ในปลายปี 2555 หรือ ต้นปี 2556 จะถึงวาระครบรอบ 4ปี ในการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครของ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร SIU ชวนมาทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์กันเพื่อร่วมมองไปยังอนาคตของกรุงเทพฯ เมื่อผู้ว่าคนต่อไปจะเป็นคนแรกที่จะนำกรุงเทพฯเข้าสู่การเป็นเมืองหลวงของไทยในยุคประชาคมอาเซียนที่จะมาถึงในอีก 3 ปีข้างหน้า
1. กล้องจริง – กล้องดัมมี่ กับราคาความปลอดภัยในชีวิตประชาชน
เรื่องเล็กๆที่เกิดจากข้อสงสัยของชุมชนในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ขยายเป็นวงกว้างเมื่อมีคนตั้งข้อสงสัยว่ากล้องวงจรปิดที่กระจายอยู่ทั้วกรุงเทพฯนั้นมันใช้ได้จริงๆหรือไม่ จนเป็นภาวะเผือกร้อนที่โยนความรับผิดชอบกันระหว่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กับ นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์เหมือนกัน กับประเด็นการทุจริตกล้องวงจรปิด ทำให้ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “กทม.ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล จำนวน 330 ล้านบาท สำหรับการจัดซื้อรุ่นแรก กำหนดไว้ให้มีการจัดซื้อกล้องหลอกหรือกล้องดัมมี่ด้วย โดยมีการจัดซื้อ 4 ครั้ง มีกล้องซีซีทีวีของจริง 2,046 ตัว และมีกล้องดัมมี่จำนวน 1,325 ตัว เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด เพียง 330 ล้านบาทในการดูแลพื้นที่สำคัญในกทม. ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยมาก ซึ่งกล้องของจริงในการจัดซื้อช่วงแรกราคาประมาณ 34,000-130,000 บาทต่อตัว ขณะที่กล้องดัมมี่ มีราคา 2,500-2,700 บาทเท่านั้น” จึงเกิดกระแสสังคมตั้งคำถามว่าแล้วมาตรฐานความปลอดภัยของประชาชนอยู่ที่ใด? และสุดท้ายผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ต้องสั่งถอดกล้องดัมมี่ทิ้ง

รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ กับกรณีกล้องดัมมี่ - ภาพจาก mthai
2.น้ำท่วมกับปัญหา ศปภ. – กทม. ร้องเพลงคนละคีย์
ปี 2554 ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหามหาอุทกภัยใหญ่ในรอบ 80 ปี ในขณะที่น้ำท่วมได้ไล่ลงมาตั้งแต่นครสวรรค์จนมาประชิดปทุมธานี จ่อจะเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ดูเหมือนการบริหารสถานการณ์ของรัฐบาลและกทม.นั้น กลายเป็นสนามประลองกำลังระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์นั้นงัดทั้งกลยุทธทั้งวิทยาศาสตร์ในการวางแผนคาดการณ์สถานการณ์ และไสยศาสตร์ทำพิธีไล่น้ำบริเวณเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ แต่ดูเหมือนสองหน่วยงานจะร้องเพลงกันคนละคีย์มีการแย่งชิงการนำการบริหารจัดการนำ้ ทั้งเรื่อง บิ๊กแบ็ก การเปิด-ปิดประตูน้ำ การปล่อยน้ำผ่านกรุงเทพฯและปริมาณที่เหมาะสม รวมไปถึงการออกแถลงการณ์ที่ขัดกันเอง ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ประกาศเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ในขณะที่น้ำมาประชิดเขตสายไหมว่า “รอฟังคำประกาศของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพียงคนเดียว หากมีการอพยพ ตนจะประกาศให้ทราบเป็นคนแรก”
และสุดท้ายการไม่ประสานกันระหว่างทั้งสองขั้วก็กลายเป็นที่วิจารณ์ในวงกว้าง และการที่น้ำไม่ท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯบางแห่งอาจไม่ใช่ชัยชนะของผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์

ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์กำลังทำพิธีไล่น้ำบริเวณศาลหลักเมือง
3. รถไฟฟ้า BTS กับการขยายส่วนต่อและปัญหาเรื่องสัญญาสัมปทาน
งานแรกที่ประชาชนได้เห็นโฉมของผู้ว่าฯกทม.ก็คือการไปร่วมพิธีเปิดส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสินและวงเวียนใหญ่หลังจากเข้ารับตำแหน่งหมาดๆ ร่วมกับอดีตผู้ว่าฯอภิรักษ์ ในสมัยผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ได้มีการเปิดส่วนต่อขยายใหม่ๆทั้งสถานีอ่อนนุชไปจนถึงสถานีแบริ่ง และการเชื่อมต่อสถานีพญาไทกับสถานีแอร์พอร์ตลิงก์ที่มีการงัดข้อระหว่าง กทม.กับกระทรวงคมนาคมในสมัยของพรรคภูมิใจไทยแต่ก็แล้วเสร็จจนได้ จนเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 กทม.ได้มีการลงนามสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ระหว่างบริษัท กรุงเทพธนาคม (เคที) และบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส ในวงเงิน 190,054.8 ล้านบาท ระยะเวลาเพิ่มอีก 13 ปี เป็น 30 ปี ซึ่งเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยเนื่องจากสัญญาเก่ายังเหลืออีก 17 ปี และหลังๆรถไฟฟ้าถูกตำหนิในเรื่องการให้บริการที่มักมีเหตุขัดข้องในชั่วโมงเร่งด่วนเสมอๆ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ในงานเปิดตัวรถไฟฟ้าสายอ่อนนุช - แบริ่ง
4. “ตลาดนัดจตุจักร” ขุมทองของ กทม. หรือ กระทรวงคมนาคม?
สัญญาเช่าที่ดินตลาดนัดสวนจตุจักรกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะผู้เช่า ได้ยืนยันสิทธิตามกฎหมายในการเข้าบริหารตลาดนัดสวนจตุจักรตามมติคณะรัฐมนตรี 2 ครั้ง ในปี 2522 และ 2525 โดยขอดำเนินการเช่าต่อหลังสัญญาเดิมจะหมดในวันที่ 1 มกราคม 2555 ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีนโยบายจะเข้าไปบริหารเอง โดยอ้างว่า กทม.ไม่พร้อมจะจ่ายค่าเช่าที่ 420 ล้านบาทต่อปี สุดท้ายหลังจากมีการโอนคืนให้กับการรถไฟในวันที่ 2 มกราคม 2555 ให้หลังเพียง 2วันกับเกิดไฟไหม้บริเวณตลาดนัดจตุจักร และตามมาด้วยการประท้วงของกลุ่มผู้เช่าที่มีผลประโยชน์ และบางส่วนทำกำไรจากการปล่อยช่วงให้เช่าต่อ สะท้อนความล้มเหลวของการบริหารของ กทม. แต่ก็ยังมีเรื่องดีๆ เมื่อผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์เป็นผู้ดำริให้เปิดตลาดนัดจตุจักรในวันศุกร์ตอนเย็นๆเพิ่มอีกวันหนึ่ง

เผชิญแรงกดดันจากม็อบผู้ค้าจตุจักร
ดูเหมือนว่า 4 ปีที่ผ่านมาจะเป็นงานไม่ง่ายสำหรับผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ในการบริหารราชการกรุงเทพมหานครเลย เนื่องจากแท้จริงแล้วโครงสร้างอำนาจของกทม.นั้นเล็กน้อยมาก เหมือนที่อดีตฯผู้ว่า สมัคร สุนทรเวช เคยกล่าวว่า “กทม.เป็นยักษ์ที่ไม่มีกระบอง จะสั่งตำรวจนครบาล ยังไม่ได้เลย” และพ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับการบริหารราชการกรุงเทพนั้นล้าสมัยและใช้มาตั้งแต่ปี 2528 จึงค่อนข้างน่าเห็นใจ
ปีนี้ SIU ได้จัดทำโครงการ Agenda Bangkok 2012 วาระกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น นโยบาย และข้อเสนอเกี่ยวกับกรุงเทพมหานคร และมีการจัดทำเวทีระดมสมองเพื่อที่จัดทำข้อเสนอและข้อมูลของกรุงเทพมหานคร สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งและร่วมติดตามได้ที่ http://www.facebook.com/AgendaBangkok2012 (ท่านสามารถคลิก like รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ Agenda Bangkok วาระกรุงเทพฯ ได้ตามลิงก์ Facebook นี้) เพราะกทม.ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าท่านจะกลับมารับสมัครใหม่ หรือใครจะอาสาเข้ามาสานงานต่อ ประชาชนมีสิทธิ์ในการร่วมคิด
