The Angel Inside : ประสบการณ์การค้นหา “เทวดา” ในตัวผม

December 4, 2008

โดย
เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
Charoenchai.cha@gmail.com

ขออุทิศบทความนี้ ให้หญิงสาวคนหนึ่ง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ขอให้เธอมีความสุขเปี่ยมล้น ในวันเกิด ครบรอบ 24 ปี

การได้เจอคนที่เหมาะสม ในเวลาอันเหมาะสม อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปชั่วนิรันดร์

ชีวิตไม่ได้เดินทางเป็นเส้นตรง ย่อมมีทั้งช่วงเวลาถดถอยและรุ่งโรจน์ ในช่วงเวลาที่เป็นจุดผกผันเปลี่ยนพลิกนั้น มนุษย์อาจได้พบประสบการณ์พิสดาร ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราอย่างไม่มีวันหวนกลับ The Angel Inside (ฉบับแปลในภาษาไทย ใช้ชื่อว่า “ค้นหาเทวดาในตัวคุณ”) คือ หนังสือยอดเยี่ยม ที่เล่าถึงชายคนหนึ่งในสังคมทุนนิยม ซึ่งรู้สึกว่าตนเองกำลังจะล้มเหลว แต่แล้วในวันสุดท้ายของการลาพักร้อน เขาได้พบกับ ชายคนหนึ่ง ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไป “ตลอดกาล”

เมื่อแลเห็นหนังสือแปลเล่มนี้ ในร้านหนังสือย่านสยามสแควร์ ผมรู้สึกสนใจในทันที จุดเด่น คือ การนำเรื่องราวของศิลปินและงานศิลปะมาประยุกต์สอนใจในการสร้างความสำเร็จให้ชีวิต ผมมั่นใจมานานแล้วว่า “ศิลปะ” ไม่ใช่เพียงสิ่งฟุ่มเฟือย แต่ยังมีความหมายลึกซึ้งและส่งผลสะเทือนต่อความสำเร็จยิ่งใหญ่ในชีวิต แต่ด้วยเวลาอันจำกัดในชีวิตที่กำลังแสวงหาความสำเร็จ ทำให้ผมต้องตัดใจจากหนังสือเล่มนี้

แล้ววันหนึ่ง ด้วยความบังเอิญเรื่องแล้วเรื่องเล่า ทำให้ผมต้องรวบรวมความกล้าเพื่อขอสัมภาษณ์หญิงสาวคนหนึ่ง ที่มีความงามประดุจเทพธิดา แต่สิ่งที่สะกิดความสนใจผม คือ พลังไฟความมุ่งมั่นในตัวเธอ ผมแปลกใจที่หญิงสาวซึ่งมีอายุ 20 ต้นๆ กลับทำงานสารพัดชนิด ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้ทักษะฝีมืออันสูงส่ง แต่เมื่อผมได้ทราบว่า Angel Inside คือ หนังสือเล่มโปรดของเธอ ผมจึงได้คลายความสงสัยลง

ผมรีบซื้อหนังสือเล่มนี้โดยไม่ลังเล เพียงเพื่อจะใช้เป็นข้อมูลประกอบการสัมภาษณ์เธอ แต่แล้วหนังสือเล่มนี้กลับเป็นเหมือนจุดพลิกผันสำคัญหนึ่งในชีวิตผม

ผมอยากนำข้อคิดที่โดนใจผมมาร่วมแบ่งปันกัน

ไมเคิลแองเจโล ศิลปินสุดยอดตลอดกาล คือ ผู้หยั่งเห็น “คุณค่ายิ่งใหญ่” ที่แฝงอยู่ในหินอ่อนธรรมดา ซึ่งในท้ายที่สุดด้วยแรงวิริยะของเขา โลกจึงได้ยล David รูปสลักที่งามสุดขั้วหัวใจ เช่นเดียวกัน มนุษย์ทุกคนที่โดยกำเนิดย่อมเหนือกว่าหินอ่อนก้อนหนึ่งจึงควรที่จะค้นหา “คุณค่ายิ่งใหญ่” ในตัวเอง จงค้นหาด้วยความรักและการลงมือทำอย่างไม่หยุดยั้ง Angel Inside ได้สอนเราว่า หากไมเคิลแองเจโล ท้อถอยละทิ้ง โลกคงไม่เชื่อว่า หินอ่อนธรรมดาจะเปล่งประกายเจิดจ้าได้ขนาดนั้น

