คาร์บอมบ์กลางนราธิวาสเจ็บ 26 ราย
August 25, 2009
เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.วันที่ 25 ส.ค.2552 คนร้ายจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องคาดว่าน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัมที่บรรทุกไว้ในรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บม 4319 สงขลา และนำไปจอดไว้บริเวณริ้มรั้วของร้านอาหารสวนกล้วย ตั้งอยู่ในซอยรัตนวาณิชย์ ถนนธรรมวิถี อ.เมือง จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้ประชาชนที่อยู่ในรัศมีระเบิด ทั้งที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้าน และที่สัญจรอยู่ในละแวกดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ 26 ราย นอกจากนั้นรถยนต์ของประชาชนที่จอดอยู่ใกล้เคียงยังถูกสะเก็ดระเบิดเสียหาย อีก 5 คัน
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการ ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิดจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รุดไปยังจุดเกิดเหตุ และรีบพาคนเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ย้อนรอย”คาร์บอมบ์” 4 ลูกในรอบปี
สำหรับเหตุการณ์คาร์บอมบ์กลางเมืองนราธิวาสในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่เกิดขึ้นในปี 2552 โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส คนร้ายวางระเบิดไว้อีกจุดหนึ่งเพื่อลวงเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุ ระเบิด (ชุดอีโอดี) เข้าตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางกลับ จึงได้จุดระเบิดคาร์บอมบ์ที่ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์เก๋ง จอดทิ้งไว้ริมถนน แต่โชคดีที่รถของหน่วยอีโอดีเป็นรถกันกระสุน จึงไม่มีผู้ใดเสียชีวิต มีเพียงเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย
ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ตลาดในเขตเทศบาลตำบลยี่งอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ก่อนเหตุการณ์กราดยิงในมัสยิดที่บ้านไอปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาสเพียงวันเดียว โดยคนร้ายติดตั้งระเบิดไว้ในรถกระบะ นำไปจอดหน้าร้านขายยาในตลาด โดยก่อนเกิดเหตุคาร์บอมบ์ คนร้ายได้ใช้อาวุธสงครามกราดยิงอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) 2 นายที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บ แล้วอาศัยช่วงชุลมุนนำรถกระบะบรรทุกระเบิดมาจอดก่อนจุดชนวน แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย และบาดเจ็บอีก 19 คน
ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่หน้าสนามกีฬากลางอำเภอยะหา ในเขตเทศบาลตำบลยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา โดยคนร้ายซุกระเบิดไว้ในรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ แล้วจุดระเบิดโดยใช้วิทยุสื่อสารในจังหวะที่เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจ ยะลา 14 กำลังเดินทางไปตรวจวัตถุระเบิดแบบถังแก๊สที่มีพลเมืองดีพบในท้องที่ ต.ปะแต แรงระเบิดจากคาร์บอมบ์ทำให้ พ.ต.พันธ์ศักดิ์ ทองสุข รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลา 14 และ จ.ส.ต.วิชัย สาหลี สังกัดเดียวกัน เสียชีวิต ทั้งยังมีกำลังพลได้รับบาดเจ็บอีก 4 นาย และนักศึกษาสาวถูกลูกหลงอีก 1 คน
สำหรับคาร์บอมบ์ครั้งที่ 4 ในปี 2552 ก็คือเหตุระเบิดล่าสุดที่หน้าร้านอาหารสวนกล้วย ซึ่งคนร้ายใช้รถกระบะในการติดตั้งระเบิดเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุระเบิดครั้งรุนแรงนี้เกิดขึ้นภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมกันจับกุมแก๊งค้าเฮโรอีนเครือข่ายของ นายมะยากี ยะโก๊ะ ในท้องที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพียงวันเดียว โดยยึดของกลางมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายหน่วยยืนยันตรงกันว่า เหตุร้ายหลายๆ ครั้งในพื้นที่ จ.นราธิวาส มีความเกี่ยวพันกับเครือข่ายค้ายาเสพติด
