Practical Report จาก ส.ศิวรักษ์ถึงชาวกรุง: เลือกตั้งผู้ว่า กทม จะโชว์กึ๋น หรือ จะเปลี่ยนแปลง?!

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส.ศิวรักษ์ ปราชญ์แห่งสยามได้โพสต์ข้อความบนแฟนเพจ Sulak Sivaraksa พูดถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพ ใช้ชื่อหัวข้อว่า สุขุมพันธุ์ หรือ พงศพัศ โดยแสดงจุดยืนหนุน เลือก ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้จะไม่ดีเด่นอะไรนัก แต่เพื่อแสดงกึ๋นให้ทักษิณได้รู้

ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดกระแสในโลกออนไลน์ทั้งคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง มีการโต้กันไปมาใน facebook “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” นักวิชาการประวัติศาสตร์ชื่อดัง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับ facebook ส.ศิวรักษ์  (Sulak Sivaraksa)

ภาพจากไทยรัฐ

ภาพจากไทยรัฐ

ในการเลือกตั้งครั้งนี้หลายฝั่งหลายฝ่ายมีความพยามโหมกระแสเผาบ้านเผาเมืองจนถึงเสียกรุงฯ ราวกับว่าเราอยู่ในยุครบพุ่งกับประเทศข้างเคียงซึ่งคงจะเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัวไม่ต่างอะไรกับการกลัวผีทักษิณ

 หากดูจากมิติในเชิงอำนาจทางการเมืองของไทยแล้ว ทักษิณมีอำนาจครอบงำทางการเมืองที่น่าหวาดกลัวหรือไม่?

การจะทราบถึงอำนาจทางการเมืองต้องดูที่สถาปัตยกรรมทางการเมืองของแต่ละประเทศ

ฉะนั้นควรจะต้องไปดูที่รัฐธรรมนูญของประเทศนั้นๆ ประเทศไทยเราได้แต่เพียงรูปแบบของประชาธิปไตยมา แต่สาระกลับไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งหมด หลังจากการฉีกรัฐธรรมนูญ ปี 40 เราก็ได้รัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งหลักใหญ่ใจความก็เพื่อลดอำนาจนักการเมืองให้น้อยลงกว่าฉบับปี 40

สิ่งที่บ่งบอกถึงอำนาจทางการเมืองได้เป็นอย่างดีคงต้องดูจากสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้

  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ซึ่งตามรัฐธรรมนูญไทยกำหนดให้มี  500 คน แบ่งเป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 375 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 125 คน 

ผลจากการเลือกตั้งในปี 2554  มี ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสภาทั้งสิ้น 493 คน แยกเป็น ส.ส.พรรครัฐบาล 296 คน

ประกอบด้วย

  • พรรคเพื่อไทย 262 คน
  • พรรคชาติพัฒนา 7 คน
  • พรรคชาติไทยพัฒนา 19 คน
  • พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน
  • พรรคพลังชล 6 คน
  • พรรคมหาชน 1 คน

ส่วนพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล

  • พรรคประชาธิปัตย์ 159 คน 
  • พรรครักประเทศไทย 4 คน
  • พรรคภูมิใจไทย 31 คน
  • พรรครักษ์สันติ 1 คน
  • พรรคมาตุภูมิ 2 คน

ขณะที่ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 150 ที่นั่ง

  • แบ่งเป็นแบบเลือกตั้ง 76 คน  
  • แบบสรรหา 74คน (โดยใช้วิธีการเลือกโดยคน 7 คน)

ที่เราเห็นได้ชัดคือ ในส่วน ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญปี 50 เรามี ส.ว. จากการสรรหาด้วยอำนาจการตัดสินใจของคนเพียง 7 คน

คำถามคือ 7 คนนี้มาจากไหน? มาจากตำแหน่งดังต่อไปนี้

  • ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
  • ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
  • ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน
  • ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
  • ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
  • ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา   มอบหมายจำนวน 1 คน
  • ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมอบหมายจำนวน 1 คน 

