Practical Report กองทัพหารือลับสั่งทหารกลับกรมกอง ระบุการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

แหล่งข่าวนายทหารระดับสูง ระบุว่าเหตุการณ์นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปยึดคืนพื้นที่สะพานผ่านฟ้า เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา จนนำมาสู่การสูญเสียของประชาชนทั้งสองฝ่ายนั้น ถือเป็นการประเมินสถานการณ์ผิดพลาดของรัฐบาล เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ต้องการให้กำลังเจ้าหน้าที่ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นกฎหมาย เพราะอยู่ในสถานกาณ์ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้นถือว่าเป็นการห้ามมีการชุมนุม ด้วยเหตุนี้ทำให้นายกรัฐมนตรีสั่งให้กองทัพดำเนินการยึดคืนพื้นที่สะพานผ่านฟ้า เพื่อเป็นการแสดงถึงการบังคับใช้กฎหมาย อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีย้ำว่าไม่ให้กำลังทหารที่ออกปฏิบัติหน้าที่อาวุธปืนและกระสุน จริง แต่ให้มีเพียงโล่ กระบอง อาวุธปืนที่บรรจุกระสุนยาง แต่ผู้ที่สามารถถือปืนบรรจุกระสุนจริง มีเพียงนายทหารระดับผู้บังคับกองพัน และผู้บัญชาการกองพลเท่านั้น ทำให้ผู้ชุมนุมไม่มีความเกรงกลัว และทำให้การปฏิบัติหน้าที่ไม่บรรลุตามเป้าหมาย

” นายทหารระดับสูงของกองทัพพูดคุยกันแล้วว่า หากจะมีคำสั่งให้ทหารออกไปปฏิบัติภารกิจในลักษณะดังกล่าวอีก คงต้องปฏิเสธที่จะดำเนินการ และทุกคนเห็นตรงกันว่า จะไม่มีการปฏิบัติภารกิจสลายกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยกำลังทหารอีก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาด เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการบังคับใช้กฎหมาย แต่ด้วยสภาพการทำงานเช่นนี้ไม่สามารถคุมเหตุการณ์ได้ หากจะให้ทหารเข้าคุมพื้นที่ก็ต้องให้อาวุธเขา เพื่อทำให้มีความน่าเกรงขามในการทำหน้าที่ อย่างไรก็ตามกองทัพยังคงทำหน้าที่คือเป็นกลไกของรัฐบาล ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองจะหาทางออกเช่นไรนั้น คงต้องปล่อยให้ฝ่ายการเมืองเป็นผู้รับผิดชอบแก้ไขวิกฤติ แต่จะไม่มีภาพทหารออกมาปฏิบัติหน้าที่เช่นที่ผ่านมาอีก ซึ่งขณะนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งให้ทหารกลับเข้ากรมกองแล้ว”นายทหารระดับ สูง กล่าว

