ทหารส่งกำลังปฏิบัติการยึดพื้นที่”สามเหลี่ยมดินแดง” คืน หลังเสื้อแดงปิดยึด ใช้รถเมล์ แท็กซี่ขวางการจราจร ช่วงเช้ามืด ปะทะเดือดยิงแก๊สน้ำตาใส่จนม็อบกระเจิง ตึ 1 เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่ศาลรัฐธรรมนูญกลางดึก 3 ลูก โชคดีด้าน 2 บอมบ์หนึ่ง สะเก็ดถูกทหารเจ็บบาดเจ็บ 1 นาย
ทหารปฏิบัติการยิงแก๊สน้ำตา เคลียร์ถ.สามเหลี่ยมดินแดงคืน
เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.ที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง กำลังทหาร พร้อมโล่หลายร้อยนาย ใช้ปฏิบัติการนำแก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจำนวนหลายร้อยคน ที่รวมตัวนำรถแท็กซี่และรถเมล์มาจอดปิดขวางการจราจร ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 12 เมษายน โดยทหารได้ใช้แก๊สน้ำตายิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ ทำให้กลุ่มเสื้อแดงต้องทะยอยถอยรุ่นไปทางด้านถ.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ในการยึดเคลียร์พื้นที่ดังกล่าว ทหารได้ใช้แก๊สน้ำตายิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม เป็นเหตุให้เสื้อแดงต้องถอยร่นไปทางถ.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขณะที่เสื้อแดงบางส่วนใช้รถโดยสารประจำทางและรถแท็กซี่เข้าชน ปะทะกับเจ้าหน้าที่ โดยเผายางล้อรถยนต์เป็นแนวกั้น ในช่วงแรกที่ปฏิบัติการ มีการปะทะกันนานกว่าหนึ่งชั่วโมง เป็นเหตุเกิดมีผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย รวม 20 คน ซึ่งมีรถพยาบาลวิ่งเข้าออกในพื้นที่ เพื่อรับส่งผู้บาดเจ็บตลอดเวลา
เวลาประมาณ 05.30 น. สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนยอมถอยเข้าไปอยู่ทางแฟลตดินแดง และทหารได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ขว้างปาขวดน้ำเข้าใส่ทหารเป็นระยะๆ แต่ทหารไม่ได้ตอบโต้ เนื่องจากท่าทีของผู้ชุมนุมอ่อนลงมากแล้ว และทหารสามารถคุมพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงไว้ได้แล้ว
ยอดผู้บาดเจ็บล่าสุด
รายงานล่าสุดยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุสลายการชุมนุม จำนวน 77 คน กระจายรักษาตัวอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ แยกเป็น โรงพยาบาลรามาธิบดี 24 คน ขณะนี้พักรักษาตัว 2 คน นอกนั้นกลับบ้านได้แล้ว โรงพยาบาลราชวิถี 8 คน พักรักษาตัว 3 คน กลับบ้าน 4 คน อีก 1 คนอาการสาหัส โรงพยาบาลทหารผ่านศึก 32 คน กลับบ้านแล้ว 18 รักษาตัว 14 คน และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 8 คน สาหัส 3 คน
ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นผลจากการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่
นายกฯประกาศตั้งกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน คุมพื้นที่-ห้ามปิดถนนกทม.-ปริมณฑล
นายกฯ ได้มีการออก คำสั่งสำนักนายกฯ ตั้งกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) คุมพื้นที่ กทม. และ5จว.โดยรอบที่ถูกใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนใช้กม.ดังกล่าว สั่งห้ามปิดเส้นทางคมนาคม-การจราจรทุกเส้นทาง