5 ปีไฟใต้”คาร์บอมบ์”ตูมสนั่น 10 ลูก
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อ วันที่ 4 ม.ค.2547 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ 6 ปี มีเหตุระเบิดในลักษณะ “คาร์บอมบ์” มาแล้ว 10 ครั้ง เกิดขึ้นก่อนปี 2552 รวม 6 ครั้ง ได้แก่
ครั้งที่หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.พ.2548 ที่ข้างโรงแรมมารีน่า ในเขต อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยในครั้งนั้นระเบิดที่คนร้ายติดตั้งเอาไว้ในรถยนต์ดังกัมปนาทขึ้นหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพิ่งเสร็จสิ้นการตรวจราชการและเดินทางออกจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ไปเพียงไม่ กี่ชั่วโมง แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บถึง 49 คน นับเป็นคาร์บอมบ์ลูกแรกในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2551 ที่ลานจอดรถหน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บกว่า 20 คน ในจำนวนนี้มีผู้สื่อข่าวเครือเนชั่นรวมอยู่ด้วย
ครั้งที่สามเกิดขึ้นวันเดียวกับที่หน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี โดยคนร้ายขับรถระเบิดวนเวียนอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลาเพื่อหาช่องว่างเข้าไป จอดและกดจุดชนวน แต่เกิดผิดพลาด ระเบิดทำงานก่อนเวลา ทำให้คนร้ายต้องสังเวยชีวิตคาซากรถ
ครั้งที่สี่เป็นระเบิดกลางเมืองสุไหงโก-ลก ตรงข้ามกับโรงพัก เมื่อค่ำวันที่ 21 ส.ค.2551 แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย หนึ่งในนั้นคือ นายชาลี บุญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐประจำจังหวัดนราธิวาส และบาดเจ็บอีก 30 คน
ครั้งที่ห้าเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2551 ที่บริเวณลานจอดรถหน้าอาคารเอนกประสงค์ตลาดกลางผลไม้ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่น ได้รับบาดเจ็บถึง 70 คน
ครั้งที่หกเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2551 บริเวณหน้าโรงแรมปาร์ควิว อ.เมือง จ.ยะลา แต่สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย
หน่วยความมั่นคงแจ้งเตือน”คาร์บอมบ์”กระหน่ำปี 52
อนึ่งก่อนหน้านี้ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ซึ่งปัจจุบันยกฐานะขึ้นเป็นศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ประเมินสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ในช่วงต้นปี 2552 ว่า การก่อเหตุโดยใช้ “คาร์บอมบ์” จะเป็นทิศทางความรุนแรงที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเลือกใช้มากขึ้นในปี 2552
ขณะที่ พ.ท.กฤตภาส เครือเนตร จากหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิดอโณทัย หรือ ฉก.อโณทัย ซึ่งรับผิดชอบงานเก็บกู้และทำลายล้างวัตถุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาค ใต้ เคยเขียนบทความชื่อ “การใช้วัตถุระเบิดแสวงเครื่องในพื้นที่ จชต.” และได้อนุญาตให้เผยแพร่ในเว็บไซต์โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา ในสกู๊ปพิเศษเรื่อง “5 ปีไฟใต้ (2) รู้ทันระเบิดแสวงเครื่อง และแนวโน้มบึ้มปี 52” เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2552 ระบุตอนหนึ่งว่า การใช้วัตถุระเบิดแสวงเครื่องบรรทุกในรถยนต์แบบต่างๆ (VBIED – Car Bomb, Truck Bomb) ในต่างประเทศนิยมใช้รถเจ้าหน้าที่ตำรวจ–ทหาร รถพยาบาล รถบรรทุกขนาดเล็ก (ปิกอัพ) นำมาดัดแปลงบรรทุกระเบิดแสวงเครื่อง จึงแจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายระมัดระวังเป็นพิเศษ
ที่มา – ศูนย์ข่าวอิศรา
Comments
Got something to say?





