<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Siam Intelligence Unit &#187; Foreign Affairs</title>
	<atom:link href="http://www.siamintelligence.com/category/foreign-affairs/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamintelligence.com</link>
	<description>Your Business Strategic Advisor</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2010 07:04:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ความเห็นของ แอนดรูว์ วอล์คเกอร์ จาก ANU ต่อ &#8220;เมืองไทยในวิกฤติ&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/thailand-in-crisis-with-andrew-walker-from-anu/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/thailand-in-crisis-with-andrew-walker-from-anu/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2010 12:22:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[anu]]></category>
		<category><![CDATA[new mandela]]></category>
		<category><![CDATA[นวมณฑล]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคลัส เฟร์เรลลี่]]></category>
		<category><![CDATA[แอนดรูว์ วอล์คเกอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8272</guid>
		<description><![CDATA[นิโคลัส เฟร์เรลลี่ และ แอนดรูว์ วอล์คเกอร์ จากวิทยาลัยเอเชียและแปซิฟิค แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (The Australian National University) ผู้ดูแลเว็บไซต์ &#8220;นวมณฑล&#8221; (หรือ นิวแมนเดลา &#8211; New Mandela) ร่วมกันพูดถึงสถานการณ์เมืองไทยในวิกฤติ (Thailand in crisis) โดยหัวข้อการพูดคุยจะครอบคลุมถึงการกล่าวหา พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ด้วยข้อกล่าวหาการก่อการร้าย ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย และปัญหาอื่นๆ




หมายเหตุ:
ดร. แอนดรูว์ วอล์คเกอร์ ทำงานวิจัยในระดับปริญญาเอก เกี่ยวกับการค้าข้ามชายแดนระหว่าง ภาคเหนือของไทย ภาคเหนือของลาว และ ภาคใต้ของประเทศจีน เขามีประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นเวลา 10 ปีกับการทำงานด้านการพัฒนาชนบท การบริหารทรัพยากร และการปรับปรุงภาคเหนือของประเทศไทยให้ทันสมัยขึ้น  ปัจจุบันเขากำลังลงศึกษางานด้านชาติพันธุ์วรรณนา ที่หมู่บ้านเตียม จังหวัดเชียงใหม่ (อ่านตัวอย่างงานวิจัยของเขาได้จาก รัฐธรรมนูญชาวบ้าน : พื้นที่วัฒนธรรมทางการเมืองในชีวิตประจำวัน (ตอนที่ ๑) จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ดร.แอนดรูว์ ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบล็อกนวมณฑล  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นิโคลัส เฟร์เรลลี่ และ แอนดรูว์ วอล์คเกอร์ จากวิทยาลัยเอเชียและแปซิฟิค แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (The Australian National University) ผู้ดูแลเว็บไซต์ <a href="http://asiapacific.anu.edu.au/newmandala/">&#8220;นวมณฑล&#8221;</a> (หรือ นิวแมนเดลา &#8211; New Mandela) ร่วมกันพูดถึงสถานการณ์เมืองไทยในวิกฤติ (Thailand in crisis) โดยหัวข้อการพูดคุยจะครอบคลุมถึงการกล่าวหา พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ด้วยข้อกล่าวหาการก่อการร้าย ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย และปัญหาอื่นๆ</p>
<p><span id="more-8272"></span></p>
<p><center><br />
<object width="560" height="340"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/2liXe3dIYIA&amp;hl=en_US&amp;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/2liXe3dIYIA&amp;hl=en_US&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="560" height="340"></embed></object><br />
</center></p>
<p><b>หมายเหตุ</b>:<br />
ดร. แอนดรูว์ วอล์คเกอร์ ทำงานวิจัยในระดับปริญญาเอก เกี่ยวกับการค้าข้ามชายแดนระหว่าง ภาคเหนือของไทย ภาคเหนือของลาว และ ภาคใต้ของประเทศจีน เขามีประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นเวลา 10 ปีกับการทำงานด้านการพัฒนาชนบท การบริหารทรัพยากร และการปรับปรุงภาคเหนือของประเทศไทยให้ทันสมัยขึ้น  ปัจจุบันเขากำลังลงศึกษางานด้านชาติพันธุ์วรรณนา ที่หมู่บ้านเตียม จังหวัดเชียงใหม่ (อ่านตัวอย่างงานวิจัยของเขาได้จาก <a href="http://www.midnightuniv.org/midnight2544/0009999639.html">รัฐธรรมนูญชาวบ้าน : พื้นที่วัฒนธรรมทางการเมืองในชีวิตประจำวัน (ตอนที่ ๑)</a> จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน</p>
<p>ดร.แอนดรูว์ ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบล็อกนวมณฑล  ซึ่งให้ข้อมูลเกร็ดประวัติ บทวิเคราะห์ และมุมมองใหม่ๆ บนภาคพื้นทวีปของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>ปัจจุบัน ดร. แอนดรูว์ ทำงานอยู่ที่ ภาควิชาการเปลี่ยนแปลงการเมืองและสังคม วิทยาลัยการศึกษาด้านการเมืองและยุทธศาสตร์นานาชาติของ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย</p>
<p>SIU เห็นปฏิกิริยาจากสื่อต่างประเทศต่อปรากฎการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 ที่น่าสนใจจากสื่อและผู้สังเกตุการณ์จากต่างประเทศ จึงนำมาเสนอตามมุมมองของแต่ละสำนัก ที่ผ่านมา SIU ได้เผยแพร่บทความดังต่อไปนี้ </p>
<ul>
<li> <a href="http://www.siamintelligence.com/country-without-a-smile/">ครั้งแรก</a>เป็นมุมมองค่อนไปทางซ้ายจากสื่อในประเทศเยอรมนี
<li><a href="http://www.siamintelligence.com/thailand-and-us-policy/">ครั้งที่สอง</a>เป็นการนำเสนอบทความจากนักวิเคราะห์ด้านความสัมพันธ์ต่าง ประเทศ จากองค์กรคลังความคิดที่มีอิทธิพลกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/thailand-in-crisis-with-andrew-walker-from-anu/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดำเนิน “การทูต” และ “การปฏิบัติการข่าวสาร” เชิงรุกของไทยต่อประเทศอื่น</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/thailand-diplomacy-and-information/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/thailand-diplomacy-and-information/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2010 09:31:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chaismart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[diplomacy]]></category>
		<category><![CDATA[Diplomatic]]></category>
		<category><![CDATA[Information Operation]]></category>
		<category><![CDATA[การทูต]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิบัติการข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[นักการทูต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8103</guid>
		<description><![CDATA[การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันของไทยนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วเน้นรับมือกับฝ่ายตรงข้ามเชิงรับ (Reactive Policy) มากกว่าการดำเนินการเชิงรุก (Proactive Policy) ทำให้สถานะในเวทีระหว่างประเทศของไทยมีความอ่อนแอ นำไปสู่การสร้างโอกาสให้ชาติอื่นดำเนินมาตรการเชิงรุกโจมตีไทยอย่างต่อ เนื่อง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>โดย นางสาวปาริชาติ โชคเกิด นักวิจัยประจำ ศศย.สปท.</b></p>
<p>การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันของไทยนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วเน้นรับมือกับฝ่ายตรงข้ามเชิงรับ (Reactive Policy) มากกว่าการดำเนินการเชิงรุก (Proactive Policy) ทำให้สถานะในเวทีระหว่างประเทศของไทยมีความอ่อนแอ นำไปสู่การสร้างโอกาสให้ชาติอื่นดำเนินมาตรการเชิงรุกโจมตีไทยอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้อำนาจจากกลุ่มผู้นำที่ได้รับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจสูง ผ่านช่องทางการโฆษณาชวนเชื่อ ทั้งในลักษณะการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างประเทศ ตลอดจนออกแถลงการณ์เพื่อสร้างแนวร่วม ด้วยการชี้ชวน โน้มน้าวมติมหาชนระหว่างประเทศให้คล้อยตามจุดยืนของตน <span id="more-8103"></span></p>
<p>ส่งผลกระทบต่อไทยทั้งในด้านทำลายภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของประเทศ ด้วยเหตุนี้ไทยจึงจำเป็นต้องกำหนดนโยบายในการปฏิสัมพันธ์กับรัฐอื่นให้ชัดเจน เนื่องจากโลกในศตวรรษที่ ๒๑ มีตัวแสดงในเวทีโลกที่มีความหลากหลาย อีกทั้งรูปแบบและวิธีการในการกำหนดท่าทีของแต่ละประเทศในประชาคมโลกได้ขยายตัวจากมิติทางด้านความมั่นคง สู่มิติเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เครื่องมือที่จะบรรลุเป้าประสงค์ในการปฏิสัมพันธ์กับประเทศอื่น หากจะใช้เพียงเครื่องมือด้านการทูตเพียงด้านเดียว อาจไม่สามารถเข้าถึงโอกาสที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินกิจการระหว่างประเทศได้ จึงมีข้อควรพิจารณาถึงการใช้เครื่องมือด้านอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น การปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations) เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกในยุคสารสนเทศ และสามารถดำเนินนโยบายต่างประเทศให้มีความรอบด้านมากขึ้น</p>
