ตลาดหุ้นเอเชีย-ยุโรปดิ่งหนัก วิกฤติซึมลึกถึงยุโรป

October 6, 2008

ตลาดหุ้นหลักในเอเชีย-ยุโรปปรับตัวลดลงตามกัน ไม่ว่าจะเป็นดัชนี FTSE 100 ในลอนดอน, CAC 40 ในปารีส, หรือ XETRA DAX ในแฟรงค์เฟิร์ต ต่างก็ปรับตัวลดลง 2-5% หลังจากเริ่มมีการซื้อขายในช่วงเริ่มเปิดตลาด ในขณะที่ดัชนี RTS ของรัสเซียยิ่งดิ่งหนักจนถึงการรายงานนี้ปรับลดไปแล้ว 12.15%

ด้านตลาดหุ้นเอเชียก็ไม่น้อยหน้า นิคเคอิของญี่ปุ่นร่วงไป 465.05 จุด หรือ 4.25% ยังคงทำสถิติต่ำสุดในรอบสามปี ตลาดหุ้นเกาหลีร่วงไป 4.3% ออสเตรเลียลดลงไป 3.4% ดัชนีหั่งเส็งของฮ่องกงลดไป 4.7% ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทย SET ดำดิ่งต่อเนื่องตามคาด -38.25 จุด ทำให้ในขณะนี้ดัชนีปรับลดลงมาที่ 551.80 จุด หรือ 6.48%

การทรุดหนักของตลาดหุ้นทั้งหลายเหล่านี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์การเงินเริ่มระบาดข้ามไปยังฝั่งยุโรป รมว. คลังเยอรมนีออกมาประกาศว่า รัฐบาลต้องอัดเงินเข้าไป 15 พันล้านยูโร หลังจากที่ก่อนหน้านี้ใส่ลงไปแล้ว 35 พันล้านยูโร เพื่อหนุนธนาคาร Hypo Real Estate Bank ทั้งนี้รัฐบาลเยอรมันยังรับประกันเช็คส่วนบุคคลและบัญชีเงินฝากเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินของประเทศอีกด้วย

ที่มา – CNN

Comments

8 Responses to “ตลาดหุ้นเอเชีย-ยุโรปดิ่งหนัก วิกฤติซึมลึกถึงยุโรป”

  1. 1. สุรศักดิ์ ธรรมโม on October 6th, 2008 18:44

    วิกฤติการเงินครั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่จะขยายตัวเป็นเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของโลก
    และนี่ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งของหัวเลี้ยวหัวต่อมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯอเมริกา

  2. 2. zneb on October 7th, 2008 8:53

    Forum สัปดาห์หน้าคุณสุรศักดิ์น่าจะมาลองถกเถียงกับอ.สมภพร่วมกับผมด้วย ผมทิ้งประเด็นให้อาจารย์เอาไว้ว่าด้วย The Next World Order

    ตอนนี้เราเริ่มเห็นการฉกฉวยความได้เปรียบของบรรดามหาอำนาจในเอเชียและยุโรป ในการเป็นตัวนำในการจัดตั้งระเบียบโลกในยุคหน้า จากการที่บรรดาผู้นำทั้งหลายออกมาเสนอแนวทางการปฏิรูปและจัดระเบียบระบบการเงินโลก ที่ Active ทีสุดก้คือฟากยุโรป นำโดย Sarkozy ระหว่างการเยือนรัสเซียของผู้นำเยอรมัน Medvedev ก็นำเรื่องวิกฤตการเงินโลกและทางออกมาถกกับนาง Merkel ด้วย

    ฟากเอเชียประธานาธิบดีเกาหลีใต้ต้องการจัดการประชุมร่วมกับจีนและญี่ปุ่นในฐานะที่ทั้ง 2 ชาติมี Reserve และเป็นเจ้าหนี้สหรัฐฯรายใหญ่ที่สุด เพื่อแก้ปัญหา ก่อนหน้านี้ Bush ก็โทรสายตรงคุยกับ Hu Jintao และต่อมา Paulson ก็สายตรงไป Moscow คุยกับ Alexei Kudrin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัสเซียก้วย

