เที่ยวน้ำตกเมืองปากซ่อง
February 26, 2010
สวัสดีครับ
หลังจากที่เราพักผ่อนมาทั้งคืน ผมตื่นมาด้วยความสดชื่น ก่อนปั่นจักรยานออกไปหาอะไรในตลาดทาน รอรถของพี่ชัยและคณะที่ออกไปทำธุระแต่เช้า เรากลับเข้ามาที่บ้านลุงพรซักเสื้อผ้าเก็บข้าวเก็บของ ไม่นานนักรถของพี่ชัยและคณะก็มาถึง เรารีบยกจักรยานขึ้นกระบะหลัง รถกระบะเคลื่อนออกจากตัวเมืองปากเซมุ่งหน้าลงใต้ไปเมืองปากซ่อง
เมืองปากซ่องอยู่ห่างจากเมืองปากเซประมาณ50กิโลเมตร เมืองปากซองอยู่สูงกว่าเมืองปากเซมาก ถนนที่มุ่งหน้าไปปากซ่องนั้นดูไม่ชันมากนักแถมไม่มีเหวไม่มีหน้าผาไม่มียอด เขาเหมือนกันขึ้นภูเขาอื่นๆทั่วไปขับรถ ถ้านั่งอยู่บนรถแบบไม่สังเกตุจะไม่รู้เลยว่ากำลังขึ้นสู่ที่สูง แต่หากขับรถไปได้ซักพักจะรู้สึกเลยว่ารถกำลังไต่ระดับขึ้นภูเขาไปเรื่อยๆ เพราะรถจะอืดและเสียงเครื่องยนต์จะดังเพราะใช้พลังงานมากเป็นพิเศษ รถขับมาได้ซักพักเราเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมาเรื่อยๆ เดาว่าคงใกล้ถึงเมืองปากซ่องเต็มที
พี่ชัยจอดรถหน้าร้านขายอะไหล่แห่งหนึ่ง ก่อนถึงตัวเมืองปากซ่องประมาณ 10 กิโลเมตร คณะของแกมีธุระต้องทำที่นี่ เราสองคนจึงขอลงตรงนี้ พี่ชัยแนะนำเส้นทางและน้ำตกที่สำคัญๆสองสามแห่ง ซึ่งเป็นทางผ่านก่อนจะลงไปถึงเมืองปากเซ ผมโบกมือลาก่อนบอกว่าเดี๋ยวเจอกันที่บ้านพักคืนนี้

เราปั่นจักรยานลงไปเส้นทางเดิม อากาศที่นี่หนาวเย็นจนเราแปลกใจ เมฆฝนตั้งเค้าบดบังแสงอาทิตย์จนหมด ผมจับดูปรอทที่ติดอยู่ที่จักรยานบอกอุณหภูมิ20องศากำลังเย็นแบบพอดี การขับขี่ก็สบายมากๆ เพราะถนนเส้นนี้ลงอย่างเดียวไม่มีขึ้น เราปล่อยให้รถไหลลงมาตามทางเรื่อยๆ ออกแรงปั่นช่วยบ้างเพื่อเพิ่มความเร็วให้รถจักรยาน บางช่วงจักรยานของเราสามารถทำความเร็วได้ถึง50กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านโค้ง ลงเนินลูกแล้วลูกเล่า ทั้งตื่นเต้นทั้ง หวาดเสียว นับว่าเป็นการปั่นจักรยานที่สนุกและผ่อนคลายมากหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาหลาย วันแล้ว
ตลอดเส้นทางระหว่างที่เราปั่นมาจะพบไร่กาแฟเล็กๆเรียงรายอยู่เต็มไปหมด สองข้างทาง วิวสองข้างทางเพลินจนเราลืมเหนื่อย เราเริ่มแวะน้ำตกแรกที่พี่ชัยบอกว่าสวยที่สุดคือตาดเยือง ทางเข้าตาดเยืองเป็นทางลูกรัง ทำเอาเราหัวสั่นหัวคลอนกว่าจะเข้าไปถึงทางลงน้ำตก ระหว่างที่หาทำเลจอดจักรยาน เราสองคนก็ได้ยินเสียงน้ำตกกระทบน้ำเบื้องล่าง ทำเอาผมตื่นเต้น เพราะเสียดังใช้ได้เลย ผมไม่เคยเห็นหน้าค่าตาตาดเยืองมาก่อน แล้วน้ำตกที่ดังๆของที่นี่ก็เห็นจะเป็นตาดฟานกับตาดผาส้วม แต่ก็ตัดสินใจไปตามคำแนะนำของพี่ชัย แม้จะแอบสงสัยเล็กๆว่า มันจะสวยจริงหรือเปล่าวะ ระหว่างทางเดินลงไปเราเดินสวนกับฝรั่งสองคน ที่กำลังใส่เสื้อกันฝน ผมยังแอบแซวอยู่ว่าแค่จะไปดูน้ำตก ทำไมต้องใส่เสื้อกันฝนด้วยวะ แต่พอเดินลงไปถึงได้เข้าใจ ข้างหน้าผมเป็นสายน้ำที่ล่วงหล่นลงทางน้ำข้างล่าง เสีงน้ำดังกระฮึ่มไปทั่ว สายน้ำถูกลมพัดพามาโดนหน้าผมทำเอาสดชื่นดีทีเดียว แต่ไม่นานนัก ตัวผมก็เปียกโชกไปด้วยสายน้ำที่ลมพัดมา เราชมความงาม อยู่สักพัก แม้เนื้อตัวจะเปียกโชก แต่ก็ไม่ยอมกลับขึ้นไปสักที เพราะน้ำตกนี้สวยสมคำโฆษณาของพี่ชัยเค้าจริงๆ แต่จะสวยที่สุดหรือเปล่าไม่รู้เพราะผมเพิ่งมาเห็นแค่น้ำตกเดียว

ระหว่างที่เราสองคนเดินกลับขึ้นไปข้างบน อยู่ๆฝนก็ตกลงมาซะงั้น เรารีบวิ่งหลบฝนกันแทบไม่ทัน รอไม่นานฝนก็ซาลง เราจึงตัดสินใจขี่จักรยานฝ่าฝนออกไป ทางลูกรังเส้นเดิมยิ่งเละเทะกว่าเดิม เรากลับสู่ถนนสายเดิม ปั่นฝ่าสายฝนม่นานก็มาถึงทางเข้าตาดฟานที่โด่งดัง ทางเข้าตาดฟานปั่นจักรยานสบายกว่ากัน เพราะเป็นทางเข้าไปสู่รีสอร์ตแห่งหนึ่งด้วย เราได้ยินเสียงน้ำดังมาแต่ไกล คราวนี้เสียงดังกว่าเดิมหลายเท่า เราเดินไปจุดชมวิวแต่ไม่ยักเห็นน้ำตก ได้ยินเพียงแต่เสียงน้ำกระหึ่มอยู่ข้างหน้า คราวนี้ข้างหน้าผมมีเพียงกลุ่มหมอกและไอน้ำสีขาว เป็นเพราะลมที่พัดพาเอาไอน้ำจากน้ำตกฟุ้งขึ้นมากลายเป็นม่านหมอกสีขาวเต็มไป หมด เราสองคนยืนลุ้นรอให้กระแสลมสงบลง เพื่อจะได้เห็นตาดฟานอันโด่งดังอยู่สักพักใหญ่ นักท่องเที่วหัวทองที่มาถึงพร้อมกับเรารอไม่ไหวจนต้องไปหาอะไรกินรอลมสงบ ส่วนเราสองคนยังรอลุ้นใจจดใจ ไม่นาน สายลมก็เปลี่ยนทิศทางทำให้เรา เห็นตาดฟานได้หน่อยนึง ก่อนสายลมจะพัดเอาไปน้ำมาปกคลุมไปทั่วอีก เรายืนลุ้นกันอยู่นานพอสมควรกว่าจะได้เห็นตาดฟานเต็มๆสองตา ตาดฟานนั้นยิ่งใหญ่กว่ากันเยอะ น้ำตกที่ล่วงหล่นจากเหวสูงลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง แต่ถึงยังไงซะ ผมก็ยกความงามให้ตาดเยืองว่าสวยที่สุดอยู่ดี

หลังจากนั้นเราก็ปั่นจักรยานออกไปกลับสู่ถนนเส้นเดิมมุ่งลงปากเซ ตั้งใจว่าจะแวะน้ำตกอีกสักสองแห่ง คราวนี้สายฝนหยุดไปแล้ว เหลือเพียงสายลมเย็นๆพัดมาประทะหน้าระหว่างที่ปั่ลงเขา คราวนี้ ผมกับไลลาผลัดกันถ่ายวีดีโอ บางช่วงเร็วจนผมแทบจับจักรยานไม่ทัน ทั้งวิวและสายลมเย็น ทำเอาเราเพลิดเพลินอยู่อึดใจใหญ่ จนผ่านทางเข้าน้ำตกไปโดยไม่รู้ตัว ระหวางทางเราแวะชิมสับปะรดทีเห็นวางขายอยู่สองข้างทาง สับปะรดที่นี่หวานชื่นใจมากจนเราต้องสั่งอีกลูก แม้ค้าก็ใจดีปอกให้เราทานสดๆ ผมและไลลายกให้สับปะรดที่นั่นว่าเป็นสับปะรดที่อร่อยที่สุดในโลก
