Practical Report วงการมือถือสหรัฐระอุ เมื่อ AT&T ซื้อกิจการ T-Mobile

อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของสหรัฐอเมริกามาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อโอเปอเรเตอร์อันดับสอง AT&T ประกาศการเข้าซื้อกิจการโอเปอเรเตอร์อันดับสี่ T-Mobile USA คิดเป็นมูลค่าประมาณ 39 พันล้านดอลลาร์ (1.2 ล้านล้านบาท)

บริษัทแม่ของ T-Mobile USA คือ Deutsche Telekom AG จากประเทศเยอรมนี ซึ่งให้บริการโทรคมนาคมใต้แบรนด์ T-Mobile ในยุโรปอีกหลายประเทศ ซึ่งจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายกิจการครั้งนี้

AT&T ถือเป็นโอเปอเรเตอร์อันดับสองของสหรัฐ มีฐานลูกค้าประมาณ 95 ล้านราย การรวมตัวกับ T-Mobile ซึ่งมีลูกค้าประมาณ 33 ล้านราย จะทำให้ AT&T ผงาดขึ้นเป็นโอเปอเรเตอร์อันดับหนึ่งแทน Verizon ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ 101 ล้านราย

AT&T และ T-Mobile ใช้เทคโนโลยีเครือข่ายแบบ GSM ซึ่งต่างไปจาก Verizon และ Sprint โอเปอเตอร์อันดับสามที่ใช้ระบบ CDMA

ตารางแสดงระดับผู้ใช้บริการของเครือข่ายมือถือในสหรัฐ (ภาพจาก Wikipedia)

T-Mobile ถือเป็นผู้ให้บริการมือถืออันดับสี่ของสหรัฐ ซึ่งผลประกอบการไม่ดีนัก (ด้วยโครงสร้างตลาดทำให้อันดับสี่ไม่มีที่ยืนมากนัก) และต้นทุนการพัฒนาโครงข่ายที่ไม่สูงพอ ทำให้บริษัทแม่อย่าง Deutsche Telekom วางแผนจะขายออกไป และถอนตัวจากการทำตลาดสหรัฐโดยสมบูรณ์

ทั้งสองบริษัทให้ข้อมูลว่าการควบกิจการจะใช้เวลาประมาณ 12 เดือน ระหว่างนี้ผู้ใช้บริการ T-Mobile จะใช้งานได้เป็นปกติไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และหลังการควบกิจการเสร็จแล้ว T-Mobile จะยังแยกการบริหารเป็นอิสระจาก AT&T รวมถึงให้บริการใต้แบรนด์เดิม

ทั้งสองบริษัทให้เหตุผลสนับสนุนว่าการควบกิจการจะทำให้การวางเครือข่าย 4G (ด้วยเทคโนโลยี LTE) ในสหรัฐกว้างขวางมากขึ้น และสัญญาว่าจะครอบคลุม 95% ของพื้นที่สหรัฐ

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า T-Mobile จะควบกิจการกับ Sprint Nextel ผู้ให้บริการอันดับสามเพื่อสร้างอำนาจต่อรองในขั้วที่สาม แต่การเจรจาไม่สำเร็จทำให้ AT&T ได้โอกาสเสียบแทน

การซื้อกิจการครั้งนี้อาจทำให้สภาพการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมของสหรัฐลดลง เพราะจำนวนผู้เล่นในตลาดลดลง และการซื้อกิจการอาจถูกขัดขวางโดยองค์กรภาครัฐของสหรัฐเนื่องจากเข้าข่ายการผูกขาดตลาด

ที่มา – AT&T, T-Mobile, VentureBeat