<p><em><strong>“การทูต”</strong> เดิม สถาบันที่มีความเกี่ยวพันกับการพัฒนาระบบการทูตนั้น มีหน้าที่ต้องเก็บรักษาและดูแลหนังสือเดินทางของคนต่างชาติที่เดินทางมายังอาณาจักรโรมัน ซึ่งหนังสือเดินทางดังกล่าวเรียกว่า “Diploma” อันมีรากศัพท์มาจากภาษากรีก “Diploun” ต่อมาได้ขยายความหมายครอบคลุมไปถึงเรื่องของเอกสารที่เกี่ยวกับต่างชาติ รวมทั้งหน้าที่ของผู้เก็บและดูแลเอกสาร จึงนำมาใช้เรียกในศตวรรษที่ ๑๗ ว่า “Res Diplomatica” และพัฒนาเป็น “Diplomacy” หรือ “การทูต” ในปัจจุบัน </em></p>
<p><strong>ภารกิจนักการทูต</strong> นักการทูตแต่ละยุคสมัยจนกระทั่งปัจจุบันนั้นมีหน้าที่หลักในการเป็นตัวแทนของประเทศ เป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบในการให้ความคุ้มครองดูแลปกป้องผลประโยชน์คนในชาติตน ที่พำนักอยู่ในประเทศที่สถานทูตตั้งอยู่ รวมทั้งให้บริการออกสูติบัตร มรณบัตร ใบทะเบียนสมรส  ออกหนังสือเดินทาง ตลอดจนให้ข้อมูลข่าวสารอื่นๆ เพื่อวิเคราะห์มุมมอง ท่าที ตลอดจนนโยบายของรัฐบาลที่สถานทูตไปตั้งอยู่ ซึ่งอาจหาข่าวโดยการพึ่งพาความสนิทสนมกับผู้นำประเทศนั้น หรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อสามารถคาดการณ์แนวโน้มได้อย่างแม่นยำ และอำนวยผลประโยชน์ของคนในชาติ ทั้งในด้านความมั่นคง การเมือง และเศรษฐกิจ เป็นต้น</p>
<p><strong>เอกสิทธิ์และการคุ้มครองทางการทูต</strong> ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรองสิทธิอันละเมิดมิได้ (right of inviolability) ของนักการทูต และสถานทูตมีสิทธิปลอดจากการถูกดำเนินการทางกฎหมายหรือกฎระเบียบของประเทศที่ประจำการ ดังนั้น การเรียกนักการทูตไปขึ้นศาล ถูกปรับ หรือลงโทษด้วยมาตรการต่างๆของบ้านเมืองที่นักการทูตไปประจำการนั้น ไม่สามารถกระทำได้ เว้นแต่หากทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรง ประเทศที่ตั้งของสถานทูตอาจเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศของนักการทูตประกาศถอดถอนสิทธิและความคุ้มครองนักการทูตดังกล่าว หากไม่ปฏิบัติตามก็สามารถเรียกร้องให้เรียกนักการทูตกลับประเทศ ตลอดจนดำเนินมาตรการขับไล่นักการทูตผู้นั้นออกนอกประเทศ โดยประกาศว่า นักการทูตผู้นั้นเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” อนึ่ง ความตึงเครียดระหว่างประเทศนั้น บางครั้งอาจต้องใช้มาตรการอันหลากหลายที่นำไปสู่การตัดความสัมพันธ์ทางการทูต อาทิ (๑) การเรียกทูตกลับ (๒) การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อสถานการณ์เลวร้ายจนต้องตัดความสัมพันธ์ทางการทูตนั้น หน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ของคนในชาติและทรัพย์สินต่างๆ จะอยู่ในความรับผิดชอบของนักการทูตชาติอื่นที่มีความเป็นกลางซึ่งสามารถไว้วางใจให้ดูแลแทนได้ เช่นประเทศสวิตเซอร์แลนด์และสวีเดน</p>
<p><strong>เป้าหมายของการทูต</strong> นักการทูตก็เปรียบเสมือนนวัตกรที่สรรสร้างสังคมระหว่างประเทศให้เกิดสันติภาพและสร้างปฏิสัมพันธ์ข้ามขอบเขตพรมแดนรัฐ โดยสร้างความร่วมมือและยุติความขัดแย้งด้วยการเจรจาอย่างสันติวิธี ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนเพื่อดำเนินตามแผนการที่ระบุไว้ได้โดยง่าย การดำเนินการทูตมีเป้าประสงค์เพื่อให้ประเทศอื่นๆ ดำเนินนโยบาย หรือ เปลี่ยนนโยบาย ท่าที การกระทำ เป้าหมาย ตลอดจนทัศนคติของผู้นำในแนวทางที่จะสนับสนุนนโยบายของประเทศตน รวมทั้งการแสวงหาหนทางที่จะยุติข้อขัดแย้งให้บรรลุข้อตกลงด้วยวิธีการประนีประนอม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติในทางการทูตนั้น สามารถใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงและพัฒนามากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากอิทธิพลของสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ รวมทั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Networking) ที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของประชาชนเพิ่มขึ้น โดยที่ความสำคัญและอำนาจของสื่อนั้น สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสืบค้น โจมตี หรือแทรกแซงชาติอื่น และอาจใช้ไปในทางโฆษณาชวนเชื่อ รวมทั้งนำไปใช้ในการกดดันเพื่อหวังผลในการเจรจาต่อรองอย่างเปิดเผยผ่านสื่อด้วยช่องทางต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อโน้มน้าวประชาคมโลกเพื่อสนับสนุนฝ่ายตน หรือทำลายฝ่ายตรงข้าม ซึ่งหมายรวมถึงการเจรจาเพื่อสัญญาที่จะให้ สิ่งตอบแทน และเพื่อข่มขู่หรือป้องปราม</p>
<p><strong>แนวคิดและแนวทาง “การปฏิบัติการข่าวสาร” (Information Operations) </strong>จากข้อความข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าศักยภาพและอิทธิพลทางการข่าวของศัตรูเป็นภัยคุกคามที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยระบบข่าวสารและความปลอดภัยทางข้อมูลข่าวสารของฝ่ายตนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้สามารถปฏิบัติการด้านการทหารได้สำเร็จ เนื่องจากสามารถนำมาปรับให้เป็นนโยบายทางด้านความมั่นคงในการป้องกันตนเองจากการรุกรานของรัฐอื่นไม่ว่าจะมาในรูปแบบทางการทูต การข่าว เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นมิติ  ที่ควรให้ความสำคัญในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ</p>
<p><strong>การปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations)</strong> ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกโดยได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมโดนัล รัมเฟล (Donald Rumsfeld) แห่งสหรัฐอเมริกา ในปี ๒๐๐๓ และเป็นเอกสารเผยแพร่ในปี ๒๐๐๖ ที่นำมาศึกษาวิเคราะห์จาก Joint Publication 3-13 Information Operations ซึ่งมีองค์ประกอบหลักสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้</p>
<p>๑) สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare: EW) เป็นการปฏิบัติการทางทหารเกี่ยวกับ การแพร่กระจายและการควบคุมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมถึงการโจมตีศัตรู มีภารกิจหลัก ๓ ประการ</p>
<p>(๑.๑) การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Attack: EA) โดยการป้องกัน หรือทำลายศักยภาพในการใช้งานผ่านช่องทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของศัตรู เช่นการส่งคลื่นสัญญาณรบกวน (Electromagnetic Jamming) และการลวงทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Deception) รวมทั้งการใช้อาวุธพลังงาน (Directed Energy) อาทิ การส่งพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังเป้าหมายโดยไม่ต้องมีตัวนำหรือสื่อกลางในการเคลื่อนที่เช่น เลเซอร์ (laser) อาวุธคลื่นความถี่ (Radio frequency weapons) อาวุธยิงอนุภาค (Particle beam)</p>
<p>(๑.๒) การป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Protection: EP) เพื่อปกป้องทั้งเครื่องรับ-ส่งสัญญาณ รวมทั้งป้องกันการทำลายจากฝ่ายศัตรูและการปฏิบัติการที่ผิดพลาดของฝ่ายเดียวกัน</p>
<p>(๑.๓) การสนับสนุนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare Support: ES) เป็นปฏิบัติการที่ควบคุมหรือได้รับการสั่งการโดยตรงจากผู้บังคับบัญชาเพื่อสืบค้น สกัดกั้น การระบุที่ตั้งและข้อมูลที่จำเป็นเพื่อสามารถโจมตีภัยคุกคามได้ทันที รวมทั้งกำหนดเป้าหมาย แผนการ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติการในอนาคต ตลอดจนเพื่อการตัดสินใจในการปฏิบัติการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อกำหนดยุทธวิธีในการหลีกเลี่ยงจากภัยคุกคาม เป็นต้น</p>
<p>๒) การปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network Operations) ประกอบด้วยการโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network Attack: CNA) เช่นการลดประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายของศัตรู รวมทั้งการทำลายข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเครือข่ายศัตรู และการป้องกันเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network Defense: CND)โดยใช้เครือข่ายของตนปกป้องตนเอง ค้นหา วิเคราะห์และ ปฏิบัติการตอบสนอง ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network Exploitation: CNE) กล่าวคือการปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลหรือเครือข่ายระบบข้อมูลของศัตรู</p>