    The Next World Order จะทำให้เกิดการจัดโครงสร้างการผลิต การกระจายทรัพยากร และกลไกในกระจายทรัพยากรด้วย ซึ่งก็คือกลไกทางการเมือง และนั่นหมายถึง ในอนาคตเราอาจเห็นการรื้อโครงสร้างของสหประชาชาติและองค์กร Bretton Woods ทิ้งเสียใหม่ ซึ่งประเทศในแถบเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และตะวันออกกลางจะมีเก้าอี้ในที่นี้มากขึ้น

  3. 3. zneb on October 7th, 2008 9:42

    ผู้ใดเป็นผู้เขียนกฎระเบียบและจัดตั้งสถาบันกำกับระบบเศรษฐกิจการเมืองโลกในยุคหน้า ความมั่งคั่งและอำนาจจะเอนไปทางผู้นั้น แบบที่สหรัฐฯเคยทำโดยการกำหนดโครงสร้างของสหประชาชาติและจัดตั้งระบบ Bretton Woods และสร้าง Washington Consensus มากำกับระบบทุนนิยมโลกในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา คำถามคือ ผู้นำในทุกภาคส่วนของไทยเห็นจุดเปลี่ยนของโลกตรงนี้แล้วหรือยัง เราเตรียมรับมืออย่างไร เราเห็นโอกาสตรงนี้หรือไม่ เราประเมินความเสี่ยงแล้วหรือยัง

  4. 4. สุรศักดิ์ ธรรมโม on October 7th, 2008 12:47

    ยินดีครับ น่าจะเริ่มเป็น Forum เล็กๆ โดยมีอาจารย์ สมภพ คุณ zneb และผม โดยมีคุณกานต์เป็นพิธีกรและบันทึกเทปเป็นคลิปเพื่อเผยแพร่ในเวป Siam Intelligence และในที่สุดอาจจะถอดเทปและทำเป็นหนังสือขึ้นมา

    รบกวนคุณ zneb ประสานงานอาจารย์สมภพด้วยครับ ทั้งนี้เวลาที่ขอใช้ในการสัมมนา Forum นี้น่าจะประมาณชั่วโมงครึ่ง

    ทั้งนี้ ผมเปิดกว้างสำหรับวิทยากรท่านอื่นๆที่คุณ zneb หรือบุคคลที่ท่านผู้อ่านเวปไซต์นี้คิดว่าเหมาะสมและสามารถติดต่อได้ครับ

    e-mail ผม surasak.dhammo@gmail.com

    ขอบคุณครับ

  5. 5. สุรศักดิ์ ธรรมโม on October 7th, 2008 12:56

    ขอเชิญท่านผู้อ่านเวปไซต์ล่วงหน้าในการเข้าร่วมสัมมนานี้นะครับ

    ทั้งนี้หัวข้อที่ผม List ขึ้นมาได้มีดังนี้

    1.สาเหตุของวิกฤติการเงินโลก 2551
    -Global Imbalance
    -The Originate Distribute Model
    -The fallacy of global financial regulation
    -The political economy view

    2. สถานการณ์ปัจจุบัน
    -The liquidity squeeze and credit crunch
    -Bank run effects
    -The crash of worldwide stock market
    -The fall of USA and USD ???
    -The effect to Thailand amidst the political turmoil

    3.สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
    - The international cooperation to cope this problem
    -Bretton Woods 3 : Beyond the USD and Euro
    -The intensified to China to appretiate RMB

    and etc…

    ผมคิดได้ประมาณนี้อาจจะตัดทอนบางส่วนซึ่งคุณ zneb หรือท่านผู้อ่านอื่นสามารถช่วยตัดและเสริมเนื้อหาได้ครับ

  6. 6. ยศวัฒน์ on October 7th, 2008 15:11

    เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมากครับ ผมขอประเด็นผลกระทบกับประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงการเตรียมรับมือกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ด้วยครับ :D

  7. 7. zneb on October 7th, 2008 16:02

    ลองอ่านดู ข่าวสำคัญ Exclusive เฉพาะผู้อ่าน China Daily เช่นผมเท่านั้น

    China’s central bank dismisses buying American debt

    The central bank has denied media reports that China will buy up to $200 billion worth of US treasuries to help Washington combat the deepening financial crisis.

