รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อตกลงการแลกหุ้นกู้ของบริษัทเจเนรัล มอเตอร์ส ซึ่งขณะนี้ต้องรับความช่วยเหลือเป็นเงินกู้จากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มูลค่า 19.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ (6.79 แสนล้านบาท) กับการเป็นเจ้าของหุ้นในการปรับโครงสร้างหนี้บริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกามูลค่า 10% ไม่ได้รับความสนใจจากผู้ถือหุ้น แต่จีเอ็มก็โอดครวญว่าเป็นเพราะรัฐบาลไม่ยอมให้เสนอหุ้นมากกว่า 10% ในบริษัทใหม่ที่จะมีการปรับโครงสร้าง
จีเอ็มจะมีเวลาจนถึงวันจันทร์เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ตามคำสั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ให้แล้วเสร็จ กระบวนการดังกล่าว (โดยส่วนใหญ่เป็นการลดค่าใช้จ่าย) จะต้องรวมถึงการลดหนี้ การลดค่าจ้างคนงาน และการปิดโรงงาน
ภาพอาคารสำนักงานใหญ่ของจีเอ็ม ในดีทรอยด์, ที่มา – วิกิพีเดีย
แต่ดูเหมือนว่าบริษัทรถยนต์ยักษ์ของสหรัฐฯแห่งนี้กำลังเข้าใกล้ ยื่นล้มละลายตาม Chapter 11 เข้าไปทุกที เมื่อไม่สามารถบรรลุการจูงใจให้ผู้ถือหุ้นกู้มูลค่า 27 พันล้านเหรียญสหรัฐ (9.45 แสนล้านบาท) เป็นมูลค่าหุ้นจำนวน 10% ในบริษัทที่ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ได้
คณะกรรมการของจีเอ็มกำลังประชุมกันเพื่อหารือถึงแผนการณ์ขั้นต่อไป ในขณะที่บริษัทรถยนต์สหรัฐฯ รายอื่นอย่าง ไครสเลอร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งกับจีเอ็ม ได้ยื่นล้มละลายไปเมื่อเดือนก่อนแล้ว แม้ว่าจะได้รับเงินกู้จากรัฐบาลเป็นมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐด้วยเช่นกัน
ที่มา – สำนักข่าวซินหัว
ความเห็น SIU :
ปัจจุบันจีเอ็มมีพนักงานทั่วโลก 2.52 แสนคน ยอดจำหน่ายรถยนต์ในสหรัฐลดน้อยลงทุกปี นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมาจาก 4.9 ล้านคัน ลดเหลือ 2.98 ล้านคันในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันหุ้นของจีเอ็มมีมูลค่าตลาดเพียง 726 ล้านเหรียญ (2.5 หมื่นล้านบาท) เท่านั้น ในขณะที่ ข้อมูลจาก ยาฮูไฟแนนซ์ ระบุว่า เมื่อสิ้นปี 2551 ในงบดุลจีเอ็มมีสินทรัพย์สุทธิ 91 พันล้านเหรียญ (3.1 ล้านล้านบาท) , หนี้สิน 177 พันล้านเหรียญ (6.195 ล้านล้านบาท) และส่วนของผู้ถือหุ้น -86 พันล้านเหรียญ (-3.01 ล้านล้านบาท)
กราฟแสดงราคาหุ้นของ GM ในระยะเวลา 5 ปี, ที่มา – Yahoo Finance
กระบวนการยื่นล้มละลายตาม Chapter 11 ไม่ได้หมายถึงการถูกพิทักษ์ทรัพย์ แต่เป็นกระบวนการขอความคุ้มครองพิเศษเพื่อการฟื้นฟูกิจการ โดยส่วนใหญ่เมื่อมีการฟื้นฟูกิจการเรียบร้อยก็สามารถออกจาก Chapter 11 และกลับมาประกอบกิจการใหม่ได้ บทที่ 11 ในพระราชบัญญัติล้มละลายของสหรัฐอเมริกา มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ((บทความ: ล้มละลายไทย/อเมริกัน – ความเหมือนที่แตกต่าง))
บุคคล หรือนิติบุคคล มีสิทธิร้องขอต่อศาลเพื่อการคุ้มครองทรัพย์สิน ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้สินตามกฏหมายอันเกี่ยวพันกับมูลหนี้ ที่มีจำนวนค้างชำระน้อยกว่ามูลค่าของทรัพย์สิน ผู้ประกอบการสามารถขอความคุ้มครองจากศาลล้มละลาย เพื่อดำเนินการปรับโครงสร้างธูรกิจ และหาผู้ร่วมลงทุนเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินมาเป็นทุนเพื่อชำระหนี้สิน การดำเนินการดังกล่าวเป็นวิธีช่วยให้ธุรกิจสามารถฟื้นกลับมา และสามารถประกอบธุรกิจไปได้ แม้ในขณะที่อยู่ในระยะเวลาคุ้มครองภายในกฏหมาย ผู้ประกอบการสามารถระดมทุน ขายทรัพย์สิน ขายกิจการบางส่วนออกไปหรือ ออกหุ้นกู้ก็ได้แล้วแต่กรณี
แนวคิดของ Chapter 11 อยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่าหากปล่อยให้บริษัทต้องถูกขายทอดตลาด (liquidation) ตาม Chapter 7 สำหรับกิจการที่ยังคงสามารถเดินหน้าต่อไปได้ (แต่อาจจะต้องมีการปรับโครงสร้าง เช่นลดค่าใช้จ่าย แฮร์คัตหนี้ และอื่นๆ) เจ้าหนี้จะได้รับเงินคืนน้อยกว่า การฟื้นฟูกิจการ แต่ Chapter 11 ก็ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้บริหารบางรายใช้ประโยชน์การคุ้มครองภายใต้ Chapter 11 เพื่อเอาชนะคู่แข่งขัน ในบางกรณีวิธีการนี้ก็ทำลายหลักการเรื่อง “หลักค้ำประกัน” ของผู้ปล่อยกู้ ทำให้ไม่สามารถได้รับการชำระหนี้อย่างเต็มจำนวน
ด้วยขนาดและความสำคัญของจีเอ็ม สหรัฐฯคงไม่ปล่อยให้มีการปิดกิจการหรือขายทอดตลาด แต่ทางการสหรัฐฯอาจหาผู้เข้ามาซื้อจีเอ็มในขณะกำลังเข้า Chapter 11 ก็เป็นไปได้ เหมือนกับที่กลุ่มเฟียตจากอิตาลีกำลังอยู่ในขั้นตอนการเข้าซื้อกิจการของไครสเลอร์
ในภาพใหญ่หมายความว่า จากความด้อยประสิทธิภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้สหรัฐฯ กำลังผ่องถ่ายอุตสาหกรรมยานยนต์ออกจากประเทศ ในขณะที่อุตสาหกรรมการเงิน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมการบริการจะต้องมีการปรับตัวต่อไปในอนาคต (ดูรายการอุตสาหกรรมต่างๆได้ที่นี่)
การปรับตัวเป็นระลอกคลื่นของอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังพัดพาไปทั่วโลกในไม่ช้านี้
