หลังเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นหลายชุด (รายชื่อคณะกรรมการทั้งหมดสามารถดูได้จาก เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทย)
คณะกรรมการชุดที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมากคือคณะกรรมการด้านการปฏิรูปประเทศไทย 2 ชุด คือ คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) ซึ่งมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) ซึ่งมี นพ. ประเวศ วะสี เป็นประธาน
อานันท์ลาออกอ้างมารยาททางการเมือง
ล่าสุดนายอานันท์ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าจะ “ลาออก” จากคณะกรรมการปฏิรูปหลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา โดยเป็นการลาออกตามมารยาทเพราะถือว่า คปร. ตั้งมาจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
“ตามระเบียบสำนักนายก รัฐมนตรี กำหนดให้คณะกรรมการปฏิรูปมีวาระ 3 ปี แต่ถ้าจะมีเลือกตั้ง โดยมารยาท เราก็ต้องเปิดโอกาสให้รัฐบาลใหม่มีความอิสระในการตัดสินใจว่าจะมีคณะกรรมการปฏิรูปหรือไม่มี ถ้ามีจะเป็นรูปแบบเดิมหรือไม่ แม้ว่าตามระเบียบสำนักนายกฯจะกำหนดให้เราอยู่ได้ถึง 3 ปี ถ้าเราจะอยู่ต่อก็อยู่ได้ แต่นิสัยคนไทย ถ้าเราอยู่ต่อก็จะบอกว่าหน้าด้านอยู่ต่อไปได้อย่างไร ถ้าเราบอกว่าเราต้องให้เกียรติกับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา เพื่อให้มีความอิสระที่จะตั้งหรือไม่ตั้ง ก็จะบอกว่าเราทิ้งงาน นี่คือวิธีคิดของสังคมไทย แล้วจะไปไหนกัน ถ้าคิดกันแบบนี้ลำบาก”
อย่างไรก็ตาม ก่อนลาออก คปร. จะเสนอ “กรอบการปฏิรูป” ต่อสาธารณะ เพื่อเป็นพิมพ์เขียวให้กับสังคมไทยต่อไป โดยไม่สนใจว่ารัฐบาลใหม่จะรับกรอบนี้ไปปฏิบัติหรือไม่
นายอานันท์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดยมอง่วา “ความไม่ยุติธรรม” เป็นปัญหาหลักของสังคมในขณะนี้
“ในช่วง 2-3 เดือนแรก คปร.ได้ประชุมหารือถึงต้นเหตุของปัญหา สุดท้ายค้นพบว่าต้นเหตุอยู่ที่ความไม่ยุติธรรมของสังคม ตอนแรกๆ เราคิดว่าต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่ความเหลื่อมล้ำ แต่จริงๆ แล้วความเหลื่อมล้ำ มันมาจากความไม่ยุติธรรม เมื่อความยุติธรรมไม่มีเราจึงต้องสร้างความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ดังนั้นเราจึงเริ่มแก้ไขปัญหาจากความไม่ยุติธรรมในสังคม แต่เราก็ไม่ได้ฝันหวานว่าจะสร้างประเทศไทยให้มีความยุติธรรมเท่าเทียมกันหมด มันเป็นไปไม่ได้ เราอาจจะใช้คำว่าลดความไม่ยุติธรรมหรือสร้างความยุติธรรมให้มันทัดเทียมกัน มากขึ้น”
ประเวศไม่ออกขอทำงานต่อ
ด้าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) กล่าว กับ “ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย” (Thai Reform) ว่า คสป. จะไม่มีการลาออกภายหลังที่รัฐบาลยุบสภา โดยทางคณะกรรมการสมัชชาฯ ทราบดีว่ารัฐบาลแต่ละชุดไม่มีความมั่นคง ฉะนั้นจึงเสนอให้รัฐบาลแต่งตั้งผ่านระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นเครื่องการันตีว่า หากรัฐบาลลาออก ก็ไม่มีความข้องเกี่ยวกับคณะกรรมการแต่อย่างใด
“การปฏิรูปประเทศไทย ต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ซึ่งทางสมัชชาฯได้มีการขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้มาก่อนที่จะมีหนังสือแต่ง ตั้งคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด ดังนั้นการลาออกของรัฐบาลจึงไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ ซึ่ง คสป. หวังว่าจะทำงานต่อไปให้ครบตามเวลา 3 ปีตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างกรอบแนวทางในการปฏิรูปต่อไปในอนาคต”
นพ. ประเวศบอกว่า คสป. ได้สร้างเครือข่ายสังคมไว้มากมาย หากมีการประกาศลาออก ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังขับเคลื่อนอยู่จะหยุดชะงัก
หมายเหตุ: อ่านประวัติของนายอานันท์ ปันยารชุน และ นพ. ประเวศ วะสี จากเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทย

