Practical Report ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ค้านค่าแรง 300 บาท ชี้อาจจะเลิกจ้างลูกจ้างชั่วคราว กทม.

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน เนื่องจากจะกระทบต่อการบริหารงานด้านงบประมาณรายปีของ กทม.อย่างรุนแรง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม.มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 9 หมื่นคน แบ่งเป็นข้าราชการประจำ 3 หมื่นคน และลูกจ้างชั่วคราว 6 หมื่นคน ขณะที่ กทม.มีกฎหมายกำหนดบังคับไว้ว่าห้ามใช้งบประมาณรายปีที่มีอยู่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ได้ไม่เกิน 40% ในการใช้เป็นรายจ่ายเงินเดือนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน กทม.มีค่าใช่จ่ายด้านนี้ประมาณ 39% ถือว่าเกือบเกินเพดานตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ดังนั้นหากนโยบายเรื่องดังกล่าวออกบังคับใช้แล้ว กทม.มีปัญหาแน่

“ทางเลือกคือ ต้องแก้ไขกฎหมายข้อบัญญัติงบประมาณของ กทม.ใหม่ หากทำไม่ได้ ผลกระทบก็จะตกแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวที่เป็นผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว เพราะ กทม.จำเป็นต้องเลิกจ้างพวกเขา แล้วก็ต้องไปใช้วิธีจ้างเหมาบริษัทเอกชนแทน เพื่อหลบเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย เพราะงานของ กทม.เป็นงานด้านบริการที่ต้องใช้คนเยอะมาก หรืออีกแนวทางหนึ่งคือ รัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณสนับสนุนรายปีให้ กทม.เพิ่มขึ้น” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลเพื่อไทยเดินหน้านโยบายถมทะเลบางขุนเทียน กทม.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่ก็จะวีโต้โครงการแน่ เนื่องจากโครงการมีมูลค่าสูงนับแสนล้านบาท ขณะที่ผลที่จะมีต่อการจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหรือกัดเซาะพื้นที่นั้นยังมีวิธีอื่นที่รักษาสิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องทุ่มงบประมาณมากขนาดนี้

ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การทำงานร่วมกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยต้องรอดูก่อนว่าจะมีผลอย่างไร แต่ที่ผ่านมาแม้จะทำงานร่วมกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันก็ไม่ได้ง่ายเช่นกัน

ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ค้านขึ้นค่าแรง 300 บาท

ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ค้านขึ้นค่าแรง 300 บาท

SIU วิเคราะห์ว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นเป็นฐานที่มั่นของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะกุมเสียงข้างมากทั้งในสภากรุงเทพมหานคร มีผู้ว่าราชการจังหวักกรุงเทพมหานครสังกัดพรรค และได้รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าพรรคเพื่อไทย  ซึ่งเป็นปัญหาที่พรรคเพื่อไทยที่จะต้องเผชิญกับการบริหารงานที่ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก กรุงเทพมหานครนั้นถือว่าเป็นเขตที่มีการปกครองลักษณะพิเศษ อำนาจในส่วนบริหารจัดการนั้นอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร

แต่ในทางกลับกันอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร หากเทียบกับผู้ว่าของมหานครอื่นๆถือว่ามีค่อนข้างน้อย เพราะไม่สามารถบริหารงานได้หลายๆส่วน เช่น ตำรวจนครบาลก็ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยแทนที่จะขึ้นกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งสภาพดังกล่าวอาจทำให้เป็นปัญหาในการดำเนินนโยบายที่ขัดแย้งกัน ซึ่งถ้าหากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงได้โดยการคัดค้านครั้งนี้ อาจทำให้เกิดแรงกดดันกลับไปยังพรรคเพื่อไทย ซึ่งจำเป็นต้องชี้แจงกับประชาชนถึงอุปสรรคในการดำเนินนโยบาย โดยน่าจับตาว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครสมัยหน้า พรรคเพื่อไทยจำเป็นจะต้องชนะให้ได้ เพื่อที่จะสามารถบริหารงานได้อย่างเบ้ดเสร็จและมีประสิทธิภาพ

 