<p>๓) การปฏิบัติการทางจิตวิทยา (Psychological Operations: PSYOP) แผนปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดข้อมูลที่คัดสรรมาแล้วและสิ่งบ่งชี้ที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ แรงจูงใจ เหตุผลเชิงภาวะวิสัย และพฤติกรรมของรัฐบาลต่างประเทศ องค์กร คณะบุคคล และปัจเจกชน โดยการปฏิบัติการทางจิตวิทยามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการโน้มน้าว แรงสนับสนุน</p>
<p>๔) การลวงทางทหาร (Military Deception: MILDEC) เป็นปฏิบัติการลวงหลอกเพื่อทำให้ศัตรูหลงเชื่อในศักยภาพของทหารฝ่ายตนเองและตีเจตนารมณ์ ตลอดจนตัดสินใจในการปฏิบัติการผิดพลาด</p>
<p>๕) ปฏิบัติการทางด้านความมั่นคง (Operation Security: OPSEC) การปฏิบัติการเพื่อสำรวจและพิสูจน์ทราบถึงระบบหน่วยข่าวกรองของศัตรู รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อหน่วยข่าวกรองศัตรูได้ ตลอดจนเลือกมาตรการที่สามารถกำจัดหรือลดความเสี่ยงจากการหาประโยชน์ของศัตรูได้<br />
การปฏิบัติการข่าวสารนี้เปรียบเสมือนอาวุธที่เป็นพลังอำนาจของชาติ จึงเป็นสิ่งที่น่าพิจารณานำมาพินิจพิเคราะห์ เพื่อผลักดันให้การตอบโต้เชิงรุกของประเทศไทยต่อประเทศอื่นมีความสมบูรณ์รอบด้านขึ้น อีกทั้งการต่อสู้ในด้านนี้มีผลในทางปฏิบัติที่ไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อ เพราะเป็นการสู้รบโดยไม่ใช้กำลัง และสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ความคิดเห็น รวมทั้งพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายเดียวกัน และฝ่ายเป็นกลาง อันเป็นปัจจัยสำคัญในการตอบสนองผลประโยชน์แห่งชาติได้</p>
<p><strong>“การทูต” และ “การปฏิบัติการข่าวสาร” เชิงรับของไทย</strong></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">แผนภูมิการทูตเชิงรับ</span></strong></span></p>
<p><a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/diplomatic-preventive.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-8108" title="diplomatic preventive" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/diplomatic-preventive.jpg" alt="" width="509" height="593" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">แผนภูมิการตอบโต้การทูตของไทยต่อประเทศอื่น</span></strong></span></p>
<p><a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/Diplomatic-counter.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-8109" title="Diplomatic counter" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/Diplomatic-counter.jpg" alt="" width="502" height="653" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">แผนภูมิการตอบโต้ปฏิบัติการข่าวสารของไทยต่อประเทศอื่น</span></strong></span><a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/Counter-Infomation.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-8110" title="Counter Infomation" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/Counter-Infomation.jpg" alt="" width="521" height="719" /></a></p>
<p>จากแผนภูมิการตอบโต้ทางการทูตของประเทศไทยต่อประเทศอื่นนั้น สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศ X นั้น มีการลำดับกระบวนการในการดำเนินการทูต เพื่อให้สนับสนุนข้อเรียกร้องของประเทศตนในลักษณะที่เป็นขั้นเป็นตอนได้ค่อนข้างดี ขณะที่ฝ่ายไทยมีลักษณะการทูตแบบตั้งรับเพื่อรอดูท่าที  และจึงตอบโต้ด้วยการรุกกลับ ซึ่งบางครั้ง ถือเป็นปฏิกิริยาการตอบสนองทางการทูตที่ล่าช้าเกินไป ขณะเดียวกัน การตอบโต้การปฏิบัติการข่าวสารของไทยต่อประเทศอื่น ก็มีลักษณะตั้งรับเช่นกัน ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะปัญหาที่เกิดจากปัจจัยภายในที่เป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง จึงทำให้กระบวนการในการตัดสินใจไม่ทันท่วงที เนื่องจากขาดหน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจเฉพาะด้าน ดังนั้นในการตอบโต้ทั้งทางการทูตและการปฏิบัติการข่าวสารของไทยต่อประเทศอื่นจึงมีลักษณะที่เป็นเชิงรับมากกว่าจะเป็นเชิงรุก</p>
<p><strong>แนวทางในการตอบโต้เชิงรุกของประเทศไทยต่อประเทศอื่น</strong></p>
<p>ข้อพิจารณาในด้าน “การทูต” และ “การปฏิบัติการข่าวสาร”  ในด้าน “การทูต” ไทยควรปรับท่าทีให้มีลักษณะเป็นมิตรกับประเทศ X หรือประเทศที่โจมตีว่าไทยเห็นประเทศนั้นเป็นปฏิปักษ์ โดยใช้ประโยชน์จากความร่วมมือภายใต้กรอบพหุภาคี เพื่อสร้างผลในด้านการรักษาภาพลักษณ์ ไม่ให้ไทยมีลักษณะรังแกประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์และในด้านการพัฒนาประเทศตามที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากที่ผ่านมาฝ่ายตรงข้ามพยายามโน้มน้าวให้ประเทศอื่นมองไทยในแง่มุมดังกล่าว ขณะเดียวกันควรแสวงหาโอกาสโดยการใช้ความร่วมมือจากกรอบพหุภาคีเป็นแกนกลางในการลดความขัดแย้งกับประเทศที่เป็นฝ่ายตรงข้าม เพื่อสร้างบรรยากาศในการเจรจาทางการทูตให้มีลักษณะ ผ่อนคลายความตึงเครียดและสร้างความเป็นมิตร รวมทั้งลดความหวาดระแวง และเกิดความไว้วางใจ  ซึ่งกันและกัน อันนำไปสู่การปูทางให้หันมาปรับความสัมพันธ์และเปลี่ยนความรู้สึกต่อต้านระหว่างกันให้สร้างความร่วมมือกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางวิทยาการในปัจจุบันเปิดโอกาสให้ผู้นำประเทศได้พบปะกันบ่อยครั้ง ทำให้สามารถใช้การทูตเพื่อเจรจาตกลงกันระหว่างประเทศ ซึ่งอาจครอบคลุมถึงกลไกและกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน จำเป็นต้องคำนึง และพิจารณาถึงบริบทของความสัมพันธ์ในแต่ละช่วงสถานการณ์ตามความเป็นจริง เพื่อให้มีลักษณะรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เนื่องจากเป็นการปฏิสัมพันธ์ข้ามขอบเขตพรมแดนรัฐ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ไม่สามารถดำเนินการเพียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ อีกทั้งปัญหาอำนาจอธิปไตยเหนือเขตแดนเป็นประเด็นอ่อนไหว บางกรณีที่เกิดขึ้นต่อไทยกับประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกันนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเรื้อรัง ยาวนาน เนื่องจากถูกนำมาเป็นประเด็นการเมืองอยู่ทุกยุคทุกสมัย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า บางเวลาที่มีความขัดแย้งระหว่างผู้นำประเทศหรือกลุ่มผู้นำทางการเมืองของประเทศฝ่ายตรงข้าม ประเด็นดังกล่าวมักถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอในช่วงก่อนเลือกตั้ง</p>
<p>รัฐบาลควรแสดงความชัดเจนในการประกาศจุดยืนให้เป็นที่ประจักษ์ ในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ เพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยเหนือเขตแดน และสร้างความเข้าใจในระดับประชาชน เพื่อนำไปสู่การเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งและแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี ขณะเดียวกันรัฐบาลควรหากิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในระดับประชาชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน อันนำไปสู่การถ้อยทีถ้อยอาศัยและพึ่งพากันมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกร่วมในการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตไปพร้อมกับผู้กำหนดนโยบายไปในคราเดียวกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การทูตทหาร (Military Diplomacy) ในปัจจุบันได้ช่วยลดความตึงเครียดท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ้าง เนื่องจากยังคงมีกรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีที่ยังดำเนินต่อไป และมีความเป็นไปได้ที่จะแสวงหาหนทางประนีประนอมให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันจากกรอบความร่วมมือในระดับนี้ได้ แต่การทูตทหารก็ยังคงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่เนื่องจากขาดอำนาจในการตัดสินใจ อย่างทันท่วงที จึงอาจทำให้ปฏิบัติภารกิจผิดพลาดได้เนื่องจากไม่มีตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่าง  ฝ่ายปฏิบัติกับฝ่ายตัดสินใจ ซึ่งบางครั้งเราจะเห็นว่า การทหารนั้นบางครั้งเป็นส่วนหนึ่งของการทูตในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ส่วนหนึ่งของกองสอดแนมในการสอดส่องเกาะติดสถานการณ์ และยังเป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติการเชิงรุกหากมีการโจมตีไทยโดยใช้กำลัง นอกจากนี้การให้ความช่วยเหลือในด้านความมั่นคงอาจจะดีขึ้นได้ หากมีการร่วมกันหาโอกาสในการจัดฝึกซ้อมรบร่วมกัน การฝึกทักษะในการใช้ภาษา การให้ความรู้ในเชิงวัฒนธรรม เหล่านี้ล้วนเป็นกระบวนการที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ดีขึ้นได้</p>