จงอย่ากลัวที่จะทำตามความฝัน ทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง เพราะความแตกต่างระหว่างหินอ่อนธรรมดา(ล้มเหลว) กับรูปสลัก David อันทรงคุณค่า (สำเร็จ) อยู่ที่ความกล้าหาญ ความพยายาม และรวมถึง การวางแผนอย่างชาญฉลาด ทั้งหมดอยู่ที่การทุ่มเทสุดหัวใจในงานที่ทำ พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อสร้างสรรค์ผลงานอันเลอเลิศ

แง่มุมหนึ่งที่ประทับใจผมอย่างสุดซึ้งอยู่ในตอนท้ายของหนังสือ ซึ่งได้กล่าวถึง การเผชิญอุปสรรคมากมาย ก่อนที่จะบรรลุเป็นผลงานที่งดงามยิ่งใหญ่ งานศิลป์ต้องผ่านการขัดเกลาด้วยกระดาษทรายฉันใด คนเราย่อมต้องแสวงหาความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ดีซึ่งพร้อมจะท้าทายและกระตุ้นให้เราก้าวไปสู่จุดที่ดีที่สุดในชีวิตและผลงาน รวมถึงหนังสือชั้นเลิศที่ช่วยเปิดตัวเราไปสู่โลกใบใหม่ ต่อยอดการพัฒนาจากความสำเร็จเดิม สุดท้ายคือ อุปสรรคและความทุกข์ยากลำบากจะช่วยเติมเต็มแก่นสารสำคัญให้ชีวิตเราเปี่ยมไปด้วยความหมาย การทดสอบเหล่านั้นจะช่วยทำให้เราเกิดความสงบเสงี่ยมเจียมตนและปลาบปลื้มใจเมื่อเราประสบความสำเร็จในภายภาคหน้า เราต้องพร้อมจะผ่านการขัดเงาจากกระดาษทรายแห่งชีวิต

ส่วนที่เป็น Climax สำหรับผม คือ บทเรียนที่ว่า ผลงานสุดยอดในชีวิตจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการบ่มเพาะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องอดทนเท่านั้น ไมเคิลแองเจโล แม้ว่าจะสร้างผลงานจนมีชื่อเกริกไกรตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่กว่าจะสร้างผลงานระดับเทพเจ้ารังสรรค์ The Last Judgement ณ มหาวิหารซิสทิน ได้นั้น ไมเคิลแองเจโลยังต้องผ่านการสร้างผลงานสุดยอดชิ้นแล้วชิ้นเล่า สั่งสมประสบการณ์ ขัดเกลาตนเองอย่างสม่ำเสมอ จนบรรลุความยอดเยี่ยมในแต่ละช่วงของชีวิต เพื่อช่วยขับเคลื่อนตัวเองสู่บันไดขั้นต่อไป จนถึงพร้อมที่จะรังสรรค์ผลงานมหาศักดิ์สิทธิ์ในมหาวิหารที่เคารพสักการะของชาวคริสต์ทั่วโลกได้สำเร็จ

ผมนึกย้อนดูตนเอง ที่ผ่านมาทั้งความสำเร็จและล้มเหลว แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยความยากลำบากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ แต่ผมยังต้องพยายามให้หนักหน่วงกว่าเดิม เพื่อก้าวไปสู่จุดสุดยอดให้ได้ แน่นอนว่า อาจมีอัจฉริยะบางคนที่เข้าสู่ความสำเร็จสุดยอดได้ โดยไม่เคยผ่านความล้มเหลวมาก่อน แต่ทั้งหมดล้วนต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหน่วง ไม่เคยเหนื่อยหน่ายที่จะสร้างความสำเร็จให้เหนือกว่าเดิม Steve Jobs ยอดคนแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งร่ำรวยนับร้อยล้านดอลล่าร์ด้วยอายุเพียง 20 ต้นๆ กลับต้องพานพบความล้มเหลวในช่วงวัย 30 แต่กระนั้นเขาได้กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมในช่วงวัย 40 ได้อย่างสง่างาม

เราไม่ควรเหนื่อยหน่ายที่จะทำในสิ่งที่รัก ยิ่งกว่านั้น เราต้องยกระดับผลงานให้สูงส่งยิ่งขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนกว่าจะเข้าถึงผลงานระดับเทพเจ้ารังสรรค์ หรือจนกว่าจะพบขีดจำกัดแห่งความเป็นมนุษย์

Angel inside ได้ตั้งคำถามสำคัญว่า มนุษย์เรามีเทวดาอยู่ 2 องค์สถิตย์อยู่ภายในตัวเรา หนึ่งคือ ตัวแทนแห่งความสวยงาม อีกหนึ่งคือตัวแทนแห่งพลานุภาพ ผมเห็นสัญลักษณ์ทั้งสองในตัวเธอคนนั้น ซึ่งทำให้ผมเข้าใจเนื้อหาในหนังสือได้ดียิ่งขึ้น หากได้อ่านหนังสือเล่มนี้ในช่วงหลายเดือนก่อน ผมคงไม่สามารถซึมซับเนื้อหาที่ลุ่มลึกนี้ได้ทั้งหมด เพราะชีวิตผมยังไม่ย่ำแย่หนักหน่วงอย่างในขณะนี้ แต่วิกฤตและโอกาสนี้ทำให้ผมได้ค้นพบว่า ตนเองยังทุ่มเทพยายามไม่มากเพียงพอ ความงามและพลานุภาพในตัวเองจึงไม่สามารถเปล่งประกายอย่างถึงขีดสุด

งานศิลป์ชั้นเลิศมีความยิ่งใหญ่ จนมนุษย์ทุกคนต้องตื่นตะลึงชื่นชม แต่กลับไม่เคยถามเลยว่า ศิลปินได้พลังแรงใจในการมุ่งมั่นรังสรรค์ผลงานเป็นเวลาหลายปีที่ยากลำบากนั้นได้อย่างไร นอกจากพรสวรรค์และฝีมืออันยอดเยี่ยมแล้ว ยังต้องมีความรักอันแรงกล้า ที่จะทุ่มเททุกสิ่งในชีวิตเพื่อจะเปลี่ยนหินอ่อนไร้รูป ให้กลายเป็นรูปสลักที่มีจิตวิญญาณกล้าหาญงดงามเยี่ยง David กษัตริย์ชาวยิวโบราณ แน่นอนว่า เราทุกคนไม่อาจเป็นศิลปิน แต่ทุกคนสามารถสรรค์สร้างผลงานยิ่งใหญ่ได้ด้วยการปลุกเร้าวิญญาณศิลปินในตัวเราที่จะทำในสิ่งที่รักและเชื่อมั่นอย่างสุดชีวิต เพื่อจะได้ไม่เสียใจในภายหลังเมื่อชีวิตร่วงโรยเข้าสู่วัยชรา

จงค้นหา “เทวดา” ในตัวคุณ และสลักมันออกมา ด้วยความรักมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ ให้คนทั้งโลกได้ชื่นชม

Comments

3 Responses to “The Angel Inside : ประสบการณ์การค้นหา “เทวดา” ในตัวผม”

  1. 1. S on February 6th, 2010 2:58

    ระหว่างที่อ่านบทความสัมผัสได้ถึงแสงแห่ง Angle เปล่งประกายเรืองรอง ผ่านตัวหนังสือผู้เขียนบรรจงถ่ายทอดราวกับไมเคิลบรรจงแกะสลักรูปปั้นชิ้นงามกระนั้นแหละ

    นึกย้อนไปถึงตอนที่เข้ามาฟังรายการวิทยุตอนสัมภาษณ์ “คุณซี” แม้ไม่เคยรู้จักและได้ยินเพียงเสียงอันสดใสของเธอผ่านสัญญาณคลื่นอิเลคทรอนิกส์ ก็สัมผัสถึงพลัง Angle ที่ทอแสงรื่นเริงเปี่ยมด้วยความรื่นรมย์ ออกมาจากความเป็นเธอได้อย่างน่าทึ่ง ยอดเยี่ยมมาก

    ขออนุญาตินำไปเผยแพร่บน Facebook ให้ใครๆที่ยังไม่เจอ “เทวดาหรือนางฟ้า” ในตัวเองได้เกิดแรงบันดาลใจต่อไป

  2. 2. kejuliso on February 6th, 2010 17:53

    อ่านแล้วสร้างแรงบันดาลใจดีคะ :)

  3. 3. เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ on February 6th, 2010 18:49

    ยินดีครับคุณ S “เจ้าหญิงไอที” เริ่มได้รับความสนใจจากสื่อกระแสหลักแล้ว อีกไม่นานคงได้เป็น “นางฟ้า”

    แต่บนเส้นทางแห่งมายานี้ คงยากที่จะไต่ไปถึงดวงดาวได้ หากไม่มี “กลยุทธ์” โดยเฉพาะเมื่อมีคนเป็นล้านที่ต้องการจะมาแทนที่

    ขอบคุณคุณ S มากๆ ที่มาเป็นกำลังใจให้เราเสมอๆ อย่างน้อยก็ทำให้ผมและเพื่อนได้รับการปลอบประโลมเพื่อเดินฝ่าอุปสรรคไปถึงปลายฝัน

    อยากบอกว่า การทำเว็บให้คนอ่านมากๆ ในขณะที่เน้นเนื้อหาสาระนั้น มิใช่เรื่องง่ายเลย แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่ทำให้เราล้มเลิก

Got something to say?