั้นมันก็จะให้ฟรีได้ลำบาก เมื่อโรงเรียนในเมืองมีคอมพิวเตอร์ แต่ต่างจังหวัดบางที่อาจยังไม่มี หรือมีไม่เพียงพอ ก็จะเกิดความแตกต่างกันอีก คนก็กลัวว่าลูกจะไม่ได้เรียนพิเศษเพิ่ม กลัวลูกจะไม่เก่งเท่าคนอื่นอีก ก็ยอมจ่าย แล้วบ่นว่าทำไมไม่ฟรี อันนี้โรงเรียนเรียกเก็บเพิ่ม เพราะมันเป็นส่วนเสริมไม่ได้เป็นปัจจัยพื้นฐานของการเรียน แต่ถ้าเป็นปัจจัยพื้นฐานเขาก็ให้ฟรีนี่นา รัฐบาลทักษิณยังไม่ได้ให้ส่วนนี้ฟรีเลย ทำไมไม่ไปเรียกร้องบ้างล่ะ ทั้งที่เรื่องการศึกษาพื้นฐานนี่ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วยซ้้ำ
    ประเด็นที่คุณจิตราคอยตามไปราวีคุณอภิสิทธิ์ก็เลยมองได้แค่ว่าคุณเจ็บใจ แต่ไม่รู้จะทำไง พอได้แนวร่วมก็เลยเข้าไปโดยไม่ได้ฉุกคิดเลยว่ากลายเป็นเบี้ยตัวหนึ่งในกระดานหรือเปล่า ไม่เห็นเกี่ยวกับการเป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็นเลย

  • คนไทยธรรมดาคนหนึ่ง

    คุณ “มองดูที่มา”

    Like ครับ

  • คนไทยรักความเป็นธรรม

    เรียนคุณจิตรา
    ผมเชียร์เต็มที่ครับ พอคุณพูดเรียกร้องสิ่งที่เดือดร้อน อธิบายเหตุผล ก็กล่าวหาว่าเลือกข้างผมงงมากครับ แล้วพวกเขาก็บอกว่าเป็นประชาธิปไตย ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร

  • คนไทยรักความเป็นธรรม

    ให้นายอภิสิทธิ เป็นนายกอีกรอบก็ดีครับ จะไ้ด้ใช้ของแพงๆ สะใจดี

  • ตนตุลา16

    เวลานีัอภิสิทธิ์จนตรอก ไม่กล้าสบตากับใคร แต่ที่ยังเดิน พูด อยู่ได้ก็เพราะความด้านเหนือมนุษย์

  • สุเมธ

    ดีครับ ประชาชนในบ้านเมืองจะได้รับฟังความจริงบ้าง คนที่เดือดร้อนเค้าเดือดร้อนจริงๆ ไม่ใช่พอใครไม่เข้าข้าง เอะอะก็หาว่าเค้าอยู่ฝ่ายตรงข้าม ไม่หรอก คนไทยไม่มีฝ่ายตรงข้าม แต่เราต้องยอมรับความจริงบ้าง การบริหารบ้านเมืองที่ผ่านมา ท่านบริหารเป็นสัปรดหรือไม่ ถ้ามีประสิทธิภาพจริง ประชาชนเค้าคงลืมการบริหารบ้านเมืองสมัย นายกทักษิณฯไปแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่ยอมรับตัวท่านเอง ลองมองย้อนกลับดูอีกทีสิว่า การบริหารที่ท่านบริหารผ่านๆมาเป็นอย่างไร เหมาะสมที่สุดแล้วกับ คำที่ท่านได้รับ “ดีแต่พูด”

  • สุเมธ

    ท่านอภิสิทธิ์ อย่าหลงตัวเองสิว่า ท่านเก่งคนเดียว บ้านนี้เมืองนี้ ยังมีคนเก่งอีกเยอะ ท่านลองให้โอกาสคนอื่นที่มีความสามารถบ้าง ลองถอยออกมาดูวิถีชาวบ้านให้ชัดๆสิ แล้วท่านจะรู้ว่า ข้าวที่ท่านทานอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้เกิดมาจากจานข้าวบ้านคุณ มันเกิดมาจากชาวนา ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