<p>ในส่วนของ “การปฏิบัติการข่าวสาร” ควรสร้างหน่วยข่าวที่ทรงประสิทธิภาพและสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งนี้หน่วยข่าวดังกล่าวควรจัดตั้งขึ้นอย่างลับๆ เพื่อป้องกันการข่าวรั่วไหล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการนำมากำหนดเป็นนโยบายเพื่อตอบโต้หรือป้องปรามการปฏิบัติการข่าวสารจากฝ่ายตรงข้ามได้ ทั้งนี้ ความซับซ้อนของปัญหา จำเป็นต้องผลักดันให้เกิดความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ในการระดมสมองเพื่อแก้ไข โดยประสานงานกับหน่วยอื่นๆ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ กองทัพบก กระทรวงยุติธรรม กรมข่าวประชาสัมพันธ์  นักวิชาการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปฏิบัติการรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากทุกแหล่งที่สามารถรองรับปฏิบัติการดังกล่าวได้ จากนั้นให้นำเสนอก่อนที่อีกฝ่ายจะทำการรุกใส่เรา หรือโจมตีเรา โดยเริ่มจากการสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ถ้วนทั่วไปในทิศทางเดียวกันก่อน จากนั้นจึงปล่อยข้อมูลออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านช่องทางสื่อสารมวลชนทางโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่มีลักษณะเนื้อหาไม่เกินความเป็นจริง ไม่บิดเบือน ปราศจากอคติ และนำเสนอออกมาอย่างรอบด้านเพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปพิจารณาหรือวิเคราะห์เองได้</p>
<p>นอกจากนี้ ควรนำเสนออย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ซึ่งอาจจะเปิดให้เป็นเวทีสนทนาสาธารณะ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการมาอภิปรายในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยต่อประเทศอื่น ว่าควรมีท่าทีอย่างไรในการตอบโต้ หรือมุมมองของฝ่ายตรงข้ามในปัจจุบันส่งผลต่อไทยอย่างไร รวมทั้งการจัดทำบทความวิจัยขนาดย่อ ในการทำความเข้าใจการดำเนินการตัดสินใจเพื่อกำหนดนโยบายต่างประเทศของไทย รวมทั้งมุมมองที่ไทยมีต่อประเทศฝ่ายตรงข้าม</p>
<p>ทั้งนี้ การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งในด้าน “การทูต” และ “การปฏิบัติการข่าวสาร” ให้มีลักษณะเชิงรุกนั้น ควรเริ่มจากการประสานงานของทั้งสองฝ่ายให้มีลักษณะเป็นเอกภาพก่อน เพื่อที่จะสามารถดำเนินนโยบายให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ ซึ่งบทเรียนที่ผ่านมาอาจสะท้อนภาพให้เห็นว่า บางครั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่กับผู้กำหนดนโยบายมีทิศทางในการทำงานสวนทางกัน และนั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่สร้างความสับสนให้แก่ประชาชนทั่วไปและนานาประเทศที่เฝ้าจับตาดูท่าทีและความเป็นไปของไทยก็อาจเป็นได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/thailand-diplomacy-and-information/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตุรกีขู่ตัดสัมพันธ์การทูตกับอิสราเอล</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/turkey-break-israel-relation/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/turkey-break-israel-relation/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jul 2010 01:04:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[ตุรกี]]></category>
		<category><![CDATA[อิสราเอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8046</guid>
		<description><![CDATA[ตุรกีสั่งถอนทูตกลับประเทศ และเตรียมตัดสัมพันธ์กับอิสราเอล หลังจากกรณีอิสราเอลบุกค้นเรือของตุรกีที่ไปยังฉนวนกาซา ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 9 ราย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากปัญหาอิสราเอลปิดล้อมฉนวนกาซาเมื่อช่วงต้นปี ซึ่งโลกอิสลามนำโดยตุรกีได้ส่งเรือบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซา แต่กลับโดนกองทัพอิสราเอลบุกค้น และส่งผลให้พลเรือนตุรกีเสียชีวิต 9 ราย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา<span id="more-8046"></span></p>
<p>หมายเหตุ: รายละเอียดอ่านได้จากวิกิพีเดีย <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Gaza_flotilla_raid">Gaza flotilla raid</a></p>
<p>ทางกระทรวงต่างประเทศตุรกีได้สั่งให้ทูตของตัวเองกลับประเทศแล้ว และแสดงความต้องการให้อิสราเอลออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ รวมถึงยอมให้สหประชาชาติเข้าตรวจสอบความจริง และจ่ายค่าชดเชยให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต</p>
<p>ตุรกีเคยเป็นประเทศอิสลามที่มีความสัมพันธ์อันดีกับอิสราเอลมาโดยตลอด แต่ความสัมพันธ์ในขณะนี้ตกลงถึงขีดสุด ตุรกียังสั่งห้ามเครื่องบินรบของอิสราเอลแวะจอดเติมน้ำมันในตุรกีแล้ว</p>
<p>ทางอิสราเอลก็ออกมาแถลงว่าจะไม่ขอโทษ และยืนยันว่าทหารที่บุกค้นเรือนั้นใช้อาวุธเพื่อปกป้องตัวเอง</p>
<p>ที่มา &#8211; <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/world/middle_east/10505386.stm">BBC</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/turkey-break-israel-relation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สหรัฐลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์อีก 2 พันล้านเหรียญ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/usa-invest-in-solar-energy/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/usa-invest-in-solar-energy/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Jul 2010 03:56:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[barack obama]]></category>
		<category><![CDATA[energy]]></category>
		<category><![CDATA[solar power]]></category>
		<category><![CDATA[usa]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8031</guid>
		<description><![CDATA[รัฐบาลสหรัฐให้เงินกู้แก่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จ้างงาน และเตรียมเทคโนโลยีเพื่ออนาคต]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รัฐบาลสหรัฐอนุมัติเงินกู้จำนวน 2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 65,000 ล้านบาท ให้กับบริษัทด้านพลังงานแสงอาทิตย์ 2 ราย<span id="more-8031"></span></p>
<p>บริษัท Abenoga Solar ซึ่งได้เงินกู้จากโครงการครั้งนี้ ประกาศจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะอยู่ที่มลรัฐแอริโซนา โครงการ &#8220;Solana&#8221; จะกินพื้นที่ 1,900 เอเคอร์ และผลิตพลังงานได้ 280 MW</p>
<p>ส่วนบริษัทที่สอง Abound Solar Manufacturing จะนำเงินไปลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่ดีกว่าในปัจจุบัน โดยจะจ้างงาน 1,500 ตำแหน่งในโรงงานที่จะสร้างขึ้น</p>
<p>ประธานาธิบดีโอบามาให้สัมภาษณ์ว่า การให้เงินกู้ครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกของสหรัฐเติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างงานได้ 5,000 ตำแหน่ง เงินกู้ครั้งนี้มาจากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล</p>
<p>แนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการจ้างงานผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่ออนาคต เป็นนโยบายที่บารัค โอบามา ใช้ในการหาเสียง</p>
<p>ที่มา &#8211; <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/world/us_and_canada/10500164.stm">CNN</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/usa-invest-in-solar-energy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โอบามาอนุมัติงบ 795 ล้านดอลลาร์ ผลักดันบรอดแบนด์กระตุ้นเศรษฐกิจ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/obama-approve-broadband-plan/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/obama-approve-broadband-plan/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Jul 2010 03:32:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[barack obama]]></category>
		<category><![CDATA[broadband technology]]></category>
		<category><![CDATA[usa]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8029</guid>
		<description><![CDATA[ประธานาธิบดีบารัค โอบามา อนุมัติงบประมาณ 795 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 26,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับบรอดแบนด์ของสหรัฐ 66 โครงการ
เงินจำนวนนี้มาจากงบประมาณการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2009 โดยสหรัฐหวังว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยให้คนอเมริกาเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ได้อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น และมีผลช่วยให้ธุรกิจสหรัฐในอนาคตมีประสิทธิภาพขึ้นในระยะยาว