แหล่งข่าวคนเดิม ยังบอกด้วยว่ากองทัพไม่ได้ส่งสัญญาณให้นายกรัฐมนตรี ยุบสภา หรือ ลาออก แต่ได้ส่งสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่ทหารจะไม่ออกไปปฏิบัติภารกิจเมื่ออย่างเมื่อวานนี้โดยเด็ดขาด โดยเบื้องต้น ผบ.เหล่าทัพ ได้มีการเสนอให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณการ ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณผ่านฟ้าลีลาศ เท่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารก็จะดูแลสถานที่ราชการสำคัญเท่านั้น โดยเฉพาะพื้นที่ล่อแหลมสุ่มเสี่ยงต่อการปฏิบัติการของกลุ่มคนร้าย ทั้งทำเนียบรัฐบาล อาคารรัฐสภา สวนจิตรลดา โรงพยาบาลศิริราช บ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ได้มีการหารือกันเรียบร้อยแล้วว่าจะไม่ใช้กำลังทหารเข้าไปปราบปรามประชาชน อีก และทหารที่ไม่เกี่ยวข้องก็จะกลับเข้ากรม กอง แต่จะเหลือแค่ทหารดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่าง ๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารปะทะกันกลุ่มคนเสื้อแดงนี้ถือว่าเป็นความผิด พลาดอย่างแรง เพราะทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร และกลุ่มคนเสื้อแดงเสียชีวิตหลายคน ดังนั้นหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงต้องกลับมาทบทวนถึงแผนการทำงานอีกครั้ง ทั้งนี้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากปัญหาทางด้านการเมือง ดังนั้นการเมืองจะต้องแก้ไขกันเอง ถ้าการเมืองไม่แก้ไขเหตุการณ์ก็คงจะไม่จบ” แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวอีกว่าทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) รวมถึงหน่วยข่าวทางด้านการทหาร ได้รายงานต่อที่ประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่า จะมีกลุ่มติดอาวุธปะปนเข้ามาก่อเหตุเพื่อให้เกิดสถานการณ์วุ่นวายแล้ว แต่ทางรัฐบาลไม่ยอมฟังโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีได้เป็นผู้สั่งการให้ใช้กำลัง ทหารออกไปปฏิบัติการ โดยที่ไม่ยอมให้ทหารถืออาวุธ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า จะมีการเหตุการณ์ในการใช้อาวุธสงครามดังกล่าว อีกทั้งเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะทุกอย่างเข้าทางกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหมด

แหล่งข่าวคนเดิม ยังบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาทื่ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ เสียใจที่ผู้ใต้บังคับเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บหลาย ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ทั้งนี้เห็นว่าการยุบสภาไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเวลา นี้ เพราะหากวันนี้ประกาศยุบสภา สถานการณ์บ้านเมืองก็จะไม่จบ เพราะได้มีการเลือกตั้งขึ้นมาพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ก็จะมีปัญหาในลักษณะดังกล่าวคือกลุ่มคนเสื้อเหลืองก็จะออกมาประท้วงกดดันให้ ยุบสภา หรือ ลาออก อีก ถ้าเป็นเช่นนั้นบ้านเมืองก็มีแต่ถอยหลังเข้าคลอง และสิ้นเปลื้องงบประมาณประเทศไปเรื่อย ๆ

“วันนี้ทุกฝ่ายจะต้องมาเจรจาทำสัญญาประชาคมด้วยกัน ว่าหากล้างไพ่ไปแล้วทุกฝ่ายจะต้องจบ และยอมรับสภาพ ถึงแม้ว่าพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล หรือ พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดตั้งรัฐบาล จะต้องไม่มีการเดินขบวนประท้วงกันเหมือนแต่ก่อน แต่หากไม่ยอมกันบ้านเมืองก็จะเกิดความวุ่นวายแบบนี้ไม่มีวันจบ ส่วนเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารคงเกิดขึ้นยาก แม้ว่ากองทัพจะมีแนวความคิดเพื่อยุติปัญหา แต่ถ้าทำแล้วผลเสียจะตามมาเยอะ โดยเฉพาะการลุกขึ้นมาฆ่ากันของคนไทย” แหล่งข่าวระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม ศอฉ.โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ได้ร่วมประชุมสรุปสถานการณ์การปะทะกันของเจ้าหน้าที่ทหาร และ กลุ่มคนเสื้อแดง ที่บริเวณสี่แยกคอกวัว โดยที่ประชุมได้มีการสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร และ กลุ่มคนเสื้อแดง รวม 20 กว่าคน นอกจากที่ประชุมยังได้มีการเสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดูแลรักษาความ ปลอดภัยของกลุ่มคนเสื้อแดงทั้ง 2 เวที คือ บริเวณสะพานผ่านฟ้า และ สี่แยกราชประสงค์

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจะดูแลเพียงสถานที่ราชการสำคัญเท่านั้น ส่วนแนวทางในการแก้ไขปัญหาการชุมนุมนั้น ยังจะใช้มาตรการกดดันทางด้านกฎหมายตามเดิม โดยเฉพาะการเร่งติดตามจับกุมตัวแกนนำทั้ง 24 คน โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ตำรวจเร่งเข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้

ที่มา – กรุงเทพธุรกิจ