ถึงแม้ศึกฟุตบอลยูโร 2012 ที่ประเทศยูเครนและโปแลนด์เป็นเจ้าภาพ จะปิดฉากลงไปด้วยชัยชนะของสเปน ภายใต้การนำของอันเดรียส อิเนียสต้า นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์และผองเพื่อนกระทิงดุแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านักเตะที่ได้รับการจับตาและแจ้งเกิดที่สุดในทัวร์นาเมนต์ไม่ใช่ คริสเตียโน โรนัลโด้ มิดฟิลด์ค่าตัวแพงที่สุดในโลกจากโปรตุเกส หรือ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ดาวซัลโวประจำรายการ แต่เป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ศูนย์หน้าลีลากวนใจจากอิตาลีทีมรองแชมป์

ช็อตที่กลายเป็นตำนาน และถูกนำไปล้อเลียนซ้ำบ่อยที่สุด
บาโลเตลลี่ เป็นผู้ชนะอย่างแท้จริงเขาทำให้แม้กระทั่งคนที่ไม่รู้จักฟุตบอล ไม่ได้เฝ้าจอลูกหนังรู้จักฉายา “เกรียนโอ้” ของเขาได้ดี ด้วยฝีเท้าอันเอกอุ ความเร็วและแข็งแกร่ง บวกกับคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นทำให้แฟนๆชาวไทยหลายคนตกหลุมรักเขา มาริโอไม่ใช่นักเตะที่หน้าตาดีตรงกันข้ามออกจะดูน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย เขาไม่ใช่สุภาพบุรุษแต่เขาคือลูกผู้ชายในสนามที่มีสัญชาตญาณในความเป็นคนที่โดดเด่น ยามเศร้าเขาไม่อายที่จะหลั่งน้ำตาในสนามหลังนัดชิงชนะเลิศ ยามดีใจเขาทำให้ทุกคนยิ้มได้กับลีลากวนๆของเขา
“When I score I don ‘ t celebrate.Because I do my work,when the postman delivers your letter,does he celebrate?” – Mario Balotelli“เมื่อผมทำประตูได้ผมจะไม่แสดงความดีใจ เพราะมันเป็นหน้าที่ของผม เวลาบุรุษไปรษณีย์เขาส่งจดหมายให้คุณตามหน้าที่ เขาแสดงความดีใจไหมล่ะ?” – มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าอิตาลี
คำพูดดังกล่าวแสดงความกวนและทนงในฝีเท้าของเขาไม่น้อย บาโลเตลลี่ เคยกล่าวในงานที่เขารับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมยุโรปหรือ Golden Boy Award ในปี2010 ว่า “ผมคิดว่ามีแค่เมสซี่ (เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมโลก 3 สมัย) คนเดียวที่สูสีกับผม”

ลีลาดีใจสุดกวนที่กลายเป็นเอกลักษณ์ หลังจากถล่มแมนฯยู
ชีวิตของบาโลเตลลี่นั้นไม่ได้ตลกเหมือนลีลากวนๆของเขา เขาเกิดในปาแลร์โม อิตาลีในครอบครัวชาวกาน่าอพยพเมื่อวัยเด็กมาริโอเป็นเด็กขี้โรคต้องรับการผ่าาตัด ครอบครัวของเขาไม่สามารถเลี้ยงดูได้จึงปล่อยให้รัฐเข้ามาจัดการเพื่อหาครอบครัวบุญธรรมมาเลี้ยงดู โดยครอบครัวชาวอิตาลี ซิลเวียและ ฟรานเชสโก บาโลเตลลี่ รับเด็กชายตัวน้อยคนนี้ไว้อุปถัมภ์ ถึงแม้ว่าเขาจะมีภาพลักษณ์ตัวแสบในสายตาหลายๆคน แต่มาริโอ เป็นคนที่รักครอบครัวมาก เมื่อวันที่เขายิง 2 ประตูในนัดพบกับเยอรมัน หลังจบเกมส์เขาวิ่งไปสวมกอดคุณแม่บุญธรรมของเขา และกระซิบบอกว่า ” 2ประตูนี้ผมมอบให้คุณแม่นะครับ”
ด้วยความที่เป็นคนผิวสีคนที่สอง ต่อ ฟาบิโอ ลิเวรานี่ ที่ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติอิตาลีประเทศที่ยังคงมีเชื้อของความเป็นฟาสซิสต์และการเหยียดผิวบางส่วนติดอยู่ ทุกๆอย่างช่างดูไม่ง่ายเลย บาโลเตลลี่มักได้รับเสียงโห่แซวและเหยียดผิวอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งกองเชียร์จากทีมของตนเอง เขาเคยให้สัมภาษณ์ก่อนทัวร์นาเมนต์ว่า”ถ้ามีใครสักคนขว้างกล้วยเข้าใส่ผมในถนน (เป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดสีผิว) ผมก็คงติดคุกแน่นอน เพราะว่าผมต้องฆ่าพวกเขาแน่ๆ” เขาได้รับกำลังใจที่ดีจากครอบครัวเสมอ โดยเฉพาะคริสติอาน่า พี่สาวของเขาที่เป็นนักข่าวสงครามในแอฟริกา ที่มักจะเถียงแทนน้องชายอยู่เสมอๆ