  • สุเมธ

    ดิฉันเชื่อว่า รัฐบาลชุดไหนก็ทำไม่ได้ 100% แต่คุณเชื่อไหมว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากกู้ และคอรัปชั่น เท่านั้น ที่ทำได้ 100% จริง ซึ่งเราทุกคนรู้ดี และรู้สึกอดสูใจจริงๆ

  • นายแน่มาก

    ท่านอภิสิทธิ์ เป็นบุคคลสาธารณะ น่าจะเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นผู้นบ้างก็จะดี จบการศึกษาจากเมืองนอก น่าจะมีวิสัยทัศน์กว้างกว่านี้ กรณีคุณจิตราฯ หากเค้าไม่เดือดร้อน เค้าคงไม่กล้าที่จะยกป้ายแน่ๆ แต่คุณกลับมองว่ามีพรรคการเมืองคู่แข่งอยู่เบื้องหลัง คุณอภิสิทธิ์ เล่นการเมืองมากเกินไปไหม เพราะเอะอะ ก็โทษคู่แข่งทางการเมือง ท่านบริหารประเทศดีพอแล้วหรือ เคยคิดในข้อนี้ไหม ถ้ายัง ลองคิดอีกที

  • คน…

    ดีจัง..คำพูดนี้ดีนะ พูดแล้วเป็นทุกรัฐบาล แต่ตอนทักษิณฉันคิดไม่ทันค่ะ ฝากไว้ให้น้องสาวเค้าด้วยนะ เพราะเค้าบอกโคลนนี่งกันมา ตัวดิฉันเองก็คงต้องระวัง คิดว่าตัวคุณจิตรา คงดีกว่าฉันเพราะถ้าว่าคนอื่นได้ตัวเองคงไม่เคยเป็น ฉันขอพูดเรื่อง 91 ศพ ไม่รู้จะเหมือนตอนกี่ศพตอนเสื้อเหลืองไหมนะ ..หรือกี่ศพของกรือแซะ เค้าว่ากรือแซะเป็นพันศพเชียว ตอนนั้นคุณจิตราร้องไห้ไปเท่าไรค่ะ หรือมันอยู่ไกลแต่ลองถามพ่อแม่พี่น้องเค้าดูซิ มันคงเป็นความรู้สึกเดียวกันนะ แล้ววันนี้ไอ้คนสั่งฆ่าเค้าก็คือคนที่พวกคุณเลือกเค้าเข้ามาหาความยุติธรรมให้พวกคุณไง เคยนึกถึงความรู้สึกคนอื่นเค้าบ้างไหม ตกลงในโลกนี้มีความยุติธรรม และประชาธิปไตยจริงหรือ….หรือเพียงความฝัน…ในที่สุดก็เล่นเฉพาะพวกตัวเองทั้งนั้นแหละ ใครที่เป็นพวกตัวเองก็ว่าถูก และก็มองผลประโยชน์ตัวเองเป็นใหญ่…พวกคุณยิ่งโกรธแค้นกันเท่าไรก็ให้รู้ไว้พวกฉันก็โกรธเท่ากัน จำเอาไว้นะว่ากี่ล้านคนที่เลือกเบอร์ 1 และกี่ล้านคนที่เลือกเบอร์10 และเบอร์อื่นๆอย่าลืมนะว่าเค้าก็เสียภาษีเหมือนกัน ถ้าจะหาคนรับผิดชอบ91ศพ ก็อยากหาคนรับผิดชอบน้องโบว์ด้วย กรือแซะด้วยนะ

