โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
“ห้าวเป้ง” คำเด็ดๆ ที่คิดค้นขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อความงามซาบซึ้งของศิลปะ แต่มีไว้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
ช่วงนี้เศรษฐกิจแย่ คนตกงานกันเยอะ อยากทำงานแต่ไม่มีงานให้ทำ ขายของธรรมดาทั่วไปก็ขายไม่ออก
คนตกงาน ไม่ได้หมายความว่า “ไร้ฝีมือ” แต่อาจเพราะไม่มีใครสนับสนุน
“กองทุนศิลปะ” เปิดโอกาสให้คนไทย ใช้ฝีมือที่มีอย่างเต็มที่ “วาด ละเลง ประดิษฐ์ถ้อยคำ…”
จัดประกวด “100 ผลงานที่ดีที่สุด” เสร็จแล้วประมูลขาย บางส่วนรัฐบาลซื้อเก็บไว้ จัดตั้งในพิพิธภัณฑ์
เศรษฐีผู้มีสุนทรีย์และเบื่อสินค้าแบรนด์เนม Hermes, Porsche, Armani อาจจะอยากได้ภาพเขียนดีๆ เก็บไว้ให้ลูกหลานชื่นชม
“กำไร” จากการลงทุนในศิลปะ อาจนำไปใช้สนับสนุน “ผู้มีพรสวรรค์” ที่ขาดโอกาสและทุนทรัพย์ในการเริ่มต้นอาชีพศิลปิน เพื่อให้แรงงานเหล่านี้ได้ใช้ “ศักยภาพซ่อนเร้น”ประดิษฐ์ผลงานที่มีมูลค่าสูง สร้างรายได้ให้ประเทศไทยต่อไป
“งานศิลปะ” เป็นงานที่ต้องอาศัยเวลาและความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น รัฐบาลอาจต้องตั้ง “กองทุนศิลปะ” เพื่อลงทุนเบื้องต้นไปก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไป “มูลค่าเพิ่ม” ได้รับการรับรู้จากเศรษฐีผู้มีรสนิยม หรือนักเก็งกำไร รัฐบาลก็อาจทำกำไรได้หลายพันเท่า ศิลปินแห่งชาติก็จะได้ไม่อาภัพอีกต่อไป
“งานศิลปะ” เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีกำไรสูงด้วยเช่นกัน (High Risk. High Return) ดังนั้น การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีเช่นนี้ จึงควรเก็บไว้ให้รัฐบาลเท่านั้น ที่สำคัญ คือ ตลาดงานศิลปะ ขาดสภาพคล่อง จึงทำให้กองทุนเอกชนลงทุนได้ยาก อย่างไรก็ตาม ด้วยชื่อเสียงและการันตีจากรัฐบาล ย่อมต้องมีเศรษฐีเข้ามาซื้อขายกันอย่างสนุกมือ ทั้งได้หน้าได้ตา ได้ออกข่าวทีวี และยังได้เก็งกำไรอีกด้วย
ตลาดหุ้นซบเซา ตลาดผลไม้ซึมเศร้า แต่ตลาดศิลปะจะคึกคักทันที เมื่อรัฐบาลจัดตั้ง “กองทุนศิลปะ” การจ้างงานจะเพิ่มทวีขึ้นหลายแสนตำแหน่ง โดยเฉพาะ “ผู้เชี่ยวชาญ” ด้านศิลปะ ที่ต้องคอย “เฟ้นหา” มูลค่าเพิ่มทางศิลปะ งานนี้นักขูดเลขเด็ด และหมอดู อาจต้องเปลี่ยนอาชีพมาเมียงมองหา “ภาพเด็ด” เพื่อเก็งกำไรผลงานชั้นยอด
ช่วงนี้มีแต่เรื่อง “ห่อเหี่ยวใจ” บางที “ศิลปะ” อาจช่วยทำให้โลกนี้สดใสขึ้น
“สีเหลืองสีแดง” อาจน้อยลง เพราะหันเหไปสนใจสีสันในศิลปะ
……………………….
คำขอบคุณ
ไอเดีย “ห้าวเป้ง” ของผมจะไม่มีวันเกิดขึ้นเลย ถ้าหากไม่มี “เว็บไซต์” ดีๆแบบนี้
พอรู้ว่า “นายก อภิสิทธิ์” จะเข้ามาอ่านไอเดียในเว็บไซต์ด้วยตัวเอง
พอรู้ว่าจะมี “รางวัลใหญ่” ให้กับผู้เสนอไอเดียดีๆ
ผมก็เลยต้องลุกขึ้นมาเป็น “พลเมืองดี” มีส่วนร่วมกับประเทศชาติสักนิด
ผมไม่ไปเลือกตั้ง เพราะว่า 1 เสียงของผม แทบไม่มีความหมาย
1 เสียงของผม ก็ไม่แตกต่างจาก 1 เสียงของคนอื่น
แต่ 1 ไอเดียของผม แตกต่างจาก 1 ไอเดียของคนอื่นในเว็บนี้
