Practical Report ผมเดินทางในฐานะคนทำงานศิลปะ

โดย The Red Road Project 2009

ผมชื่อ “อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ” หลายคนเรียกผมสั้นๆว่า “โจ” บางคนเรียกผมว่า “อาจิณ”

บางคนเรียกผมอย่างน่ารักๆว่า “โจนาธาน”



ผมยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งที่พอจะเรียกมันว่าอาชีพได้ มีแต่ความถนัดทางด้านศิลปะเล็กน้อยเท่านั้น

ที่พอจะหารายได้มาใช้ในแต่ละเดือน จะเรียกตัวเองว่าศิลปินก็ยังเรียกไม่ได้เต็มปากเต็มคำเท่าไหร่

เพราะจริงๆแล้วผมแทบจะขายงานศิลปะของผมเองไม่ได้เลย ที่เหลือนอกจากที่เล่ามาผมชอบใช้เวลาท่องเที่ยวซะส่วนใหญ่



กลางปี 51 ผมพบกับอาจารย์เปี๊ยก (ดร.บัณฑิต จันทรโรจนกิจ) โดยบังเอิญกลางสถานีรถไฟบางซื่อ

ระหว่างที่ผมกำลังรอรถไฟกลับศาลายา ส่วนอาจารย์เปี๊ยกกำลังจะมุ่งหน้าไปสอนที่จังหวัดตรัง

ระหว่างที่รอเรานั่งดื่มเบียร์กันนิดหน่อยๆพร้อมกับไต่ถามสาระทุกข์สุขดิบ

ตามประสาของอาจารย์แกถามผมว่าอยากทำอะไรหลังเรียนจบปริญญาโท

“ผมอยากขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบโลกครับ แล้วคงหางานสอนตามมหาลัยเล็กๆซักแห่งในต่างจังหวัด”



หลังจากคำตอบนั้นเราคุยกันต่ออีกยาว หลายๆอย่างที่เป็นบทสนทนาในวันนั้นทำให้ผมมั่นใจที่จะเดินทางมากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การเดินทางในฐานะคนทำงานศิลปะ”

เบียร์ที่ซื้อมากินบนรถไฟไม่ทันหมดดี ผมต้องลงที่ชานชาลาของสถานีศาลายา

ปล่อยให้อาจารย์เปี๊ยกนั่งดื่มเบียร์คนเดียวบนตู้เสบียงต่อไป

หลังจากกลับมาบ้านผมใช้เวลาครุ่นคิดเกี่ยวกับการเดินทางตามความฝัน ผ่านไปหลายวันผมเลือกเส้นทางให้เหลือน้อยลง

ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากเดินทางรอบโลกเหมือนเดิม

แต่เพราะบางอย่างยังไม่เอื้ออำนวยในขณะที่ผมยังคงสภาพเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยอยู่



เมื่อแน่ใจแล้ว ผมเริ่มโทรปรึกษาเพื่อนๆหลายคน บางคนยังลังเลที่จะให้คำปรึกษา

บางคนยังบอกว่ามึงบ้าหรือป่าว

บางคนรับฟังแต่ยังไม่มีความเห็นอะไร ไม่เป็นไร

ไม่เห็นจะแปลกหากอยู่ๆผมก็ไปบอกเพื่อนๆว่าอยากขี่มอเตอร์ไซค์ไปรัสเซีย เป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้น



ทำไมต้องเป็นรัสเซีย ผมบอกไม่ถูกว่ามันน่าสนใจตรงไหน

แต่ถ้าหากผมจะเลือกซักเส้นทางหนึ่งในโลกนี้ โดยใช้การเดินทางทางพื้นราบอย่างเดียว

รัสเซียเป็นหนึ่งในความคิดแรกๆของผม เพราะเส้นทางที่ผมจะต้องผ่านทั้งหมดตั้งแต่เริ่มออกจากกรุงเทพ

ล้วนเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม จีน หรือแม้แต่รัสเซียที่แม้ทุกวันนี้จะเปลี่ยนการปกครองไปแล้ว

แต่ถือว่าเป็นต้นแบบที่สำคัญของประเทศสังคมนิยมในแถบนี้ทีเดียว



ความน่าสนใจในเส้นทางที่ผมจะเดินทางนั้นคงอยู่ที่ความแตกต่างทางด้านศิลปะวัฒนธรรมที่มาจากระบบการปกครองที่แตกต่างกัน

ซึ่งผมคิดว่าผมคงได้อะไรหลายๆอย่างในการเดินทางใช้ชีวิตที่พื้นที่ๆแตกต่างออกไปจากประเทศไทย

