Practical Report รถเมล์, 3G, ระบายข้าว ระงับเข้าที่ประชุมครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวาระร้อนที่เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ แต่ไม่ผ่านความเห็นชอบหรือรัฐมนตรีขอถอนเรื่องออกไปก่อน อาทิ โครงการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือ 3 จี ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่บรรจุเป็นวาระเพื่อพิจารณาวาระที่ 13 แล้ว แต่ ร.ต. หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการไอซีทีจากพรรคเพื่อแผ่นดิน(พผ.) เสนอถอนเอง โดยอ้างว่า กระทรวงการคลังยังไม่ได้ให้ความเห็นประกอบการพิจารณา และโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันของกระทรวงคมนาคม วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท ที่ถูกตีกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และพยายามผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. อีกครั้งเป็นวาระจร แต่ถูกนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม. เบรกเสียก่อน โดยบอกว่า “ วาระเต็มแล้ว ”

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันว่า เหตุที่ยังไม่นำเข้าประชุม ครม. เนื่องจากถ้านำเข้าต้องเป็นวาระจร แต่โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ ควรนำเข้าวาระปกติในสัปดาห์หน้า ซึ่งโครงการมีการปรับลดงบประมาณจาก 6.9 หมื่นล้านบาท เป็น 6.6 หมื่นล้านบาทแล้ว เมื่อถามว่า ทำไมโครงการของพรรคภูมิใจไทย ถูกท้วงติงใน ครม. นายโสภณ กล่าวว่าว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมไม่รู้สึกอะไร เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ คนมักจะสงสัย ดังนั้นต้องชี้แจงให้ชัดเจน โดยมูลค่าโครงการที่ปรับลดดังกล่าว เป็นไปตามที่คณะกรรมการ 3 ฝ่ายซึ่งนายก ฯ แต่งตั้งขึ้นมาเสนอ

นายโสภณกล่าวว่า ส่วนเรื่องค่าซ่อมนั้นเดิมเราเสนอที่ 7 บาทต่อกิโลเมตร(กม.) แต่คณะกรรมการ 3 ฝ่ายเห็นว่าควรเป็น 4 บาท/กม. ตามผลการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้า ที่คำนวณโดยให้ซ่อมแซมเปลี่ยนเครื่องยนต์มือสอง และยางรถยนต์แบบหล่อดอก และให้ขอเงินสนับสนุนพีเอชโอจากรัฐ เราจะนำไปพิจารณาอีกครั้ง ส่วนที่มีส.ส.ประชาธิปัตย์ ระบุว่าโครงการนี้ส่อไปทางทุจริตนั้น ถ้าสิ่งที่พูดออกมามีเหตุผลเราก็รับฟัง แต่เราไม่ได้ทุจริตถ้าใครสงสัยอะไรเราอธิบายได้ทั้งหมด

“มาร์ค”ดึง“สุเทพ”ดูระบายข้าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม. ) เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมว่า ที่ประชุม กระทรวงพาณิชย์เสนอหลักการระบายข้าวและสินค้าเกษตรอื่นที่รับจำนำไว้ โดยครม.เห็นตรงกันในตัวหลักเกณฑ์การระบายข้าวคือ ต้องระบายเพื่อส่งออกไปไม่ให้เวียนกลับเข้ามาและไม่กระทบกับราคาตลาด โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนสภาพของสินค้าที่เก็บไว้ ส่วนเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์หรือราคายังมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง มาก จึงมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปกำหนดแนวทางเพื่อนำมาเสนอ ครม.อีกครั้งในสัปดาห์หน้า

ช่วยหย่าศึก”กอร์ปศักดิ์-พรทิวา”

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกอร์ปศักดิ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้แล้วใช่หรือไม่ ถึงต้องดึงนายสุเทพ เข้ามาช่วยดู นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงแล้วเรื่องข้าวต้องเข้ามาพิจารณาคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีตนเป็นประธาน แต่ กขช.มีเอกชนอยู่ด้วยอาจจะไม่เหมาะสม ที่จะไปคุยเรื่องการระบายข้าว

เมื่อถามว่า ดึงนายสุเทพ เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายกอร์ปศักดิ์ กับนางพรทิวา นั้นมีความคิดเห็นแตกต่างกันอยู่บ้าง นายสุเทพก็จะเข้ามาช่วยดูเพื่อฟังความเห็นทุกฝ่าย แต่คงไม่ใช่ให้นายสุเทพ ไปประสานกับผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย(ภท.) เมื่อถามถึงกรณีที่ภาคเอกชนจะฟ้องร้องกระทรวงพาณิชย์ที่ทำสัญญขายข้าวกับผู้ ชนะการประมูลแล้ว แต่กลับไม่ยอมให้นำข้าวออกจากโกดัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีการรายงาน ทรวงกระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นผู้ชี้แจง

นายสุเทพ เทือกสุวรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง กล่าวถึงข่าวคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เสนอให้รัฐบาลระงับโครงการที่ไม่โปร่งใส ว่า ไม่ทราบ ไม่ได้คุยกับที่ปรึกษานายกฯ เมื่อถามว่า จะยังเดินหน้าผลักดันโครงการที่พรรคร่วมเสนอมาทั้งหมดที่สังคมมองว่ามีปัญหา อยู่ใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า “คงตอบยาก ต้องพิจารณาตามเรื่องที่เสนอมา ผมมองการทำงานของรัฐบาล เรารับผิดชอบร่วมกัน ทุกโครงการก็ปรึกษาหารือกัน ”

ส่วนโครงการเกี่ยวกับการระบายสินค้าเกษตรที่มีปัญหาความเห็นไม่ตรงกันนั้น นายสุเทพกล่าวว่า การรับจำนำข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง เกษตรกรได้ประโยชน์ เหลือแต่ว่าสินค้าเกษตรเหล่านี้จะนำไปขายอย่างไรให้รัฐบาลขาดทุนน้อยที่สุด

ที่มา – มติชน1, มติชน2