หากพิจารณาตามตำแหน่งบุคลลที่เข้ามาสรรหาก็ล้วนมาจากองค์กรอิสระทั้งสิ้น ซึ่งองค์กรอิสระก็มาจากการสรรหาอีกเช่นกัน

ย้อนไปดู ส.ว. เลือกตั้งอีก 76 คนที่มีการเลือกตั้งเข้ามา อย่างน้อยที่สุดก็จะมีจากภาคใต้ 14 จังหวัดซึ่งส่วนใหญ่มาจากฐานเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์

หลายครั้งจนเกิดการกระทบกระทั่งทำนองว่า “ส.ว.เลือกตั้ง 1 คนมาจากคนทั้งจังหวัด ส่วน ส.วอีกครึ่งมาจากคนเพียง 7 คน” ดังนั้นจึงมีผู้สมัคร ส.ว.หลายคนกระโดดหนีจากการเลือกตั้งไปอยู่ในสัดส่วนสรรหาอย่างมาก หากคิดในหลักความเป็นไปได้ การตอบโจทย์คนเพียง 7 คนกับคนทั้งจังหวัดซึ่งมีจำนวนหลักถึงล้านคน สิ่งไหนยากกว่ากัน?(หากลงเลือกตั้ง คนล้านคนเลือกคุณ คุณต้องหาเสียง มีค่าใช้จ่ายมาก แต่ถ้าคุณลงระบบสรรหาให้คน 7 คนเลือกคุณแบบไหนอยากกว่ากัน) 

ภาพจาก คม ชัด ลึก

ภาพจาก คม ชัด ลึก

ดังนั้น ด้วยสถาปัตยกรรมทางการเมืองของรัฐธรรมนูญปี 50 ไม่ได้เอื้อให้ทักษิณได้เปรียบเลย การเข้าสู่อำนาจของทักษิณต้องพึ่งการเลือกตั้งแทบทั้งสิ้น ซึ่งยากลำบากกว่าการสรรหาอย่างแน่นอน

ตัวอย่างง่ายๆคือ

การแก้รัฐธรรมนูญ ต้องใช้ 316 เสียงขึ้นไป กล่าวคือ ให้ใช้ครึ่งหนึ่งของสภา เมื่อพรรคเพื่อไทยมี ส.ส.อยู่ 262 คน เสียงไม่เพียงพอก็ต้องหาแนวร่วมจากสภาฯ ซึ่งอาจจะไม่พอด้วยซ้ำ อาจจะต้องพึ่งการสนับสนุนจาก ส.ว.

คำถามคือจากระบบของรัฐธรรมนูญปี 50 ส.ว. จะได้คนที่มีความคิดไปในแนวทางเดียวกับทักษิณมากน้อยเพียงใด ? เราจะเห็นว่าทุกวันนี้มีประเด็นทางการเมืองหลายประการที่ทำให้รัฐบาลเพื่อไทยมิกล้าจะทำอะไรหรือตัดสินใจเลือกด้วยซ้ำ

ยังไม่นับรวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ ที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากฝ่ายรัฐบาล อาทิ

องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)

องค์กรอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญ

อัยการสูงสุด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ศาล

ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร

ในขณะที่กองทัพ ภายหลังจากการยึดอำนาจปี 2549 การแต่งตั้งโผทหารก็หวนกลับไปอยู่ในมือของทหารเช่นเคย 

ขณะนี้อำนาจของหลายฝ่ายก็คัดคานกันอยู่ในสภาจนประเทศเดินต่อแทบไม่ได้ แต่ทำไมถึงมีคนยังเลือกทักษิณ?

สิ่งที่เราต้องกลับไปย้อนดูคือระบบเดิมๆว่ามีปัญหาตรงไหน ทำไม คนจึงหันไปสู่ทางเลือกอื่นๆ?

ทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณ ชินวัตร

ดังนั้นทักษิณคงไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่บางกลุ่มพยามปลุกระดมกัน แต่หากทักษิณจะมีอำนาจขึ้นมาได้ หลักใหญ่ก็ต้องมาจากคนในสังคมที่เปิดโอกาสให้เขาเข้ามามากกว่า ที่สำคัญคือเรา “เคารพ” เสียงของประชาชนเหล่านั้นได้หรือไม่ว่าเขาก็มีสิทธิมีเสียง มีวิจารณาญาณ ไม่ต่างจากเราที่จะเลือกอะไรก็ได้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

 การเลือก ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ เป็นการโชว์กึ๋นของคนกรุงเทพฯ?

