Practical Report ผู้บริโภคเอเชีย กู้เศรษฐกิจโลก

สุรศักดิ์ ธรรมโม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่าจำกัด

แม้ว่าสัญญาณการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกปัจจุบัน เริ่มส่งสัญญาณตั้งแต่ ชะลอลงเล็กน้อย (จีน) ชะลอมาก (สหรัฐและยุโรป) จนถึงหดตัว (ญี่ปุ่นและแคนาดา) ส่งผลให้ผู้มองโลกในแง่บวกโดยอาศัยการวิเคราะห์ผ่านปัจจัยพื้นฐานยังรู้สึกลำบากใจที่ที่มองจะภาพแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในแง่ดีในปีนี้และปีหน้า

แต่ผมอยากจะเสนอให้มองเศรษฐกิจไปในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จะเห็นว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความหวังและอนาคตที่สดใสอยู่ และอนาคตที่ว่านั้นอยู่ที่ “เอเชีย” และกล่าวโดยเฉพาะเจาะจงคือมาจาก “ผู้บริโภคเอเชีย”

ชิบูยะ

ภาพประกอบโดย Mehmet Aktugan จาก Flickr

โดยบทความที่น่าสนใจมากในประเด็นนี้ตีพิมพ์ในวันที่ 25 ส.ค. 54 ในรายงานของ Economist Intelligence Unit (EIU) ซึ่งเป็นหน่วยวิเคราะห์ชั้นนำของโลกในเครือนิตยสาร The Economist ซึ่งออกบทวิเคราะห์คาดการณ์ถึงศักยภาพของผู้บริโภคเอเชียว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยเหลือเศรษฐกิจโลก (Asia Economy: Consumers to the Rescue?)

สาระสำคัญของบทความฉบับนี้น่าสนใจมาก ผมขอสรุปความดังนี้ EIU ได้ประเมินถึงศักยภาพของผู้บริโภคเอเชียที่มั่งคั่งขึ้นมาก โดยเฉพาะจากประเทศจีนและอินเดียซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจโลกกลับมาขยายตัวอย่างต่อเนื่องรวมทั้งช่วยให้เศรษฐกิจโลกในอนาคตกลับมาสมดุลจากเดิมที่ไม่สมดุล อันเนื่องมาจากผู้บริโภคชาติตะวันตกเป็นผู้บริโภคผ่านการนำเข้าสินค้าจากเอเชียในขณะที่เอเชียเป็นผู้ผลิตสินค้า เมื่อผู้บริโภคตะวันตกหมดศักยภาพในการบริโภคเพราะมีหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ชาติเอเชียจึงต้องมากระตุ้นการบริโภคภายในของตนเองให้ขยายตัวทดแทนตลาดตะวันตกที่ลดลง

ปัจจัยที่สนับสนุนแนวความคิดของบทความดังกล่าวของ EIU มาจากรายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และรายงานขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งรายงานทั้ง 2 ฉบับให้บทสรุปที่ตรงกัน กล่าวคือ เอเชียมีประชากรจำนวนมากและมีแนวโน้มกลุ่มชนชั้นกลางของเอเชียจะขยายตัวในระดับที่สูงต่อเนื่องภายใน 19 ปีจากนี้ไป (พ.ศ.2573) โดยเอเชียจะมีชนชั้นกลางเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของชนชั้นกลางทั่วโลก ( ADB ระบุสัดส่วนนี้ที่ 55 % ในขณะที่ OECD ระบุที่ 66 %)
EIU ได้คาดการณ์ว่า ในอีก 2 ปีจากนี้ไป มูลค่าตลาดค้าปลีกจีนจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมีมูลค่าตลาดมากกว่าสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นอันดับหนึ่ง ในปัจจุบัน ในส่วนของตลาดค้าปลีกอินเดียซึ่งขณะนี้มีมูลค่าตลาดเป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ EIU ประเมินว่าเศรษฐกิจอินเดียอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีอัตราการขยายตัวที่สูงกว่าจีน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ตลาดค้าปลีกอินเดียเป็นแหล่งขายสินค้าฟุ่มเฟือยจำนวนมาก เนื่องจากอินเดียมีจำนวนเศรษฐีเงินล้านมากกว่า 150,000 คน

นอกจากนี้แล้ว EIU ยังคาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การขยายตัวของการบริโภคเอเชียจะเป็นตัวส่งเสริมการค้าระหว่างเอเชียให้ขยายตัวมากขึ้น และย้อนกลับไปเพิ่มการบริโภคเอเชียให้ขยายตัวขึ้น

การที่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เอเชียเน้นการได้ดุลการค้าเป็นบวกและให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลโดยนำเงินที่เกินดุลนี้ไปซื้อตราสารของสหรัฐอเมริกา เช่นพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐ ตั๋วเงินคงคลังสหรัฐ เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอยู่ในระดับที่ต่ำ และช่วยให้สหรัฐย่ามใจในการขาดดุลทางการคลัง จนเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดวิกฤติการเงินโลกและวิกฤติหนี้สาธารณะ

แต่สถานการณ์ปัจจุบันนี้ พบว่าทั้งครัวเรือนและรัฐบาลสหรัฐมีเพดานที่จะก่อหนี้และขาดดุลการคลังตามลำดับ เพิ่มอีกไม่มากและเริ่มวางแผนในการลดการใช้จ่ายลง ซึ่งนำไปสู่การลดการนำเข้า ดังนั้น เอเชียจำเป็นที่จะต้องลดการพึ่งพาการส่งออกในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และหันมาพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพราะมีความยั่งยืนกว่าการพึ่งพาสหรัฐและยุโรป ซึ่ง EIU คาดว่า ในปี 2558 เอเชียจะเปลี่ยนมาขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น เอเชียจะมีการเกินดุลการค้าลดลง นอกจากนี้ การที่ค่าเงินเอเชียมีแนวโน้มแข็งค่าเปรียบเสมือนอำนาจซื้อของเอเชียเพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยช่วยในการบริโภคให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ด้วยปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้น EIU จึงสรุปว่า การเพิ่มขึ้นของการบริโภคและการขยายตัวของความมั่งคั่งในเอเชียจะเป็นตัวช่วยในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าและยังช่วยลดความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก

ในส่วนของผมเองนั้นเห็นว่าภายในไม่เกิน 10 ปีนี้ เอเชียจะต้องหันมาเน้นเศรษฐกิจในประเทศอย่างแน่นอนและมีความเป็นไปได้สูงมากที่กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นภายใน 5 ปีนี้เสียด้วยซ้ำไป เพราะปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปในปัจจุบันเป็นการตอกย้ำผู้นำเอเชียให้เห็นแล้วว่ายุทธศาสตร์การพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐและยุโรปนั้นสิ้นสุดแล้ว เอเชียจะต้องหันไปหาตลาดส่งออกอื่นที่มีอนาคตที่ดีกว่าซึ่งก็คือในเอเชียรวมทั้งเปลี่ยนมาใช้เศรษฐกิจในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

การคาดการณ์ยอดขายปลีกของเอเชียและกลุ่มประเทศ G-7 ในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015)

ที่มาข้อมูล: Economist Intelligence Unit, August 2011

หมายเหตุ บทความนี้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ฉบับวันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2554