เป้าหมายทางเศรษฐกิจของโครงการนี้คือสร้างงาน 5,000 ตำแหน่ง และกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนอีก 200 ล้านดอลลาร์
ที่มา &#8211; CNN
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ประธานาธิบดีบารัค โอบามา อนุมัติงบประมาณ 795 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 26,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับบรอดแบนด์ของสหรัฐ 66 โครงการ<span id="more-8029"></span></p>
<p>เงินจำนวนนี้มาจากงบประมาณการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2009 โดยสหรัฐหวังว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยให้คนอเมริกาเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ได้อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น และมีผลช่วยให้ธุรกิจสหรัฐในอนาคตมีประสิทธิภาพขึ้นในระยะยาว</p>
<p>เป้าหมายทางเศรษฐกิจของโครงการนี้คือสร้างงาน 5,000 ตำแหน่ง และกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนอีก 200 ล้านดอลลาร์</p>
<p>ที่มา &#8211; <a href="http://edition.cnn.com/2010/POLITICS/07/01/obama.broadband.connection/?fbid=9afZYfGgM2h">CNN</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/obama-approve-broadband-plan/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Larry King จะหยุดจัดรายการกับ CNN ในปีนี้</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/larry-king-end-cnn-program/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/larry-king-end-cnn-program/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 14:22:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[CNN]]></category>
		<category><![CDATA[Larry King]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=7966</guid>
		<description><![CDATA[Larry King พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดัง Larry King Live ทางช่อง CNN ประกาศหยุดจัดรายการของเขาในปีนี้ หลังจัดมานาน 25 ปีติดกัน
ปัจจุบัน Larry King อายุ 76 ปีแล้ว เขาจัดรายการ Larry King Live มาตั้งแต่ปี 1985 รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 25 ปี โดยเป็นเจ้าของสถิติของกินเนส บุ๊คส์ ในฐานะรายการที่จัดโดยพิธีกรคนเดียว ในช่วงเวลาเดียวกัน ติดต่อกันนานที่สุดในโลก
Jonathan Klein ประธานของ CNN ให้ข้อมูลว่า King ต้องการหยุดจัดรายการโดยเจตจำนงค์ของเขาเอง ทาง Larry King บอกว่าเขาจะใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัว โดยจะรับเป็นพิธีกรรับเชิญให้กับงานสัมภาษณ์ระดับชาติและระดับนานาชาติเป็นครั้งคราวไป
รายการของ Larry King ได้รับเรตติ้งลดลงอย่างมาในช่วง 6 เดือนมานี้ จนเกิดคำถามว่า CNN อาจไม่ต่อสัญญากับ Larry King ซึ่งจะหมดลงในเดือนมิถุนายน 2011 แต่ทาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Larry King พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดัง Larry King Live ทางช่อง CNN ประกาศหยุดจัดรายการของเขาในปีนี้ หลังจัดมานาน 25 ปีติดกัน</p>
<p><span id="more-7966"></span>ปัจจุบัน Larry King อายุ 76 ปีแล้ว เขาจัดรายการ Larry King Live มาตั้งแต่ปี 1985 รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 25 ปี โดยเป็นเจ้าของสถิติของกินเนส บุ๊คส์ ในฐานะรายการที่จัดโดยพิธีกรคนเดียว ในช่วงเวลาเดียวกัน ติดต่อกันนานที่สุดในโลก</p>
<p>Jonathan Klein ประธานของ CNN ให้ข้อมูลว่า King ต้องการหยุดจัดรายการโดยเจตจำนงค์ของเขาเอง ทาง Larry King บอกว่าเขาจะใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัว โดยจะรับเป็นพิธีกรรับเชิญให้กับงานสัมภาษณ์ระดับชาติและระดับนานาชาติเป็นครั้งคราวไป</p>
<p>รายการของ Larry King ได้รับเรตติ้งลดลงอย่างมาในช่วง 6 เดือนมานี้ จนเกิดคำถามว่า CNN อาจไม่ต่อสัญญากับ Larry King ซึ่งจะหมดลงในเดือนมิถุนายน 2011 แต่ทาง King ได้ประกาศหยุดจัดรายการก่อนกำหนด ทาง CNN ยังไม่เปิดเผยว่าจะนำรายการใดมาแทน</p>
<p>จาก <a href="http://www.nytimes.com/2010/06/30/business/media/30king.html?hp">New York Times</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/larry-king-end-cnn-program/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่สาบานตนขึ้นรับตำแหน่ง</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/aquino-is-sworn-in-as-leader-of-the-philippines/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/aquino-is-sworn-in-as-leader-of-the-philippines/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 10:42:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chaismart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[นอยนอย]]></category>
		<category><![CDATA[นางคอราซอน อาควิโน]]></category>
		<category><![CDATA[นายอาควิโน]]></category>
		<category><![CDATA[ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=7963</guid>
		<description><![CDATA[นายเบนิโย ไซมอน นอยนอย อาควิโน หรือที่ชาวฟิลิปปินส์เรียกชื่อเล่นว่า "นอยนอย"ได้เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 15 ของประเทศฟิลิปปินส์และได้ให้สัญญาประชาคมในเรื่องการปฏิรูปและการปรับปรุง คุณภาพชีวิตของคนในประเทศ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นายเบนิโย ไซมอน นอยนอย อาควิโน หรือที่ชาวฟิลิปปินส์เรียกชื่อเล่นว่า &#8220;นอยนอย&#8221;ได้เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 15 ของประเทศฟิลิปปินส์และได้ให้สัญญาประชาคมในเรื่องการปฏิรูปและการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ<span id="more-7963"></span><br />
<a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/06/Benigno-S.-Aquino-III.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-7964" title="Benigno S. Aquino III" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/06/Benigno-S.-Aquino-III.jpg" alt="" width="650" height="416" /></a></p>
<p>นายอาควิโนในอายุ 50 ปี ได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดหลังจากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาภายใต้การบริหารงานของนาง กลอเรีย มาคาปากาล อาโรโย่ พร้อมกันนี้จะมีการตรวจสอบการทุจิตและการละเมิดกฎหมายของรัฐบาลเดิมพร้อมกับได้ให้สัญญาว่าจะรับฟังคนฟิลิปปินส์ให้มากขึ้นและเรื่องการปรับปรุงระบบสวัสดิการที่มีอยู่</p>
<p>ขณะที่นายอาควิโนได้ออกมากล่าวต่อหน้าฝูงชนหลายแสนว่า “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมวันนี้ที่ทนทุกช์ทรมานของคนฟิลิปปินส์จะต้องจบลงได้แล้ว” ขณะที่เรื่องคอรร์รัปชั่นและการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจะต้องถูกกระบวนการยุติธรรมเข้ามาตรวจสอบ</p>
<p>นายอาควิโนเป็นบุตรชายของอดีตประธานาธิบดีหญิงเหล็ก นางคอราซอน อาควิโน ขณะที่บิดาคือนายเบนิโย เอส อาควิโน จูเนียร์ซึ่งเป็นฝ่ายค้านของรัฐบาลประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอส และถูกลอบสังหารเมื่อปี 1983 ทำให้ต้องย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาช่วงหนึ่ง  เมื่อรัฐบาลมาร์กอสปิดฉากไปแล้วจึงได้กลับมาลงเล่นการเมือง ได้เป็นสมชิกสภาผู้แทนราษฎรของเมือง Tarlac ระหว่างปี 1998-2007  และมาเป็นวุฒิสมาชิกระหว่างปี 2007-2010 จากเมืองเดียวกับที่เป็นสส.</p>
<p>ที่มา : <a href="http://www.nytimes.com/2010/07/01/world/asia/01phils.html?hp">NY Time</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/aquino-is-sworn-in-as-leader-of-the-philippines/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิกฤตการทหารสหรัฐ เมื่อผู้บัญชาการอัฟกานิสถานวิพากษ์รัฐบาลโอบามา</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/mcchrystal-criticize-usa-government/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/mcchrystal-criticize-usa-government/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2010 13:49:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[usa]]></category>
		<category><![CDATA[บารัก โอบามา]]></category>
		<category><![CDATA[อัฟกานิสถาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=7936</guid>
		<description><![CDATA[นายพล Stanley McChrystal ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐในอัฟกานิสถาน วิพากษ์นโยบายของรัฐบาลโอบามา จนอาจโดนปลด

McChrystal ในนิตยสาร Rolling Stones
ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในอัฟกานิสถานยิ่งบานปลาย แต่คราวนี้เกิดจากสาเหตุภายใน เมื่อนายพล Stanley McChrystal ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐในอัฟกานิสถาน (และควบตำแหน่งผู้บัญชาการกองทหารนานาชาติของ NATO) ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stones เกี่ยวกับปัญหาของเขาในอัฟกานิสถาน
บทสัมภาษณ์ของ McChrystal ใน Rolling Stones วิจารณ์การทำงานของคณะผู้บริหารพลเรือนระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐ แม้ว่าจะไม่ได้วิจารณ์ตัวประธานาธิบดีโอบามาโดยตรง แต่เขาก็โจมตีนโยบายของรัฐบาลและการทำงานของพลเรือนหลายคนที่โอบามาวางตัวมาทำงานด้านอัฟกานิสถาน เช่น McChrystal บอกว่าช่วงที่เขารอการอนุมัติส่งทหารเพิ่มจากรัฐบาลนั้น &#8220;ลำบาก&#8221; มาก และเขาถูก &#8220;ทรยศ&#8221; โดย Karl Eikenberry ทูตสหรัฐประจำอัฟกานิสถานที่มีนโยบายไปคนละทางกับฝ่ายทหา รวมไปถึงรองประธานาธิบดี Joe Biden ด้วย
หลังจากบทสัมภาษณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป McChrystal ถูกเรียกตัวด่วนจากอัฟกานิสถาน มาเข้าพบประธานาธิบดีโอบามาที่ห้องทำงานในทำเนียบขาว (ตามปกติแล้ว McChrystal ต้องประชุมกับทีมงานของประธานาธิบดีทุกเดือน โดยผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า McChrystal จะเป็นฝ่ายลาออกกับประธานาธิบดีเอง
รัฐบาลโอบามาถูกวิจารณ์เรื่องประสิทธิภาพของการทำงานในอัฟกานิสถานมานาน และการวิจารณ์รัฐบาลพลเรือนจากฝ่ายทหารมักไม่ค่อยเกิดบ่อยนัก วิกฤตศรัทธาครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากของโอบามา ไม่ว่าจะปลด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นายพล Stanley McChrystal ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐในอัฟกานิสถาน วิพากษ์นโยบายของรัฐบาลโอบามา จนอาจโดนปลด</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-7936"></span><img class="aligncenter size-full wp-image-7937" title="mcchrystal_nato" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/06/mcchrystal_nato.jpg" alt="" width="306" height="306" /></p>
<p style="text-align: center;">McChrystal ในนิตยสาร Rolling Stones</p>
<p>ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในอัฟกานิสถานยิ่งบานปลาย แต่คราวนี้เกิดจากสาเหตุภายใน เมื่อนายพล Stanley McChrystal ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐในอัฟกานิสถาน (และควบตำแหน่งผู้บัญชาการกองทหารนานาชาติของ NATO) ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stones เกี่ยวกับปัญหาของเขาในอัฟกานิสถาน</p>
<p>บทสัมภาษณ์ของ McChrystal ใน Rolling Stones วิจารณ์การทำงานของคณะผู้บริหารพลเรือนระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐ แม้ว่าจะไม่ได้วิจารณ์ตัวประธานาธิบดีโอบามาโดยตรง แต่เขาก็โจมตีนโยบายของรัฐบาลและการทำงานของพลเรือนหลายคนที่โอบามาวางตัวมาทำงานด้านอัฟกานิสถาน เช่น McChrystal บอกว่าช่วงที่เขารอการอนุมัติส่งทหารเพิ่มจากรัฐบาลนั้น &#8220;ลำบาก&#8221; มาก และเขาถูก &#8220;ทรยศ&#8221; โดย Karl Eikenberry ทูตสหรัฐประจำอัฟกานิสถานที่มีนโยบายไปคนละทางกับฝ่ายทหา รวมไปถึงรองประธานาธิบดี Joe Biden ด้วย</p>
<p>หลังจากบทสัมภาษณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป McChrystal ถูกเรียกตัวด่วนจากอัฟกานิสถาน มาเข้าพบประธานาธิบดีโอบามาที่ห้องทำงานในทำเนียบขาว (ตามปกติแล้ว McChrystal ต้องประชุมกับทีมงานของประธานาธิบดีทุกเดือน โดยผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า McChrystal จะเป็นฝ่ายลาออกกับประธานาธิบดีเอง</p>
<p>รัฐบาลโอบามาถูกวิจารณ์เรื่องประสิทธิภาพของการทำงานในอัฟกานิสถานมานาน และการวิจารณ์รัฐบาลพลเรือนจากฝ่ายทหารมักไม่ค่อยเกิดบ่อยนัก วิกฤตศรัทธาครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากของโอบามา ไม่ว่าจะปลด McChrystal หรือไม่ การตัดสินใจย่อมมีผลสะเทือนต่อรัฐบาลโอบามาอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="http://www.rollingstone.com/politics/news/17390/119236">บทสัมภาษณ์ในนิตยสาร Rolling Stones</a></p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.google.com/hostednews/ap/article/ALeqM5jPjd-D4I9aiHfNdUlAOjDc35n3xwD9GH07080">AP</a>, <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/world/us_and_canada/10390435.stm">BBC</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/mcchrystal-criticize-usa-government/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำมันรั่วอ่าวเม็กซิโก: วิกฤตการณ์ของโอบามา วิกฤตการณ์ของ BP</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/oil-spill-obama-bp-crisis/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/oil-spill-obama-bp-crisis/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2010 04:37:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[แท่นขุดเจาะน้ำมันBP]]></category>
		<category><![CDATA[โอบามา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=7912</guid>
		<description><![CDATA[วิกฤตการณ์น้ำมันรั่วจากแท่นขุดเจาะ Deepwater Horizon ของบริษัท BP ในอ่าวเม็กซิโก กลายเป็นปัญหาการเมืองอันสลับซับซ้อน และส่งผลสะเทือนต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีบารัก โอบามา เสียแล้ว


หน้าปกของ The Economist ฉบับล่าสุด เล่นประเด็น BP และโอบามา
โอบามาปล่อยให้ BP เป็นผู้ดำเนินการทำความสะอาดคราบน้ำมันมาเป็นเวลาเดือนเศษ ซึ่งผลคือ BP ไม่สามารถทำงานนี้ได้สำเร็จ แนวทางนี้ทำให้โอบามาถูกวิจารณ์ว่าชักช้าและไม่สามารถแก้ปัญหาได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้โอบามาจะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำมันรั่วได้ (ซึ่งก็ไม่น่าจะมีใครทำได้โดยง่าย) แต่เขาก็ประสบความสำเร็จในการชักจูงให้ BP ยอมจ่ายค่าเสียหายมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์แล้ว นอกจากนี้ BP ยังประกาศหยุดจ่ายปันผลในปีนี้ และตั้งกองทุนช่วยเหลือพนักงานขุดเจาะอีก 100 ล้านดอลลาร์
น้ำมันที่แท่นขุดเจาะ Deepwater Horizon เริ่มรั่วมาตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน จากการประเมินของนักวิทยาศาสตร์คาดว่ามีน้ำมันรั่ววันละ 56,000-84,000 บาร์เรล ทำให้ตอนนี้กรณีของ Deepwater Horizon ถือเป็นปัญหาน้ำมันรั่วที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์
บริษัท BP มีประวัติด้านความปลอดภัยที่ไม่ค่อยดีนักในสหรัฐ ในปี 2005 มีกรณีโรงกลั่นน้ำมันในเท็กซัสระเบิด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิกฤตการณ์น้ำมันรั่วจากแท่นขุดเจาะ Deepwater Horizon ของบริษัท BP ในอ่าวเม็กซิโก กลายเป็นปัญหาการเมืองอันสลับซับซ้อน และส่งผลสะเทือนต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีบารัก โอบามา เสียแล้ว<br />
<span id="more-7912"></span></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-7914" title="20100619issuecovFE400" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/06/20100619issuecovFE400.jpg" alt="" width="400" height="527" /></p>
<p style="text-align: center;">หน้าปกของ The Economist ฉบับล่าสุด เล่นประเด็น BP และโอบามา</p>
<p>โอบามาปล่อยให้ BP เป็นผู้ดำเนินการทำความสะอาดคราบน้ำมันมาเป็นเวลาเดือนเศษ ซึ่งผลคือ BP ไม่สามารถทำงานนี้ได้สำเร็จ แนวทางนี้ทำให้โอบามาถูกวิจารณ์ว่าชักช้าและไม่สามารถแก้ปัญหาได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้โอบามาจะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำมันรั่วได้ (ซึ่งก็ไม่น่าจะมีใครทำได้โดยง่าย) แต่เขาก็ประสบความสำเร็จในการชักจูงให้ BP ยอมจ่ายค่าเสียหายมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์แล้ว นอกจากนี้ BP ยังประกาศหยุดจ่ายปันผลในปีนี้ และตั้งกองทุนช่วยเหลือพนักงานขุดเจาะอีก 100 ล้านดอลลาร์</p>
<p>น้ำมันที่แท่นขุดเจาะ Deepwater Horizon เริ่มรั่วมาตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน จากการประเมินของนักวิทยาศาสตร์คาดว่ามีน้ำมันรั่ววันละ 56,000-84,000 บาร์เรล ทำให้ตอนนี้กรณีของ Deepwater Horizon ถือเป็นปัญหาน้ำมันรั่วที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์</p>
<p>บริษัท BP มีประวัติด้านความปลอดภัยที่ไม่ค่อยดีนักในสหรัฐ ในปี 2005 มีกรณีโรงกลั่นน้ำมันในเท็กซัสระเบิด และปี 2006 ท่อน้ำมันในอลาสการั่ว จากกรณี Deepwater Horizon ทำให้คนอเมริกาเริ่มบอยคอตสินค้าจาก BP และกลุ่มผู้ต่อต้าน BP ใน Facebook มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 600,000 ราย ราคาหุ้นของ BP นับตั้งแต่เกิดปัญหาร่วงลงไปอย่างฮวบฮาบ และมูลค่าบริษัทของ BP ตามราคาตลาดลดลงไป 89 พันล้านดอลลาร์</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-7913" title="bp" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/06/bp.png" alt="" width="600" /></p>