  • คน…

    วลีนี้ดีแท้ๆ ขอใช้กับพ่อคุณด้วยนะ พ่อที่อยู่มืองนอกนะ เค้าบอกรักปชช.มากทำไมภาษีไม่เสียละ แล้วเก็บภาษีจากพวกเราทำไม ทำไมเป็นนายก ไม่ทำเป็นตัวอย่าง แค่นี้เสียสละไม่ได้ แล้วบอกว่ารักปชช.ภาษีเค้านี่นะ ตัดถนนใด้ไม่รู้กี่เส้นไอ้พวกดีแต่พุด นโยบายทำไมได้ก็ว่าไปอย่างนะ เพราะมีหลายกลไก แต่เรื่องของตัวเองยังไม่ทำเลย เฮ้อ..กลุ้มใจนะ

  • คน…

    วลีนี้ดีแท้ๆ คนเขียนเองพูดได้แต่ทำไม่ได้ บอกว่ามาเรียกร้องความยุติธรรม 90 ศพนะ แล้วเรียกร้องให้ศพคนเสื้อเหลืองเค้าด้วยหรือเปล่า ศพกรือแซะอีกละ หรือมีแต่คนเสื้อแดงต้องได้ความยุติธรรม ตกลงคนพูดนี่ยุติธรรม หรือ”ดีแต่พูด”

  • คน…

    วลีนี้เท่มากๆ พวกคุณมาเรียกร้องประชาธิปไตยกัน ก็ไม่รุ้แบบไหนก็แบบของพวกคุณ แบบเผาบ้านเผาเมือง ศาลากลางที่พวกคุณเผามันเงินใครสร้างภาษีใครละพวกคุณฝ่ายเดียวหรือ ใครรับผิดชอบละ คนไหนละหื ไอ้พวกดีแต่พูด ใครจะแอ่นอกมารับผิดชอบ อยากดูน้ำหน้า มีการเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งไหนเลวเท่านี้เป็นไม่มี ยังอยู่บนแผ่นดินได้โดยไม่ละอายใจเลย พวกคนบริสุทธิ์ที่เค้าต้องตายนะ ใครจะรับผิดชอบ