ซีนซึ้งๆของบาโลเตลลี่ ที่สวมกอดคุณแม่บุญธรรมของเขา
บาโลเตลลี่เริ่มเล่นให้กับทีมเยาวชนใกล้บ้านอย่าง ลูเมียซซานน์ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลาน ทีมยักษ์ใหญ่ในกัลโช เซเรีย อา อิตาลี เขาได้รับโอกาสจาก โรแบร์โต้ มันชินี่ ในสมัยคุมอินเตอร์ให้ได้ลงเล่นโดยเฉพาะจะถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองและทำประตูสำคัญๆได้เสมอ โดยเฉพาะประตูในนัดเสมอกับยูเวนตุสในปี 2009 ยังอยู่ในความประทับใจของแฟนๆอินเตอร์
ฝีเท้าของบาโลเตลลี่นั้นไม่ต้องเป็นที่ถกเถียงจากการคว้าแชมป์อย่างมากมายในวัยเพียง 21 ปี กับอินเตอร์เขาคว้าแชมป์เซเรีย อา 3 สมัย โคปปา อิตาเลียอีก 1สมัย และถ้วยใหญ่อย่าง ยูฟา แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เขาก็คว้าแชมป์มาแล้วในปี 2009 -2010 ก่อนที่เขาจะไม่ค่อยได้รับโอกาสจากโจเซ มูรินโญ นายใหญ่อินเตอร์ มิลานที่ไม่สามารถทนพฤฒิกรรมห่ามๆและเกเร ทั้งในสนามและนอกสนามของเขา เขามักจะโดนใบแดงจากการเล่นนอกเกมส์เพราะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เสมอๆ วีรกรรมแสบๆของเขาในสมัยอินเตอร์ก็เช่น การถูกนักข่าวหลอกให้สวมเสื้อ เอซี มิลาน ทีมปฏิปักษ์สำคัญของอินเตอร์ ซึ่งเป็นทีมโปรดของบาโลเตลลี่ในบาร์ หรือการมีปัญหาวิวาทกับเพื่อนร่วมทีม
ชัยชนะของบาโลเตลลี่ก็คือ ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มบาโลเตลลี่ถูกสบประมาทว่าเขาจะต้องออกลูกเกเรและล้มเหลวกับทีมชาติอิตาลีๆชุดดังกล่าวขาดศูนย์หน้าคมๆอย่าง จูเซปเป้ รอสซี่ที่ได้รับอาการบาดเจ็บจนอดติดทีม แต่บาโลก็ยิงประตูสวยๆสำคัญๆเช่นการเตะกลับหลังใส่ไอร์แลนด์ในรอบแรกนัดสุดท้ายพาอิตาลีเข้ารอบ ก่อนที่จะยิงประตูงามหยดโดยเฉพาะลูกที่สองที่ยิงเต็มข้อใส่เยอรมัน คาแรกเตอร์บวกฝีเท้าคือส่วนผสมที่ลงตัว อิเนียสต้านั้นเก่งกาจแต่มีใครจำหน้าตาของเขาได้หากไม่ใช่คอบอล แต่คาแรกเตอร์ของบาโลเตลลี่ทุกคนจดจำได้ ทรงผมเขาเป็นเอกลักษณืจนโฆษณาไนกี้นำไปเป็นโฆษณาก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม และคาดว่างานพรีเซนเตอร์จะตามมาอีกมากมายหลังจากนี้ไป

เสียน้ำตาในนัดชิง ภาพนี้มีคนคลิกเข้าชมกว่า 50 ล้านครั้งใน 2 วัน
เป้าหมายต่อมาบาโลเตลลี่ย้ายมาร่วมทีมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมมหาเศรษฐีในอังกฤษด้วยค่าตัวกว่า 22 ล้านยูโร เพื่อร่วมงานกับนายเก่าอย่าง มันชินี่อีกครั้ง สองฤดูกาลที่ผ่านมาบาโลเตลี่ คว้าแชมป์กับแมนฯซิตี้ ทั้ง เอฟเอ คัพ ในปี 2010 และ แชมป์พรีเมียร์ลีก หลังจากที่แฟนๆรอคอยมายาวนานในฤดูกาล 2011 -2012 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป ส่วนในทีมชาติเขายิงไปทั้งสิ้น 4 ประตูจาก 14 นัด และ 3 ใน4 ประตูเกิดขึ้นในศึกยูโร 2012 ในนัดเจอไอร์แลนด์และเยอรมัน
ฤดูกาลที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นรับรองว่าไม่ว่าคุณจะรักหรือจะเกลียดเขา แต่ชื่อของ “เกรียนโอ้” มาริโอ บาโลเตลลี่ ได้ติดหูคนไทยไปเสียแล้ว และเขายังมีเวลาประสบความสำเร็จอีกมากมาย บาโลเตลลี่ กลายเป็นสัญลักษณ์ของไอคอนความแตกต่างของนักฟุตบอลยุคใหม่เป็นที่เรียบร้อย