ภาพจาก facebook ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

ภาพจาก Kapook

ในทางการเมืองเราสามารถเอาตำแหน่งผู้ว่าฯกรุงเทพไปคานกับรัฐบาลในยุคปัจจุบันได้จริงหรือ ? โดย SIU ได้ทำบทวิเคราะห์เรื่องอำนาจผู้ว่าฯ กทม.เพื่อให้เข้าใจถึงอำนาจหน้าที่ที่แท้จริงของผู้ว่าฯ นโยบายหาเสียงเป็นจริงได้แค่ไหน? อำนาจที่แท้จริงของผู้ว่า กทม. อาจมีจำกัดกว่าที่คิด

หากหลายท่านได้อ่านบทวิเคราะห์ดังกล่าวจะทราบว่าอำนาจหน้าที่ของผู้ว่า กทม. คงไม่สามารถคัดคานกันกับรัฐบาลได้ เพราะผู้ว่าฯกรุงเทพฯไม่ได้มีบทบาทอำนาจเหมือนฝ่ายค้านในสภา  แต่หากจะคานได้ก็คงจะเป็นช่วงน้ำท่วมปลายปี 54 ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กับ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์สมัยเป็นผู้ว่าฯ คานอำนาจกันจนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและสับสนถึงอำนาจหน้าที่ของทั้ง 2 ฝ่าย

เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นที่มาของสโลแกน “ไร้รอยต่อ” ของผู้สมัครเบอร์ 9 พรรคเพื่อไทยด้วย ซึ่งหากไร้รอยต่อจริงแล้วเกิดน้ำท่วมขึ้นมาอีกคราวนี้รัฐบาลคงจะไม่สามารถโทษใครอีกได้ (วิเคราะห์ ข้อดีและข้อเสียของยุทธศาสตร์ไร้รอยต่อ) 

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นการ “รักษาหน้า” ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง หลังจากแพ้เลือกตั้งใหญ่ และ 4 ปีที่ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริหารกรุงเทพ มีแต่ข้อวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ตั้งแต่กล้องดัมมี่ น้ำท่วมปี 54 สนามกีฬาที่สร้างไม่เสร็จทันใช้ในการแข่งขันฟุตซอลโลก กระทั่งการต่อสัญญา BTS ทิ้งทวนก่อนจะออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกรุงเทพ

แต่อีกด้านหากพรรคไม่ส่งม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ ลงเลือกตั้งก็เท่ากับว่าพรรคยอมรับข้อผิดพลาดที่ผ่านมา อีกทั้ง ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์เองฉวยจังหวะชิงประกาศตัวก่อนที่มติพรรคจะประกาศด้วยซ้ำ

การเลือกระหว่าง สุขุมพันธุ์ หรือ พงศพัศ จึงน่าเป็นยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจเพื่อไม่ให้เสียงแตก แต่ในเชิงอำนาจอย่างที่เราได้ยกไปนั้น กรุงเทพฯ ไม่สามารถไปคัดคานรัฐบาลได้ กรุงเทพอยู่ในสถานะภายใต้รัฐบาลและมีความร่วมมือกันเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนมากกว่าจะขัดแย้งกัน

อย่างไรก็ตามด้วยระบอบประชาธิปไตยทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากัน สำคัญอยู่ตรงที่ว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาเราจะ “เคารพมติมหาชนได้มากน้อยเพียงใด”

สุดท้ายแล้วเรายังคิดต่างจากที่ส.ศิวรักษ์ อยู่มาก เพราะทุกวันนี้ทางเลือกไม่ได้มีแค่ 2 พรรคใหญ่เท่านั้น การเลือกจากความหวาดกลัวก็คงไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด การเลือกเพื่อไปคานอำนาจก็คงใช้การไม่ได้ แต่ถ้าเลือกเพื่อรักษาหน้า เลือกเป็นสัญลักษณ์ว่าคนกรุงฯไม่เอาทักษิณ คำถามคือ “เราจะอยู่กันแบบนี้ต่อไปโดยไม่พิจารณามิติอื่นๆเลยใช่หรือไม่”