  • คน…

    วลีนี้แสนสุดยอด ดีแต่พูด ตอนพูดไม่ได้ใช้สมองซินะถึงได้ดีแต่พูด อยู่ดีๆ ไปขุดเอาคำว่า “ไพร๋”มาใช้นึกว่าเท่ ตอนพูดออกมาไม่รู้ใช้สมองส่วนไหนคิด (ส่วนความเห็นแก่ตัวมั่ง) ร.5 ท่านเลิกทาสไปนานแล้ว คนสมัยนี้ยังอยากเป็นทาสกันอยู่….ทาสของวัตถุ ทาสของความโลภ ความเห็นแก่ตัว พอตัวเองหวังอะไรไว้ไม่ได้อย่างที่หวังก็พาลเกเร ตัวเองไม่ยอมรับความสามารถของตัวเอง ถ้ารู้จักยอมรับและปรับปรุงแก้ไขพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นตามวิถีปรกติ ไม่ใช่เดินทางลัด คนสมัยนี้ชอบความง่าย ความเพียรมันหายไปหมด อุตส่าห์ยอมกลับมาเป็นไพร่แทนที่จะพัฒนาตนขึ้น แต่ขอโทษคนอย่างพวกฉันยากดีมีจนอย่างไรก็ไม่ยอมกลับไปเป็นไพร่ เพราะ ร.5 ท่านให้อิสระแล้ว ก็เหลื่อแต่แขนขาของตัว้เองที่จะเดินขึ้นไปไหม ถ้าใครพร้อมจะขึ้นไปด้วยตัวเองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และความมานะอดทนแล้วฉันก็เป็นกำลังใจให้ทุกคน แต่ถ้าใครไม่มีความพยายามมานะ อยากสบายอยากแต่เรียกร้อง มันอยากกลับไปไพร่ก็ช่างมันเถอะมันเลื่อกเอง นี่เพิ่งอายุ 39 คนอื่นเค้าต่อสู้มาทั้งชีวิต เค้ายังทำกันได้ และอยู่กันได้อย่างมีความสุขเลย ไม่ต้องมาแหกปากบอกใครเค้าถึงความลำบากของตนเอง เพราะคนพวกนั้นเค้าไม่มีเวลามานั่งพูดๆๆๆๆอยู่หรอก ไอ้พวก “ดีแต่พูด” พูดให้คนไปตายก็ยังพูดได้ พูดให้เค้าไปตายแล้วตัวเองก็ยังไม่รับผิดชอบอีก ป่านนี้คนที่ตายพระก็คงตัดสินไปตามเวรกรรมของเค้าแล้ว ไอ้ที่อยู่ก็รอถึงคิวกัน ทำอะไรกันไว้ก็เตรียมรับกันเองนะ เผาบ้านเผาเมืองเพื่อได้ประชาธิปไตยที่มองไม่เห็น แต่ซากปรักหักพังนั้นซิสะท้อนถึงความคิดของคนเห็นแก่ตัวจริงๆ แล้ววันนี้ยังเอาคนแบบนี้มาปกครองบ้านเมือง คุณจิตรา อย่างนี้เค้าเรียกว่าอะไร จะสอนลูกหลานต่อไปว่าอย่างไร วันไหนใครอยากได้ ประชาธิปไตยแบบไหนก็เผามันอย่างนี้นะลูก เพราะมีตัวอย่างมาแล้งได้ผล แล้วมันก็ไม่ใช่บ้านเราด้วยลูก เราเอาตัวเรารอดก็พอ ใครฉิบหายช่างมัน ประชาธิปไตยของคนที่”ดีแต่ว่าคนอื่น ไม่เคยว่าตัวเองไง” หรือจะให้สอนลูกว่าทนๆหน่อยนะลูกเดี๋ยวรอให้คนเลวคนเห็นแก่ตัวพวกนี้ตายหมด ถึงตอนนั้นฟ้าสีทองผ่องอำไพ แต่ไม่รู้จะเป็นยุคไหนนะ แต่คงไม่ใช่ยุคนี้แน่เพราะยุคนี้เค้าเรียกว่า”ยุคเผาบ้านเผาเมือง” ยุคนายทุนขูดรีดภาษ๊ปชช. ของตัวไม่จ่ายของคนอื่นจะมาเอา ยุคก่อนทำให้คนไทยเป็นหนี้กันมาแล้วยังไม่หนำใจ ยุคนี้จะให้บัตรเครดิตชาวนาอีกนะ จะไม่ให้ได้ไงแล้วเมื่อไรจะยึดที่ได้ซะทีละ ก็พวกลูกหลานชาวนามันไม่อยากทำนานี่ มันอยากมาเป็นลูกจ้างเค้า นี่ขนาดอยู่สหภาพมาตั้งหลายปี ยังไม่ฉลาดขึ้นอีกนะ ว่าตกลงอาชีพอะไรที่มันเป็นอิสระทางการเงินที่สุดในประเทศไทย ต้องให้อ่านหนังสือ ฝรั่งยังมาทำนา ไม่รู้วันนี้คุณจิตรากินข้าวของใคร ของพ่อคนไหน พ่อที่สุพรรณ หรือพ่อที่ดูไบ แต่ที่แน่ๆอดีตคงจะกินที่สุพรรณ แต่เห็นบอกว่าโตมาตามยถากรรม ไอ้คำนี้เลยไม่รู้ได้กินข้าวจากหยาดเหยื่อพ่อตัวเองด้วยหรือเปล่า ก็ตามสบายเถอะนะคุณตัวใครตัวมัน ถึงวันตายก็รู้กันเองนะ ใครถูกใครผิด ใครดีใครเลว

  • ไม่สงสัย

    กมฺมุนา วตฺตตีโลโก
    สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม