เครือข่ายสันติประชาธรรม สนนท เปิดรณรงค์ต้าน พันธมิตรฯ – นปช. – สล้าง
October 26, 2008
สององค์กรภาคประชาชน เพื่อสังคม เปิดสื่อรณรงค์แคมเปญ”3 หยุด” เรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆ หยุดนำมวลชนมาปะทะกัน หยุดให้ท้ายพธม. และหยุดเรียกร้องการรัฐประหาร ชี้สังคมไทยไม่ต้องการวีรบุรุษ-วีรสตรีจากเหตุความรุนแรง
เครือข่ายสันติประชาธรรม นำโดย 42 นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)จะออกแถลงการณ์และแถลงข่าวเปิดตัวสื่อรณรงค์แคมเปญ “3 หยุด” เวลา 13.00 น. วันที่ 26 ตุลาคมนี้ ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆ หยุดนำมวลชนมาปะทะกัน และ หยุดให้ท้ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เป้าหมายเพื่อ หยุดนำประเทศไปสู่อนาธิปไตยและการรัฐประหาร!

โดยแถลงการณ์ดังกล่าวความว่า ในขณะนี้เป็นที่ชัดเจนว่าสังคมไทยกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างยิ่ง อันเป็นผลจากการเผชิญหน้าทางการเมืองระหว่างฝ่ายต่าง ๆ จนทำให้เกิดความเชื่อโดยทั่วไปว่าสังคมไทยคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะ-นองเลือดระหว่างประชาชนสองขั้วได้พวกเราในฐานะกลุ่มทางสังคมที่ห่วงใยต่อชีวิตของประชาชนจึงขอเรียกร้องต่อฝ่ายต่างๆดังต่อไปนี้
1.หยุดนำมวลชนมาปะทะกัน
เราขอเรียกร้องให้ผู้นำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)และกลุ่มพล.ต.อ.สล้างบุนนาคยุติการเคลื่อนไหว ด้วยวิธียั่วยุให้เกิดความเกลียดชังและโกรธแค้นซึ่งกันและกัน และยุติการเคลื่อนมวลชนของตนออกจากที่ตั้งทั้ง ๆที่รู้ว่าสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกับอีกฝ่ายหนึ่ง
เราขอเรียกร้องให้ผู้นำพันธมิตร,นปช.และพล.ต.อ.สล้างตระหนักว่าสังคมไทยไม่จำเป็นต้องสร้างวีรบุรุษ-วีรสตรีในลักษณะเช่นนี้พวกท่านไม่ควรเห็นมวลชนของตนเองเป็นเพียงหมากทางการเมืองเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามเท่านั้นต่อจากนี้ไปหากเกิดความรุนแรงต่อชีวิตของประชาชนผู้นำของกลุ่มเหล่านี้จักต้องรับผิดชอบ
2.หยุดให้ท้ายพันธมิตรฯ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้วิกฤติการเมืองในขณะนี้เดินมาสู่ทางตันก็คือผู้นำฝ่ายพันธมิตรฯปฏิเสธไม่ยอมเจรจาประนีประนอมทางการเมืองแต่ยืนยันที่จะใช้วิธีแตกหักเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ประการสำคัญในขณะที่ผู้นำพันธมิตรอ้างว่าตนทำเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์แต่ข้อเสนอที่ให้สถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามามีอำนาจทางการเมืองโดยตรง เช่น มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพโดยตรง เท่ากับต้องการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมืองซึ่งจะส่งผลต่อสถานะที่เป็นกลางและอยู่เหนือการเมืองของสถาบันฯในระยะยาว
นอกจากนี้ที่ผ่านมากลุ่มต่างๆในสังคมที่ควรวางตัวเป็นกลางไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการราษฎรอาวุโส องค์กรสิทธิมนุษยชน วุฒิสมาชิก และสื่อมวลชน ต่างไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์เป้าหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นและยุทธวิธียั่วยุให้เกิดความรุนแรงของฝ่ายพันธมิตร จึงกล่าวได้ว่าในขณะนี้เราไม่มีบุคคลหรือสถาบันใดในสังคมที่ได้รับความยอมรับจากทุกฝ่ายว่าเป็นกลางอย่างแท้จริงทำให้โอกาสของการเจรจาเพื่อหาทางออกกับคู่ขัดแย้งริบหรี่ลงจนแทบเป็นไปไม่ได้
กระนั้นเราเห็นว่ายังไม่สายเกินไปที่ทุกภาคส่วนในสังคมจะยุติการอุปถัมภ์ค้ำจุนกลุ่มพันธมิตรฯอย่างผิดๆและเริ่มต้นวิจารณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรนปช.รัฐบาลกองทัพ ตำรวจ ตลอดจนระบบตุลาการอย่างเที่ยงตรงและเท่าเทียมกันเราเชื่อมั่นว่าด้วยแนวทางนี้เท่านั้นที่จะทำให้เกิดการสานเสวนาที่วางอยู่บนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเพื่อหาทางออกให้กับวิกฤติครั้งนี้ได้อย่างแท้จริง
3. หยุดนำประเทศไปสู่อนาธิปไตยและการรัฐประหาร
เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในหลักการว่าสันติประนีประนอมเนื่องจากเหตุการณ์การรัฐประหาร19กันยายน2549 ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ซ้ำยังทำให้ความขัดแย้งแบ่งฝ่ายทางการเมืองขยายตัวสูงขึ้นประการสำคัญ ภายใต้เงื่อนไขทางการเมืองขณะนี้ ชวนให้เชื่อได้ว่าหากเกิดการรัฐประหารหรือยึดอำนาจรัฐด้วยวิธีการนอกรัฐธรรมนูญอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเกิดการจลาจล และนองเลือดของประชาชนครั้งใหญ่ และหากเป็นเช่นนั้นจริง บรรดาผู้ก่อการรัฐประหารจะต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมและหายนะที่ท่านมีส่วนก่อให้เกิดขึ้น
รายชื่อนักวิชาการที่ร่วมลงนาม
1.ชาญวิทย์เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2.ธเนศอาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3. ธิตินันท์ พงษ์สิทธิรักษ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
4. พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5. นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
6. เวียงรัฐ เนติโพธิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
7. ธงชัย วินิจจะกูล มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน
8. เกษียร เตชะพีระ คณรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
9. ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
10. อภิชาต สถิตนิรมัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
11. อัครพงศ์ ค่ำคูณ โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
12. เกษม เพ็ญพินันท์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
13. ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
14. ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
15. สุรัสวดี หุ่นพยนต์ สำนักบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
16. นภาพร อติวานิชยพงศ์ สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร ธรรมศาสตร์
17. เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว สำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
18. ศรีประภา เพชรมีศรี สำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
19. ภวิดา ปานะนนท์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
20. พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
21. สมเกียรติ ตั้งนโม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
22. อรณิชา ตั้งนโม มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
23. ชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
24. จักเรศ อิฐรัตน์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
25. ชาญชัย ชัยสุขโกศล ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล
26. ฆัสรา มุกดาวิจิตร นักวิชาการอิสระ
27. จักเรศ อิฐรัตน์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
28. คมลักษณ์ ไชยยะ นักศึกษาปริญญาโทมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
29. ภาคภูมิ ลบถม นักศึกษาปริญญาโทมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
30. ประพันธ์ ภราดรพานิชกุล นักศึกษาปริญญาโทมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
31. สมพร เปินสมุทร นักศึกษาปริญญาโทมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
32. สมาภรณ์ แก้วเกลี้ยง นักศึกษาปริญญาโทสิทธิมนุษยชนเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยมหิดล
33. ปรีชา งามดี นักศึกษาปริญญาโท การพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
34. กานต์ ทัศนภักดิ์ Asian Public Intellectuals Program
35. ไม้หนึ่ง ก. กุนที กวี
36. เต็กตี่ แซ่ตั้ง บรรณาธิการสำนักพิมพ์วลี
37. ธนาพล อิ๋วสกุล สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
38. ณภัทร สาเศียร ประชาชน
39. สายสัมพันธ์ รัตนปรีดากร นักออกแบบอิสระ
40. ศุษม อรรถวิภาคไพศาลย์ พนักงานบริษัทการบินไทย
41. ศิริภาส ยมจินดา ประชาชน
42. สลิสา ยุกตะนันทน์ ประชาชน
ที่มา – มติชน
Comments
Got something to say?