ข่าวจาก : โพสต์ทูเดย์

  • ลุงเชย

    พวกกากพวกนี้ มองคนไม่ใช่คน เพียงแค่ค่าอาหารมื้อกลางวันมื้อเดียว ของคนพวกนี้ มันก็มากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของคนระดับล่างเสียแล้ว เลิกเสียที เอะอะก็จะใช้คนอื่นมาเป็นตัวประกันต่อรอง จะไล่ลูกจ้างออกบ้างหล่ะ นั่งเป็นผู้บริหารได้อย่างไร ไร้ซึ่งความสามารถ ดีแต่ใช้อารมณ์ เช่นนี้แล้วไซร้ นั่งหัวโด่ กินเงินภาษีเล่นต่อไปทำไมอีกเล่า ลุกขึ้นปล่อยให้คนที่มีสมอง เข้ามาทำงานแทนจะดีกว่า เสียงสะท้อนของคนกทม. หม่อมกากคนนี้ ไม่เคยได้ยินเลยหรือ ถึงบอก คนปชป.หาคนเก่งทำงานไม่มี มีแต่เล่นโวหาร จนสำคัญไปเองว่า ตนนั้นทำงานเป็น

  • คนขายาว

    ขึ้นค่าแรง 300 > ค่าครองชีพสูงขึ้น > ปรับฐานเงินเดือนของทั้งระบบ > บริษัทหรือเจ้าของแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น > ขึ้นราคาสินค้า, บริการ > คนบริโภคน้อยลงเพราะของแพง > กำไรน้อยลง > รับได้ (รอดไป), แบกรับไม่ได้ …ปรับลดค่าใช้จ่าย > (1ในทางเลือก) ไล่คนออก

  • กร

    ยอดขายเหล้าขายเบียร์เพิ่มขึ้นแน่นอน ถึงตอนนั้น ใครรู้จักประหยัด อดออม ก็อยู่ได้ ใครทำตัวห่วยแตก ก็เตรียมตัวรับชะตากรรมกันเองละกัน

  • ปรีชา

    ไม่เห็นจะยากเลย ใช้คนให้คุ้มค่าเงินเดือน คนเงินเดือนมากก็ทำงานให้สมกับที่ได้เงินเดือนสูง เห็นตำแหน่งหนึ่งคือเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ 7 อยู่ดีดีก็ใจดีเปิดให้สอบเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักวิชาการระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ข้อสอบชุดเดียวกันทั้งระดับ 5,6,7
    แต่เนื่องจากเป็นระดับ 7 หรือ 7ว. ก็เลยให้ 7วช เสียอย่างนั้น ซึ่งจะไ้ด้เงินวิชาชีพฟรีเพิ่มอีก 3500 บาทอีกต่างหาก ทั้งที่ในระเบียบปฏิบัติต้องทำผลงานทางวิชาการ ประเภทวิชาชีพเฉพาะเสียก่อนจึงจะได้ วช. แต่ของกทม.นึกอยากจะให้ใครรวย ก็เลี่ยงบาลีอ้างโน่นอ้างนี่ได้สารพัดว่าทำแบบขัดกับระเบียบเดิมที่เขากำหนดก่อนหน้านี้ได้
    และนี่ก็อีกเช่นกัน กรณีผู้ว่าฯ สุขุมพันธ์ น่าจะดูเหมือนเรื่องของการดิสเครดิตพรรคเืพื่อไทยหรือเปล่า เพราะทางออกที่ว่าเกี่ยวกับเรื่อง 300 บาท แล้วจะทำให้เกิน 40% ยังมีอีกทางหนึ่งก็คือลดเงินเพิ่มพิเศษต่างๆ ของพวกเงินเดือนแพงของข้าราชการระดับบนลง ขนหน้าแข้งคงไม่ล่วงหลอก อยากจะบอกว่าข้อมูลสถิติเอาเข้าจริง กลุ่มคนที่ได้เงินเดือนตัวถ่วงให้เกิน 40% ก็คือกลุ่มคนระดับบริหารเพียงหยิบมือเดียว เหตุไฉนท่านผู้ว่าฯ มีวิสัยทัศน์ ปัญญาคิดง่ายๆ แค่ว่า ต้องแก้กฎหมาย หรือต้องลดคนระดับลูกจ้าง เคยคิดบ้างไหมว่าขาดทุนคือกำไร ความเสียสละคือกำไร การสร้างขวัญกำลังของรากหญ้าคือกำไร ท่านคงคิดแบบขุนนางราชศักดิ์ศักดินาแบบสมัยก่อนกระมัง ที่ลืมนึกถึงว่าคนกลุ่มผู้มีบุญวาสนางานสบาย รายได้ดี ผลงานงั้นๆ ควรจะรู้จักเสียสละแบ่งปันส่วนที่เกิน ให้กับคนที่รายได้ชักหน้่าไม่ถึงหลัง ให้ได้ลืมตาอ้าปากและภาคภูมิใจในการเกิดมาเป็นขี้ข้าของคนประเทศนี้บ้าง อย่างน้อยก็จะทำให้ความต่ำต้อยของตนไม่เปลี่ยนเป็นความเกียจชังพวกชนชั้นสูง แต่กลับกลายมาเป็นจงรักภักดีและซาบซึ้งในน้ำใจของคนกลุ่มผู้มีบุญวาสนาสูงเช่นท่านคุณชาย ว่าแต่ว่าคุณชายเคยไปทำงานแบกอิฐ แบกปูน แบกข้าวสาร ปลูกข้าว เช่นสาัมัญชนรากหญ้ากับเขาหรือเปล่า ว่า เงิน 300 บาทนี่มากไปหรือเปล่าครับท่าน

  • ปรีชา

    อีกเรื่องคือเรื่องนโยบายถมทะเลบางขุนเทียน เท่าที่ทราบรองผู้ว่าฯ ระดับอาจารย์จุฬาของทีมผู้ว่าฯ อภิรักษ์ชุดก่อนออกรายการทีวีร่วมกับชาวบ้านที่เกี่ยวข้อง ก็พบว่าไม่ได้มีวิสัยทัศน์รู้เขารู้เราเลย ชาวบ้านเองเสียอีกที่เข้าใจปัญหาและยังหาทางแก้ไขง่ายๆ แค่ปักไม้ไผ่ ทำเป็นแนวกั้นเพื่อสร้างตะกอนดินเสมือนหนึ่งถมทะเลแบบอัตโนมัติออกไปช้าๆ ในขณะที่กทม.มีโครงการจะทำเขื่อนปูนที่ไม่ได้มีการทดสอบวิจัยให้ถ่องแท้เสียก่อน เช่นที่ทำกับชายฝั้งทะเลของจังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งทุกวันนี้มีปัญหายิ่งถูกทำลายมากขึ้น แทนที่จะได้ชายฝั้งเพิ่มขึ้น กทม.ก็คิดจะเอาโครงการแบบนี้มาทำ
    โครงการถมทะเลชายฝั่งของพรรคเพื่อไทย ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ก็กลับไปเข้าใจว่าต้องใช้งบนับแสนล้าน ทำไมคุณชายจึงต้องวีโต้เพียงแค่ใช้เงินมาก น่าจะวีโต้เพราะในเรื่องของวิธีการ มากกว่าเหตุผลแค่ใช้เงินมาก ถ้าวิธีการมันคุ้มค่าที่จะทำ และแน่ใจว่าไม่มั่วนิ่ม มันก็ควรจะทำ แต่โครงการกทม.ของท่านผู้ว่าฯ ชอบแบบใช้งบน้อย แต่เป็นประเภทตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หรือขี่ช้างจับตั๊กแตนหรือเปล่า ถ้าหากมีวิสัยทัศน์เช่นนี้ ป่านนี้โครงการรถไฟใต้ รฟม.ก็คงไม่เกิดจนถึงทุกวันนี้หรอก เพราะใช้เงินพอๆ กัน แต่ผลที่ได้ในปัจจุบันมันคุ้มค่าหรือเปล่าเล่า
    ถ้าเป็นผมนะ เสียเงินแสนล้าน ก็ต้องมาคุยกันว่า ใครจะเป็นคนจ่าย และไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือในการถมทะเลตามวิธีนี้ นอกจากวิธีของชาวบ้านบางขุนเทียนท่านหนึ่งที่ออกทีวีได้เสนอแนะ และได้ทำไปแล้วได้ผล คือค่่อยๆ ทำปักไม้ไผ่เป็นแนวเพื่อสร้างตะกอนดินตะกอนทรายขยายพื้นที่ชายเลนออกไปได้เรื่อยๆ ลดการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างได้ผลแถมไม่ต้องคิดแบบอภิมหาโปรเจค แบบขี่ช้างจับตั๊กแตน ความคิดแบบวิทยาศาสตร์ช่างสังเกตุของชาวบ้านในพื้นที่บางขุนเทียน คือคำตอบสุดท้ายของเรื่องนี้ แต่กลับผู้บริหารที่คิดไ้ด้แต่ เงินเริ่มต้นอย่างเดียวเสกได้ทุกอย่าง
    ไม่ได้คิดถึงวิธีการ (method) มาก่อนเป็นอันดับแรก แล้วทีอุโมงค์โชว์ตามป้ายรถเมล์กทม.นี่มันใช่งบประมาณกทม.หรือเปล่า เอามาติดแค่โฆษณาอวดความเก่งของท่านนี่นะเรียกว่า ใช้งบประมาณอย่างประหยัด หากมันจะต้องเสียงบมากมายแค่ไหน แต่ถ้าผลของมันได้รับกลับคืนมหาศาล อย่างนี้นี่นะสมควรทำหรือเปล่า หรือทำแต่เรื่องไร้สาระเอาเงินกทม.มาทำป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าให้ท่าน ปิดทองหลังพระแบบคนโบราณ ทำกันไม่เป็นแ้ล้วเดี๋ยวนี้ จำได้ว่ามีโฆษณาทางทีวีที่เด็กบอกว่า สมัยนี้ถ้าไม่ซ่าก็จะไม่ดัง สงสัยคนยุคนี้จะยอมรับว่าเป็นสิ่งทำได้โดยเป็นเรื่องไม่เสียหายอะไรอีกแล้ว

  • ปรีชา

    ขอแถมอีกนิด ถึงแนวความคิดลดการจ้างลูกจ้าง แต่จะเลี่ยงกฎโดยการจ้างเหมาเอกชนแทน

    กทม.มีปัญหาเรื่องของการถามหาคนรับผิดชอบในการจัดซื้อจัดจ้าง และด้วยวิธีการนี้ผลที่ได้ก็คือความไม่เอาไหนในด้านการบริหารงานบุคคล ที่ทำให้ส่งผลงบ 60% ส่วนที่น่าจะใช้พัฒนากทม.ให้เกิดผลได้โดยตรง กลับมีราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น อย่างนี้ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างจากที่ต้องแบกรับภาระค่าจ้างลูกจ้างอยู่ดี แถมอาจจะหนักกว่าเก่า
    เพราะเท่าที่ผ่านมา กทม.ควบคุมไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ และต้องมาเสียเวลาทำขั้นตอนจัดทำเอกสาร และต้องเสียกำลังคนส่วนหนึ่งมาตรวจสอบ หากมีปัญหา ก็ต้องมาเสียเวลาเป็นคดีความกันอีก เสียเวลาในสิ่งที่กทม.ควรจะได้รับผลของการจ้างนั้นอย่างถูกต้อง ก็จะยิ่งแย่หนักเข้าไป ดูอย่างจัดซื้อรถเรือดับเพลิง ทุกวันนี้ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ หาคนรับผิดชอบไม่ได้อยู่ดี แต่ที่แน่ๆ รัฐเสียหายไปแล้ว มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน น่าจะลองถามคุณยิ่งลักษณ์ดูว่า ท่านกับพวกของท่านแก้ไขให้ท่านคุณชายเรื่องนี้ได้หรือไม่

  • Ishtar

    ลองอ่านนี่สิคะ http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=523986
    สกายวอล์กหมื่นล้าน สร้างแบบไม่ถามคนเสียภาษีบ้าง
    ที่แสบสันต์ คือ “โครงการระยะที่ 1 ระยะทางรวม 16 กิโลเมตร งบประมาณกว่า 5,200 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ ได้ทำการประกวดราคาแล้ว โดยสามารถปรับลดงบประมาณเหลือ 3,000 กว่าล้านบาท” ลดมากว่าครึ่งแน่ะ ตอนแรกทำไมม่ะต่อคะ?
    อีกอย่างการออกมาพูดแบบนี้ คือการขู่ลูกจ้างกทม.โดยใช้อำนาจของตนเอง
    ค่าแรง300บาทต่อวัน ไม่น่าจะพอค่าไฟในวังคุณชายด้วยซ้ำไป

    ปรับงบไร้ประโยชน์ออกเอาไปจ่ายลูกจ้างเสียยังดีกว่า
    สวนสวย น้ำใส ถนนสะอาด ป้ายโฆษณาหน่วยงานกทม.เต็มเมือง ป้ายแท็กซี่อัจฉริยะจากคนเก่า
    ไม่เห็นผลสักอย่าง หมดงบไปเท่าไหร่แระ -*-

  • หมูอ้วน

    เห็นด้วยกับคุณปรีชา คุณishtar เป็นถึงผู้บริหารแต่มีความคิดแค่นี้ เลิกจ้างลูกจ้างชั่วคราว โถๆๆๆๆเงินค่าจ้างแค่วันละ300บาท
    ยังไม่พอสำหรับอาหาร1มื้อสำหรับคุณชายเลย แล้วลูกจ้างชั่วคราวที่บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ลูกต้องเรียนหนังสือ300บาทต่อวันจะพอมั้ยคะ ทำไมไม่ลดเงินเดือนไอ้พวกตำแหน่งสูงแต่ไม่ทำงาน มาให้ลูกจ้างที่ทำงานตากแดดทุกวันอยู่ด้านนอกบ้าน โบนัสประจำปีลูกจ้างชั่วคราวก็ไม่เคยได้กับเขา ทำงานเหมือนกันนะเจ้าคะ สำหรับความคิดเห็นของคุณพี่ปรีชาสะใจค่ะ อ้อ!ดิฉันเป็นลูกจ้างชั่วคราวมา6ปีแล้วค่ะ ยังไม่ได้บรรจุ มิทราบต้องทำอย่างไรถึงจะได้บรรจุ เพราะพวกที่มา2ปี 3ปี บรรจุไปหมดแล้ว เห็นใจกันบ้างค่ะ ทำแต่งาน เส้นไม่มี ผลการประเมินสูงก็เท่านั้น ไม่มีเส้นใช่มั้ย