<p style="text-align: center;">ราคาหุ้นของ BP นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2009 (ภาพจาก Yahoo! Finance)</p>
<p>BP คงทำอะไรไม่ได้มากนักในกระแสการต่อต้านที่รุนแรงขนาดนี้ สิ่งที่ BP ต้องทำคือประคองตัวและทำตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐอย่างเคร่งครัดเท่านั้น ความเสียหายในด้านตัวเงินและค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ความเสียหายด้านภาพลักษณ์อาจมีผลกระทบรุนแรงต่อการทำธุรกิจของ BP ในอเมริกา จนอาจต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์หรือถึงขั้นถอนตัวจากอเมริกาไปเลย</p>
<p>ในอีกด้าน ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าทำงานช้า โดยเฉพาะจากพรรครีพับลิกันและสื่อที่ต้านโอบามาอย่างเครือ FOX ที่ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ทางการเมือง โอบามาออกสุนทรพจน์สำหรับเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในสุนทรพจน์ยอดแย่ของเขา นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าโอบามาใช้เวลาว่างในวันหยุดไปตีกอล์ฟกับรองประธานาธิบดี ซึ่งส่งผลติดลบต่อคะแนนนิยมของเขาที่เริ่มตกลงมาตั้งแต่ต้นปี 2010 เช่นกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่านี่อาจเป็นโอกาสของโอบามาในการจัดระเบียบอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ เช่นเดียวกับที่โอบามาปฏิรูประบบสุขภาพของสหรัฐมาแล้ว ซึ่งได้รับเสียงต่อต้านอย่างรุนแรงในช่วงแรกเช่นกัน แต่สุดท้ายก็สามารถผ่านการอนุมัติจากสภามาได้</p>
<p>เรียบเรียงจาก <a href="http://www.economist.com/node/16377269?story_id=16377269&amp;source=most_commented">The Economist</a> และ <a href="http://www.newsweek.com/2010/06/18/criticism-in-an-age-of-disproportion.html">Newsweek</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/oil-spill-obama-bp-crisis/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คีร์กิซสถานใต้เงื้อมเงารัสเซีย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/kyrgyzstan-under-russia-shadow/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/kyrgyzstan-under-russia-shadow/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Jun 2010 21:37:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Foreign Affairs]]></category>
		<category><![CDATA[headline1]]></category>
		<category><![CDATA[geopolitics]]></category>
		<category><![CDATA[คีร์กิสถาน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิรัฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[รัสเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=7882</guid>
		<description><![CDATA[ไม่มีห้วงเวลาไหนจะเหมาะสมสำหรับรัสเซียเท่ากับช่วงปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว ในการขยายกรงเล็บแห่งอำนาจจากเครมลินเข้าครอบงำประเทศอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตทั้งหลาย ด้วยความจำเป็นเชิงภูมิรัฐศาสตร์ รัสเซียจะต้องหาทางขยายเขตแนวป้องกันให้ห่างจากมอสโคว์ออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้



รัสเซียกำลังฉวยโอกาสขยายอิทธิพล แผ่ปกคลุมประเทศสมาชิกอดีตสหภาพโซเวียตเดิม ที่มา stratfor.com

ประเทศสามพี่น้องแถบทะเลบอลติคกำลังหวาดหวั่นการแผ่อำนาจของรัสเซีย เบลารุสนั้นไม่ต้องพูดถึงพวกเขาอิงแอบอำนาจเครมลินมานานแล้ว ส่วนยูเครน รัสเซียใช้ทั้งการเมืองท่อก๊าซธรรมชาติ และการแทรกแซงภายใน เพื่อบีบให้รัฐบาลเอียงตะวันตกอย่างยูเชนโก้ต้องเสียสมดุล 
ในแถบคอเคซัส รัสเซียก็มีแผนจะแทรกแซงโดยผ่านการใช้ชนกลุ่มน้อยชาวรัสเซีย (ที่เป็นชนกลุ่มใหญ่ใน แคว้นออสเซเทียใต้ในจอร์เจีย) โดยการอ้างว่าเป็นความจำเป็นที่จะต้องดูแลชนเชื้อชาติเดียวกัน
ส่วนประเทศในแถบเอเชียกลางนั้น รัสเซียเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะเขี่ยอิทธิพลของสหรัฐฯ ออกจากหลังบ้านของตนเอง โดยเฉพาะ ที่ฐานทัพมานาส ในคีร์กิสถาน ที่รัสเซียยินยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพเพื่อส่งกำลังบำรุงทางอากาศให้กับกองกำลังสหรัฐฯ และนาโต้ เข้าปฏิบัติการในประเทศอัฟกานิสถานมานานเกินไปแล้ว เพราะยิ่งอยู่สหรัฐฯไม่เพียงแต่ใช้ฐานทัพแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร แต่กลับใช้แผ่อิทธิพลของตนเข้าสู่เอเชียกลางอีกด้วย
อาศัยจังหวะที่สหรัฐฯ ติดหล่มสงครามกับการจัดระเบียบตะวันออกกลาง และโดยเฉพาะยุทธการปิดล้อมอิหร่าน รวมถึงปัญหาทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เอง สหรัฐฯ จะไม่มีเวลามาสนใจการระวังป้องกันรัสเซียอีก (ไม่นับที่สหรัฐฯ จำใจต้องหลับตาข้างหนึ่ง เพื่อแลกกับแรงสนับสนุนรัสเซียในสภาความมั่นคงสหประชาชาติ ในการบอยคอตอิหร่าน)
เมื่อปีกลาย อดีตประธานาธิบดีบาคิเยฟ ระบุว่าจะไม่ต่อสัญญาการเช่าฐานทัพอากาศมานาส ของสหรัฐฯให้อีกต่อไป ท่ามกลางความปิติยินดีของรัสเซียที่สหรัฐฯจะได้ไปพ้นหลังบ้านของตนเสียที แต่ครั้นพอสหรัฐฯ ยอมจ่ายผลประโยชน์ดังเช่นเพิ่มค่าเช่าฐานทัพให้กับคีร์กิสถาน บาคิเยฟเบี้ยวข้อตกลงกับเครมลิน นั่นทำให้เขาต้องชดใช้ด้วยตำแหน่งประธานาธิบดี


การปฏิวัติสีเพื่อโค่นรัฐบาลอดีตประเทศสหภาพโซเวียต ที่มีฝีมือ NGO โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กร OSI ของจอร์จ โซรอส อยู่เบื้องหลัง : ที่มา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่มีห้วงเวลาไหนจะเหมาะสมสำหรับรัสเซียเท่ากับช่วงปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว ในการขยายกรงเล็บแห่งอำนาจจากเครมลินเข้าครอบงำประเทศอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตทั้งหลาย ด้วยความจำเป็นเชิงภูมิรัฐศาสตร์ รัสเซียจะต้องหาทางขยายเขตแนวป้องกันให้ห่างจากมอสโคว์ออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้<br />
<span id="more-7882"></span><br />
<center><br />
<img src="http://www.stratfor.com/mmf/121974"><br />
<font color=green>รัสเซียกำลังฉวยโอกาสขยายอิทธิพล แผ่ปกคลุมประเทศสมาชิกอดีตสหภาพโซเวียตเดิม ที่มา stratfor.com</font><br />
</center></p>
<p>ประเทศสามพี่น้องแถบทะเลบอลติคกำลังหวาดหวั่นการแผ่อำนาจของรัสเซีย เบลารุสนั้นไม่ต้องพูดถึงพวกเขาอิงแอบอำนาจเครมลินมานานแล้ว ส่วนยูเครน <a href="http://www.siamintelligence.com/russia-pm-warns-ukraine-of-gas-cut/">รัสเซียใช้ทั้งการเมืองท่อก๊าซธรรมชาติ และการแทรกแซงภายใน</a> เพื่อบีบให้รัฐบาลเอียงตะวันตกอย่างยูเชนโก้ต้องเสียสมดุล </p>
<p>ในแถบคอเคซัส <a href="http://www.siamintelligence.com/georgias-top-defense-officers-arrested-coup-continuing/">รัสเซียก็มีแผนจะแทรกแซงโดยผ่านการใช้ชนกลุ่มน้อยชาวรัสเซีย</a> (ที่เป็นชนกลุ่มใหญ่ใน แคว้นออสเซเทียใต้ในจอร์เจีย) โดยการอ้างว่าเป็นความจำเป็นที่จะต้องดูแลชนเชื้อชาติเดียวกัน</p>
<p>ส่วนประเทศในแถบเอเชียกลางนั้น รัสเซียเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะเขี่ยอิทธิพลของสหรัฐฯ ออกจากหลังบ้านของตนเอง โดยเฉพาะ <a href="http://www.siamintelligence.com/obama-says-us-is-losing-war-in-afghanistan-and-hints-at-taleban-talks/">ที่ฐานทัพมานาส</a> ในคีร์กิสถาน ที่รัสเซียยินยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพเพื่อส่งกำลังบำรุงทางอากาศให้กับกองกำลังสหรัฐฯ และนาโต้ เข้าปฏิบัติการในประเทศอัฟกานิสถานมานานเกินไปแล้ว เพราะยิ่งอยู่สหรัฐฯไม่เพียงแต่ใช้ฐานทัพแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร แต่กลับใช้แผ่อิทธิพลของตนเข้าสู่เอเชียกลางอีกด้วย</p>
<p>อาศัยจังหวะที่สหรัฐฯ ติดหล่มสงครามกับการจัดระเบียบตะวันออกกลาง และโดยเฉพาะ<a href="http://www.siamintelligence.com/not-just-afghanistans-fate/">ยุทธการปิดล้อมอิหร่าน</a> รวมถึงปัญหาทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เอง สหรัฐฯ จะไม่มีเวลามาสนใจการระวังป้องกันรัสเซียอีก (ไม่นับที่สหรัฐฯ จำใจต้องหลับตาข้างหนึ่ง เพื่อแลกกับแรงสนับสนุนรัสเซียในสภาความมั่นคงสหประชาชาติ ในการบอยคอตอิหร่าน)</p>
<p>เมื่อปีกลาย อดีตประธานาธิบดีบาคิเยฟ ระบุว่าจะไม่ต่อสัญญาการเช่าฐานทัพอากาศมานาส ของสหรัฐฯให้อีกต่อไป ท่ามกลางความปิติยินดีของรัสเซียที่สหรัฐฯจะได้ไปพ้นหลังบ้านของตนเสียที แต่ครั้นพอสหรัฐฯ ยอมจ่ายผลประโยชน์ดังเช่นเพิ่มค่าเช่าฐานทัพให้กับคีร์กิสถาน บาคิเยฟเบี้ยวข้อตกลงกับเครมลิน นั่นทำให้เขาต้องชดใช้ด้วยตำแหน่งประธานาธิบดี</p>
