ที่ห้องประชุม 100 ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 11 ก.พ. นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา และ นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ แถลงผลการสั่งคดี 5 ผู้ต้องหาขนขีปนาวุธว่า อัยการพบมติองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระหว่างไทย กับ ยูเอ็น เมื่อปี 2552 ระบุว่าไม่สามารถดำเนินการใดๆกับลูกเรือที่ขนส่งขีปนาวุธได้ ประกอบกับอัยการมองเห็นประโยชน์ของชาติ ว่าหากฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 อาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติ เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว เห็นว่าฟ้องคดีนี้ไปไม่เป็นประโยชน์ จึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ไม่ถือว่าเป็นที่สุด ต้องส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทำความเห็นแย้งมา หากยังเห็นแย้งอัยการอีกให้อัยการสูงสุดชี้ขาดเป็นที่สุด
“ในชั้นนี้อัยการต้องขอปล่อยผู้ต้องหาทั้ง 5 แต่ ตม.ต้องมารับตัวไปดำเนินการต่อไป ส่วนเครื่องบิน ไม่สามารถยึดได้ เป็นหน้าที่ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ดำเนินคดีต่างหาก ส่วนอาวุธสงครามที่ยึดไว้ต้องกักไว้ก่อนจนกว่าจะมีผู้มาแสดงเป็นเจ้าของรับ กลับคืนประเทศต่อไป” อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา และอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ระบุ
ที่มา – ไทยรัฐ