  • sampapi

    เอากันจริงๆแล้ว ราคาและมูลค่าของการเช่าพื้นที่ในสวนจตุจัก ที่ประชาชนต้องจ่ายกันจริงในทุกวันนี้ สามารถจะล้างหนี้ให้ รฟท ได้อย่างน้อยๆก็สามรอบ สบาย สบาย

    ไม่ทราบว่ามีอะไรบังตาพวกท่านผู้บริหารทั้งหลายเอาไว้ ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้นสักที ?

    ส่วน กทม ที่คัดค้านนโยบายขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ ๓๐๐ บาทนั้นเข้าใจได้ว่า เพราะเขาอยู่กันคนละพรรคกับรัฐบาล อันไหนที่ค้านได้พวกย่อมไม่ละเว้น

    รัฐบาลใหมต้องใช้ความเด็ดขาดเพื่อประโยชน์ของประชาชน ตามนโยบายที่ได้ประกาศไปแล้ว ใครมันจะค้าน อย่าไปสนใจมัน มันทำไม่ได้ก้ให้ผู้ว่ากทม ลาออกไปเสีย เอาไว้ทำไม ?

  • กร

    อยากขึ้นก็ขึ้นไปครับ ขึ้นทั้งระบบ คนจ่าย มันก็คือผู้บริโภคทุกคน รับกันเองแล้วกัน

  • Soothathip_m@hotmail.com

    เปลี่ยนเป็นจ้างลูกจ้างรายวัน ตายเป็นแถวค่าครองชีพก้อลด อย่างอื่นเพิ่มขึ่นเรื่อยๆ ลูกจ้างชั่วคราวไม่ใช่คน คนที่มีตำแหน่งสูง ๆ เงินเดือนยังได้ขึ้นอีก

  • nisa

    ก็แก้กฎหมายสิคะ ไหนว่าคนเป็นศูนย์กลางของการพํฒนา แต่กลับไปสนใจที่จะเอางบประมาณไปทุ่มด้านอื่น งาน รื่นเริงบันเทิงต่างเพื่อสร้างสถิติโลก จ้างดารานักร้องมาร้องเพลงตอนปีใหม่ แสงสีเสียง เงินทุ่มไปมากมายหายไปใส่กระเป๋าใครก็ไม่รู้ในวันเดียว แต่คนที่ทำงานชั้นล่างอย่างพวกเรากลับไม่ได้เหลียวแล เป็นลูกจ้างชั่วคราวกทม.ต้องทำงาน 6 วันมากกว่าข้าราชการ ใช้ประกันสังคม ขณะที่ ข้าราชการใช้ต้นสังกัดไม่ต้องจ่ายเงิน ไม่ทราบว่าคนที่ร่างพรบ.ลูกจ้างชั่วคราว หรือ ชั่วโคตร นี่คิดอย่างไร ถึงคิดให้ลูกจ้างชั่วคราวต้องทำงานมากกว่าข้าราชการ เยี่ยงทาส อยากให้แก้ พรบ.นี้ด้วยเอาเปรียบกันมานานแล้วไม่ละอายใจบ้างเหรอ ระบบทาสเลิกไปแล้วแต่ ลูกจ้างกทม.ยังทำงานเยี่ยงทาสอยู่ ระวังกรรมนะ เพราะสาบแช่งมันอยู่ทุกวันเพราะไอ้พวกทำงานบนหลังคนให้มันตกนรกหมกไหม้ชั่วลูกชั่วหลาน……

  • Karnnapatkul

    คนเหล่านี้ที่ทำให้สังคมน่าอยู่ พวกเขาเหน็ดเหนื่อยมาก ไม่เห็นจะต้องลังเลเลย แค่300 บาท เพราะเขาเปรียบเหมือนคนรับใช้ ที่ต้องขัดถูบ้านเมืองให้สะอาด (ขึ้นเถอะครับ)