ผมใช้เวลาศึกษาข้อมูลการเดินทาง ประวัติศาสตร์ สถานที่สำคัญต่างๆในแต่ละประเทศ

ความเป็นไปได้ในการเดินทาง จากนั้นผมก็เลือกช่วงเวลาที่ผมจะเดินทาง

ผมมีเวลาหนึ่งปีเต็มๆ ในการเดินทาง เพราะผมเรียนครบถ้วนตามหลักสูตรหมดแล้ว

ส่วนเวลาที่เหลืออีกหนึ่งปีผมตั้งใจจะใช้ทำปริญญานิพนธ์



ความตั้งใจในการเดินทางครั้งนี้คือการใช้ชีวิตแบบนักเดินทาง

การศึกษาความเป็นอยู่ของผู้คน

การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ที่แตกต่างออกไป

การทำงานศิลปะ ไปพร้อมกับการเก็บรวบรวมเรื่องราวที่ได้จากการเดินทางมาเล่าสู่กันฟัง

อีกทั้งยังหวังว่าหลังจากกลับมาจากการเดินทางในครั้งนี้ สมองของผมคงได้เปิดรับสิ่งใหม่ๆ

พร้อมที่จะกลับมาทำงานศิลปะซักหนึ่งชุดเพื่อจัดแสดงให้หลายๆคนได้ชมกัน



ผมวางแผนการเดินทางทั้งหมดไว้ประมาณ 5 เดือน ซึ่งตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตในประเทศต่างๆละหนึ่งเดือน

โดยหากเป็นไปได้ผมอยากจะเดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศนั้นๆ

ความหวังผมเกือบจบลงเมื่อพบว่าการเดินทางโดยมอเตอร์ไซค์นั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก

เนื่องจากตอนนี้ผมยังไม่มีมอเตอร์ไซค์ ทั้งเรื่องเอกสารต่างๆที่ต้องเตรียมในการข้ามพรมแดนค่อนข้างลำบาก

แล้ว ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา หรือความรู้เรื่องมอเตอร์ไซค์ของผมนั้นแทบไม่มีเลย

เมื่อบวกลบคูณหารแล้วผมจึงเปลี่ยนใจ จากการขี่มอเตอร์ไซค์มาเป็นการปั่นจักรยานแทน

การปั่นจักรยาน แม้จะเดินทางได้ช้าหน่อย เหนื่อยหน่อย แต่ข้อดีที่สำคัญของจักรยานคือไปด้วยแรงของเราเอง

ไม่ต้องพึ่งเงินทองจำนวนมาก การซ่อมแซมก็คงไม่ยากมาก หากไปไม่ไหวก็แค่ยกขึ้นรถประจำทาง

สุดท้ายมันยังไม่ทำลายโลกนี้ด้วยมลพิษอย่างที่พาหนะอื่นๆกำลังสร้างกันอยู่



แต่ปัญหาก็มาอีกละ ตอนนี้ผมยังไม่มีจักรยาน………………………………..



  • http://www.idayblog.com/ iDayBlog

    ชอบบล็อกพี่แกอ่ะครับ เข้าไปอ่านแล้วฮาดี เหอะๆ

  • http://thchaisitdhi.wordpress.com Atitheb Chaiyasitdhi

    รออ่าน ทิ้งท้ายแบบนี้ มีบทต่อไปแน่ๆ

    คิดถึงพี่โจมากเลย ช่วงนี้ผมยุ่งหน่อย บางทีเห็นในเอ็มก็ไม่ได้ทัก
    มีงานหลายอย่าง ตอนนี้มีสัญญาณเตือน ให้ผมลดงานและพักผ่อน
    มีความสุขกับชีวิตให้มากขึ้น ฮาๆ แต่ไม่เป็นไร ยังเอาใจช่วยได้เสมอ

    ผมชอบหัวข้อบทความนี้ และชอบด้วยว่า พี่โจได้เดินทางในฐานะคนทำงานศิลปะ
    เป็นการเดินทางที่หลายคนอิจฉา และทำให้หลายคนได้คิดไปด้วย
    มันเป็นงานที่สมบูรณ์มากๆ สมบูรณ์ทุกย่างก้าว

    ด้วยรัก มิตรภาพ และคึดฮอดเด้อออ

  • อนุ

    อาจารย์ดร.บัณฑิต เคยเป็ฯอาจารณ์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ของผมครับถ้าไม่ได้อาจารณ์ช่วยผมคงไม่จบปริญญาแหงๆ

  • Jitradapon

    ก็ศิลดีนะ มองได้ทุกมุม ได้ทุกรถชาติ เรียกได้ว่าครบ

  • Pooh.

    ไว้ไปด้วยกันนะคับพี่ ไอขี่รอบโลกเนี่ย ความฝันสูงสุดเรย คนส่วนมากมักจะไม่เข้าใจเรา เปงกำลังใจให้คับ ตอนนี้ก้อกำลังเรียนและหางานเพื่อทำทุนยุ 555