การเลือกอะไรที่ “เลวน้อยกว่า” (The Lesser Evil) จึงไม่ใช่เรื่องของการโชว์กึ๋น แต่เป็นเรื่องที่น่าสิ้นหวังของคนกรุงเทพฯที่ยังเลือกในสิ่งที่พรรคการเมืองยัดเยียดให้เลือก

สิ่งที่แสดงกึ๋นของคนกรุงเทพฯ ไม่ควรมองผู้สมัครจากพรรคการเมืองอย่างเดียว มองจากความสามารถ นโยบาย ผลงานที่ผ่านมา และพร้อมจะให้โอกาสคนใหม่ๆเสมอ หากคนเดิมไม่มีผลงานที่น่าประทับใจ นี่คือกึ๋นที่คนกรุงเทพต้องแสดงออกมามากกว่าการเลือก “The Lesser Evil”

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของการคานอำนาจหรือการเสียกรุงแต่อย่างใด แต่เป็นการเลือกให้ชาวกรุงเทพมหานครมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อำนาจอยู่ในมือคุณ จงเลือกเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ?

ภาพจากเพจ Sulak Sivarakasa

 

แหล่งข้อมูล

วุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

ที่มาของสมาชิกวุฒิสภาตามรธน.๒๕๕๐ และการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์

จำนวน ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร

เปิดปมปชป.เลือก”สุขุมพันธ์”

แถลงข่าวสุขุมพันธ์กรณีสนามกีฬา

 

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ได้ที่นี่

  • Thanat

    ถ้าคนกรุงเทพฯ ดูไม่ออกว่าฝ่ายใหนชื่นชอบปกป้องเผด็จการ ฝ่ายไหนชอบโกหกใส่ร้ายป้ายสี ฝ่ายใดมั่นคงต่อแนวทางประชาธิปไตย พูดจริงทำจริงทำได้ตามนโยบาย ก็ตามแต่ใจท่านเถอะ สงสารประเทศไทยเมื่อไหร่จะมองอะไรตามความจริง ตามระบอบประชาธิปไตยเสียที ท่าน ส.ศิวรักษ์ ท่านควรแจงให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่า ทักษิณชั่วอย่างไร แค่เซ็นชื่อให้ภรรยาชื้อที่ดิน คนมองว่าแกล้งกันมากกว่า ยิ่งถ้านำไปเปรียบเทียบกับพรรค ปชป.ที่หนุนปกป้องเผด็จการ, แพ้เลือกตั้งแล้วคบกับทหารตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ฆ่าประชาชนตายเป็นร้อย สร้างสถานการณ์ยัดเยียดความผิดให้ผู้อื่น ฯลฯ ยังไงผมก็ยังเห็นว่า พรรคปชป. คือพรรคที่ขัดขวางการพัฒนาของระบอบประชาธิปไตย เป็นพรรคตัวแทนอำนาจเก่าเป็นพรรคนิยมเผด็จการทหาร

  • surat chansila

    ผมคิดว่าคนกรุงเทพและคนไทยไม่ได้โง่เหมือนอย่างที่ทักษิณและทาสรับใช้ของเขาคิด..เวลามันจะค่อยๆพิสูจน์ตัวตนของคนเหล่านี้ หยุดเถอะครับหยุดพูดเรื่องประชาธิปไตยโดยที่ท่านเองก็ยังไม่เข้าใจถึงสังคมประชาธิปไตยว่าเขาอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไร แต่ที่แน่ๆเขาคงไม่ยกพวกไปด่าว่าไปทำร้ายไปขัดขวางคนที่มีความเห็นทางการเมืองต่างจากตนแบบที่กลุ่ม นปช.ทำแน่ 3 มีนาคม 56 เป็นกำลังใจให้ชาว กทม. เลือกผู้ว่ากทม.ไม่ต้องเลือกเสาไฟฟ้าครับ…