    Bai Li, spokesman for the People’s Bank of China, said that “it is the first time I have ever heard about such rumors”.

    According to Hong Kong media reports, China will initially spend $70-80 billion to buy US treasury bonds.

    Bai said the official stance has been published on the central bank’s website, which did not mention any such purchase.

    The statement merely said China welcomes Washington’s $700 billion bailout plan; and will cooperate with the international community to ensure financial security.

    In another development, central bank governor Zhou Xiaochuan said Monday the bank views a stable currency and job creation as priorities.

    In a statement on the bank’s website, Zhou said that “the priority is to address questions such as how to keep a stable currency value, how to effectively promote employment and support consumption growth”.

    China’s annualized economic growth slowed to 10.1 percent in the second quarter, down from 11.9 percent for the whole of last year.

    Analysts expect the central bank to further relax monetary policy in the coming months after it cut benchmark lending rates and reduced the proportion of money banks must set aside in reserves.

    ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานข่าวจาก Bloomberg โดยอ้างการให้ข่าวของสำนักข่าว Al Qabas ว่ารัฐบาลสหรัฐฯได้ติดต่อทางรัฐบาลคูเวตให้ไปลงทุนซื้อ Treasury Bond ที่จะออกมา 700,000 ล้านดอลลาร์เพื่ออุ้มสถาบันการเงินนี้ด้วย

    นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯจะทำการขอร้องแกมข่มขู่ไปยังรัฐบาลที่เป็น creditor รายใหญ่ๆอย่างญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย ดูไบ และรัสเซียด้วย เช่นเดียวกับที่มีข่าวกับจีนและคูเวต

  8. 8. zneb on October 8th, 2008 11:40

    สภาวะที่เกิดการขาดเงินสดไปทั่ว และจะต้องมีการเพิ่มทุนและลดหนี้สินของบรรดาสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เลหลังทรัพย์สินครั้งใหญ่” จากบรรดาสถาบันการเงินทั้งหลาย ซึ่ง อ.สมภพ เตือนให้ระวังให้ดี

    หลักๆแล้วในงบดุลของบรรดายักษ์ใหญ่ทางการเงินจะมีสิ่งที่น่าจะขายได้ดังนี้
    1. กิจการในต่างประเทศ เช่นที่ AIG กำลังเลหลังกิจการประกันในญี่ปุ่น ละตินอเมิรกา และยุโรป อยู่
    2. สิ่งที่เรียกว่า Trading Asset ซึ่งเป้นองค์ประกอบหลักของทรัพย์สินและแหล่งรายได้ของสถาบันการเงิน ที่มีมากกว่าครึ่งหนึ่งในงบดุล
    3. พวกเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้เกิด Domino Effect ที่ร้ายแรงที่สุดเพราะ มันจะลามเข้าสู่ Real Sector ผ่านพวก Developer จาก Developer ลามเข้าสู่ธนาคารพาณิชย์ และก็จะซ้ำเติมปัญหา NPL และ Bank Run เข้าไปอีก ตอนนี้ Developer ใน Moscow กำลังมีปัญหาการ Funding และรัฐบาลต้องเข้าไปแทรกแซง

    Istanbul Moscow Dubai จะเป็นเป้าหมายการเทขายที่หนักที่สุด แถมด้วย Sydney Cairo Paris Monaco London Singapore และ Hong Kong อ.สมภพเตือนให้ระวังข้อ 3 ให้มากที่สุด

Got something to say?






;