ปั่นต่อมาอีกไม่นาน ท้องของเราสองคนเริ่มร้อง ตอนนี้ผมหิวจนตาลาย แต่ยังคิดอยู่ว่าจะไปหาอะไรกินที่ปากเซ เราปั่นกันเพลินจนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายแก่ๆ เรามาถึงทางเข้า ตาดผาส้วม อีกน้ำตกที่โด่งดัง แต่เป็นต้องเปลี่ยนใจเมื่อท้องเริ่มร้อง และเห็นทางเข้าที่ต้องขึ้นเนินเขา แล้วเข้าไปอีก 20 กิโลเมตร เราจึงตัดใจจากผาส้วมด้วยความเสียดาย และมุ่งหน้าลงไปปากเซเพื่อหาอะไรกินกันดีกว่า คราวนี้เส้นทางไม่สบายเหมือนตอนแรกแล้ว แดดเริ่มออก อุณหภูมิสูงขึ้น เส้นทางที่มีขึ้นเนินบ้าง และไม่มีวิวสองข้างทางให้ดูแล้ว เราสองคนก้มหน้าก้มตาปั่นจนมาถึงตัวเมือง เพื่อสั่งอาหารไทยจานใหญ่ราคาย่อมเยาว์เติมพลังงาน ก่อนกลับไปอาบน้ำอาบท่า พักแข้งขาที่เกสเฮาส์

ค่ำวันนั้นพี่ชัย พี่ดุ๋ย และพี่ตุ้ยกลับมาตอนค่ำๆ หลังจากคุยกันตามประสา พร้อมจิบเบียร์เย็น ส่วนไลลาที่เจอทั้งแดดทั้งลม หลับไปก่อนตั้งแต่หัวค่ำแล้ว คราวนี้พี่ชัยบอกว่ากำลังมุ่งหน้ากลับไปสะหวันนะเขต ผมจึงขออาศัยติดกลับไปด้วย คราวนี้ผมจะได้กลับไปเจอพี่ๆที่สะหวันนะเขต พร้อมกับไปวาดรูปเรือให้พี่ตุ้ยน้อย ที่ได้ข่าวว่ากำลังจะมีแข่งเรือหางยาวเร็วๆนี้ คืนนั้นผมนอนลับสนิทฝันดีไปด้วยความปลื้มปิติ ดีใจที่ได้เจอพวกพี่ๆใจดี ช่วงเวลาสั้นแต่มิตรภาพงอกงาม ที่ดีใจยิ่งกว่าที่รุ่งขึ้นผมจะกลับไปเจอพี่ๆที่สะหวัน ก่อนออกเดินทางพี่ชัยยังใจดีช่วยผมซื้อเสื้อไปอีกหนึ่งตัว
ผมกลับเข้านอน วันรุ่งขึ้นเราจะออกจากปากเซช่วงบ่ายๆ มุ่งหน้าสู่สะหวันนะเขต
อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ ระหว่างทางไปมอสโค
เรื่องย้อนหลัง วิถีบนเกาะ
อาจิณโจนาธาน : วิถีบนเกาะ
February 19, 2010
วันนี้เราปั่นกันมาทั้งวันตั้งแต่เช้าจนสี่โมงเย็น แต่ระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตรแถมยังต้องปั่นกลางแดดที่ร้อนระอุ ทำให้ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงดอนเดดได้ง่ายๆ ผมเริ่มวิตกกังวลกับการหาที่พัก เพราะถ้าผมมาคนเดียวคงไม่เป็นเรื่องลำบากนักที่ผมจะนอนเต้นท์ แต่เมื่อเดินทางกันสองคนความปลอดภัยของผู้หญิงควรจะมาก่อน จะกางเต้นท์นอนกลางป่าสุ่มสี่สุ่มห้าคงไม่ดีนัก
ผมเริ่มมองหาหนทางที่จะไปให้ถึงดอนเดดให้ทันในคืนนี้ ผมเริ่มโบกรถซึ่งปกติก็มีอยู่น้อยแล้วบนถนนหมายเลข 13 นี้ซึ่งนานๆจะผ่านมาทีซักคัน หลายคันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป คันแล้วคันเล่าไม่ยอมจอดรับ จนผมเกือบจะถอดใจ พอดีมีรถบรรทุกคันเล็กคันนึงด้านหลังบรรทุกน้ำดื่มมาเต็ม ซึ่งมุ่งหน้าลงใต้ไปทางเดียวกันพอดีขับชะลอๆมาใกล้ๆพวกเรา พี่แกไม่พูดพล่ามทำเพลงเมื่อรถจอดสนิทไต่ถามเสร็จแกก็รีบมายกรถจักรยานเรา ทั้งคู่ขึ้นวางเบียดเสียดกับถังน้ำท้ายกระบะรถ ผมกับไลลากระโดขึ้นนั่งข้างหลังจับรถด้วยความเป็นห่วง รถวิ่งมาเกือบชั่วโมงแกบอกว่าให้เราลงตรงนี้ ปั่นต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงก็จะถึงท่าเรือที่จะข้ามไปดอดเดด ไม่ทันร่ำลากันเป็นเรื่องเป็นราวพี่แกก็เลี้ยวซ้ายหายเข้าไปบนถนนลูกรัง