<p><center><br />
<img src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/c5/Color_Revolutions_Map.png"><br />
<font color=green>การปฏิวัติสีเพื่อโค่นรัฐบาลอดีตประเทศสหภาพโซเวียต ที่มีฝีมือ NGO โดยเฉพาะอย่างยิ่ง<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Colour_revolution#Soros_foundation_and_U.S._influence">องค์กร OSI ของจอร์จ โซรอส</a> อยู่เบื้องหลัง : ที่มา &#8211; <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Colour_revolution">วิกิพีเดีย</a></font><br />
</center></p>
<p>เมื่อสหรัฐฯ ใช้การปฏิวัติสีเพื่อโค่นรัฐบาลอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตลงจากอำนาจได้อย่างไร เครมลินก็ใช้วิธีเดียวกันย้อนรอยได้อย่างนั้น อดีตประธานาธิบดี อคาเยฟ ถูกโค่นลงจากอำนาจด้วยการปฏิวัติทิวลิป ในทำนองเดียวกัน อดีตประธานาธิบดี บาคิเยฟ ก็ถูกโค่นลงจากอำนาจในเดือนเมษายน 2553 ในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่คอรัปชั่น และเผด็จอำนาจ</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/06/kyrgystan_leaders.png"><br />
<font color=green>สามผู้นำคีร์กิสถาน : จากซ้ายสุด อคาเยฟ, คนกลาง บาคิเยฟ และคนขวาสุดรักษาการผู้นำคนปัจจุบัน นางโอตุนบาเยวา</font><br />
</center></p>
<p>แต่บาคิเยฟไม่ใช่หมูในอวย ช่วง 5 ปีที่เขาขึ้นครองอำนาจต่อจากอคาเยฟ เขาสั่งสมกำลังในรัฐบาล และฐานมวลชนสนับสนุน โดยเฉพาะแถบทางตอนใต้ของประเทศคีร์กิสถาน ซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ยากจนกว่าทางตอนเหนือของประเทศ อันเป็นที่ตั้งของนครหลวงบิชเค็ก</p>
<p>มีรายงานว่าหลังจากถูกโค่นจากอำนาจ เขากล่าวกับคนใกล้ชิดว่าจะ &#8220;โค่นรัฐบาลปัจจุบันลง&#8221; และมีผู้พบเห็นชายลึกลับใช้อาวุธยิงเข้าไปในเมือง ออช และ จาลาลอาบัด เพื่อหวังให้เกิดการจราจลขึ้น</p>
<p><center><br />
<a href="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/d/d5/Central_Asia_Ethnic_en.svg/2000px-Central_Asia_Ethnic_en.svg.png"><img src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/d/d5/Central_Asia_Ethnic_en.svg/500px-Central_Asia_Ethnic_en.svg.png"></a><br />
<font color=green>ภาพแสดงถิ่นฐานของชาติพันธ์ต่างๆ ในเอเชียกลาง (คลิ้กเพื่อดูภาพใหญ่) , ที่มา <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Demography_of_Central_Asia">wikipedia</a></font><br />
</center></p>
<p>ทั้งสองเมืองอยู่ใกล้เขตหุบเขาเฟอร์กานานี้มีคนกลุ่มน้อยเชื้อชาติอุซเบกอาศัยอยู่มาก คนคีร์กิสและอุซเบกในคีร์กิสถานตอนใต้นี้มีเรื่องกระทบกระทั่งกันมาหลายครั้งแล้ว นี่ยังไม่นับที่อุซเบกิสถานส่งหน่วยข่าวกรองเข้าไปปะปนกับคนเชื้อสายอุซเบกในทั้งสองเมืองเป็นจำนวนมาก</p>
<p><center><br />
<object width="480" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/3uI9sy-YDBM&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/3uI9sy-YDBM&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="385"></embed></object><br />
</center></p>
<p>การก่อความวุ่นวายได้ผล คนคีร์กิส และคนอุซเบก เกิดการต่อสู้กันและจราจลโดยเฉพาะในสองเมืองใหญ่นั้น ว่ากันว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจำนวน 200 รายในทั้งสองเมือง เป็นตัวเลขการรายงานที่น้อยกว่าความเป็นจริงมาก เพราะประชาชนส่วนใหญ่ทั้งสองเมืองนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งเชื่อว่าคงจะมีเป็นจำนวนมากที่ต้องทำพิธีศพตามศาสนาโดยไม่ได้มีการรายงานผู้เสียชีวิตให้กับทางการ </p>
<p><center><br />
<img width=600 height=400 src="http://inapcache.boston.com/universal/site_graphics/blogs/bigpicture/kyrg_06_18/k10_23880449.jpg"><br />
<font color=green>ทหารอุซเบกิสถาน กำลังให้ความช่วยเหลือผู้อพยพเชื้อสายอุสเบกจากคีร์กิสถานที่เขตพรมแดน, ที่มา &#8211; <a href="http://www.boston.com/bigpicture/2010/06/ethnic_attacks_in_kyrgyzstan.html">BOSTON Big picture</a></font><br />
</center></p>
<p>เด็กและผู้หญิงนับแสนรายตอนนี้อยู่ในค่ายผู้อพยพที่ชายแดนของอุซเบกิสถาน และทางการอุซเบกิสถานระบุไม่สามารถรับผู้อพยพเพิ่มเติมได้อีก พร้อมทั้งสั่งปิดพรมแดน ทำให้ผู้อพยพชาวอุสเบกอีกสองแสนรายต้องถูกทิ้งให้ผจญชะตากรรมอยู่ในเขตคีร์กิสถานต่อไป ผู้ชายชาวอุซเบกหลายราย ยอมกลับไปหาทางป้องกันทรัพย์สินและบ้านเรือนของตนเอง แม้ว่านั่นจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม</p>
<p>นางโรซ่า โอตุนบาเยวา อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ในรัฐบาลบาคิเยฟ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการ ยอมรับว่ากองทัพของเธอไม่สามารถจะดูแลสถานการณ์ได้อีกต่อไป เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากรัสเซียให้ช่วยส่งกำลังเข้ามารักษาสถานการณ์ทางตอนใต้ของประเทศ </p>
<p>แม้รัสเซียจะยินดีที่ส่งกำลังเข้ามาดูแลความสงบให้ แต่พวกเขาก็ต้องระมัดระวังว่าจะไม่ทำให้อุซเบกิสถานมองว่าเป็นควาพยายามใช้กำลังทหารของรัสเซียเข้าครอบงำเอเชียกลาง หากไม่เช่นนั้นอุซเบกิสถานอาจฉวยโอกาสเปิดศึกเข้าควบคุมพื้นที่ของคีร์กิสถานที่มีประชากรชาวอุซเบกอยู่ในทางตอนใต้เสียเอง</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/06/central_asia_contries_comparison.png"><br />
<font color=green>เทียบศักย์อำนาจของประเทศในเอเชียกลาง : อุซเบกิสถานไม่หมู</font><br />
</center></p>
<p>แม้หากเปิดสงครามเต็มรูปแบบเข้าจริงๆ รัสเซียจะชนะอุซเบกิสถานได้ในที่สุดก็ตาม แต่หากสงครามขยายตัวออกไปจะไม่เป็นผลดีกับรัสเซีย รัสเซียยังจำฝันร้ายเมื่อคราวที่ตนพยายามเข้าไปแทรกแซงสงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถานเพื่อช่วยสนับสนุนรัฐบาลนิยมโซเวียตในอดีตได้ จนทำให้ต้องติดหล่มสงครามอัฟกัน (เหมือนที่สหรัฐฯประสบอยู่ในขณะนี้) และที่สุดต้องถอนตัวออกไปอย่างบอบช้ำ</p>
<p>อุซเบกิสถานเป็นประเทศที่ถือว่ามีกำลังพอตัวในย่านเอเชียกลาง หากจำต้องทำสงครามระยะส่งกำลังบำรุงของอุซเบกิสถานห่างพรมแดนคีร์กิสถานเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ในขณะที่เส้นทางของรัสเซียอยู่ห่างออกไปเป็นพันๆกิโลเมตร </p>
<p>ตอนนี้รัสเซียจึงทำเพียงส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยกึ่งทหารเข้ามาดูแลฐานทัพของตนที่ตอนเหนือของคีร์กิสถาน และกำลังพูดคุยกับทั้งอุซเบกิสถาน และคีร์กิสถานให้ส่งกำลังทหารเข้ามารักษาความสงบภายใต้ข้อตกลง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Collective_Security_Treaty_Organisation">Collective Security Treaty Organization (CSTO)</a> ซึ่งเป็นสนธิสัญญาร่วมมือทางทหารแบบเดียวกับ NATO ซึ่งกระทำร่วมกันระหว่าง อาร์เมเนีย, เบลารุส, คาซัคสถาน, คีร์กิสถาน, รัสเซีย และ ทาจิกิสถาน</p>
<p><center><br />
<img alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/a/a1/Nikolay_Bordyuzha_CSTO_chief.jpg/220px-Nikolay_Bordyuzha_CSTO_chief.jpg" width="220" height="299" /><br />
<font color=green>นิโคไล บอร์ดียูชา เลขาธิการ CSTO, ที่มา &#8211; <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Nikolay_Bordyuzha">วิกิพีเดีย</a></font><br />
</center></p>
<p>นายพล นิโคไล บอร์ดียูชา เลขาธิการ CSTO ระบุเขาจะยังไม่ส่งกำลังทหารเข้าไปในคีร์กิสถาน โดยแผนขั้นแรกของพวกเขาจะช่วยส่งยุทโธปกรณ์อย่างเช่น เฮลิคอปเตอร์ และ เครื่องบินลำเลียง เข้าไปเท่านั้น แต่ในแผนขั้นต่อไปอาจเป็นไปได้ว่าจะมีการส่งผู้เชี่ยวชาญในด้านการ &#8216;จัดการ&#8217; กับความไม่สงบเข้าไปด้วย</p>
<p><center><br />
<img src="http://web.stratfor.com/images/fsu/map/6-17-10-Freghana-Valley_800.jpg?fn=1916530275"><br />
<font color=green>แผนส่งกำลังทหารของฝ่ายต่างๆ ในหุบเขาเฟอร์กานา, ที่มา &#8211; Stratfor</font><br />
</center></p>
<p>โอกาสอยู่ข้างรัสเซียแล้ว แต่พวกเขาจะต้องเดินหมากอย่างระมัดระวังเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นแทนที่จะขยายพื้นที่ buffer state ได้ตามคิด อาจตกหล่มสงครามแทนก็เป็นไปได้</p>
<p>เรียบเรียงจาก : &#8211; <a href="http://www.stratfor.com/weekly/20100614_kyrgyzstan_crisis_and_russian_dilemma">The Kyrgyzstan Crisis and the Russian Dilemma</a>, <a href="Kyrgyzstan: CSTO Will Not Deploy Peacekeepers">Kyrgyzstan: CSTO Will Not Deploy Peacekeepers</a> และ The Economist</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/kyrgyzstan-under-russia-shadow/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