Read more
Practical Radio ตอนที่ 13 ความงามหรู: กลยุทธ์ SMEs เพื่อกู้วิกฤตเศรษฐกิจไทย
February 17, 2010
“สินค้าหรู” ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Ferrari, Armani ล้วนแต่ได้รับความเข้าใจที่ผิดพลาดจากคนไทย จึงทำให้พลาดโอกาสในการที่เศรษฐกิจไทยจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการประยุกต์ใช้ “กลยุทธ์แบรนด์หรู” เพื่อต่อยอดธุรกิจและติดอาวุธให้กับ SMEs ที่มีอยู่เต็มล้นประเทศไทย แต่ขาดศักยภาพและเงินทุนในการยกระดับธุรกิจ
1962 สิบสามวันอันตราย : เมื่อมนุษยชาติอยู่บนขอบเหวของการสูญสิ้นเผ่าพันธ์จากสงครามนิวเคลียร์
February 14, 2010
หนังเรื่อง Thirteen Days ของ เควิน คอสต์เนอร์ ช่วยให้เรารับทราบเบื้องหลังเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงสิ่งที่เรียกว่าหายนะของมนุษยชาติมากที่สุด
มันเป็นช่วงสิบสามวันอันตรายที่สุดของมนุษยชาติ หากประวัติศาสตร์เดินผิดพลาดไปเพียงจังหวะเดียว โลกเราคงไม่มีสภาพดังเช่นทุกวันนี้ เพราะชาติมหาอำนาจสองชาติจะทำสงครามนิวเคลียร์ต่อกัน
Read more
“นักเขียน” อาชีพที่เต็มไปด้วย “อิสรภาพ” ทางความคิด
February 9, 2010
การเขียนนวนิยาย เป็นความอิสระที่สุดในการนำเสนอความคิด
คุณสามารถเสนอความรู้และมุมมองใหม่ต่อโลก โดยไม่ต้องสนใจการอ้างอิงและความถูกต้องทางวิชาการ คุณสามารถนำศิลปะทุกอย่างมาใช้ได้โดยไม่ต้องคิดว่าเป็นของสำนักใด คุณสามารถเขียนถึงความรู้สึกซึ่งไม่สามารถจับต้องได้ ไม่สามารถนำไปเขียนในรูปแบบอื่นได้ (เช่น งานวิชาการที่ต้องตรวจสอบได้ งานสารคดีที่อาจเน้นความจริงที่สัมผัสได้ ฯลฯ) คุณมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือ เขียน เขียน และเขียนให้คนอ่านพึงพอใจ เขาอาจพอใจจากความสนุกสนานที่ได้จากเรื่องของคุณ หรืออาจพอใจความงาม ความอลังการ ความซาบซึ้งเมื่อได้อ่าน หรือแม้กระทั่งความจริงซึ่งคุณนำเสนอได้น่าสนใจ(มากกว่าบทความวิชาการอันแห้งแล้ง) ดังนั้น ความสามารถในการเขียนให้เข้าถึงหัวใจของมนุษยชาติย่อมทำให้งานของคุณเป็นที่นิยม
Guernica ศิลปะต่อต้านสงคราม
February 7, 2010
หากนับกันว่า ปาโบล ปิกัสโซ่ (Pablo Ruiz Picasso) จิตรกรชาวสเปน เป็นศิลปินที่มีพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์มากที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตามการยกย่องของนิตยสารไทม์แล้วไซร์ ภาพวาด Guernica ก็ถือเป็นภาพวาดที่สร้างชื่อเสียงให้กับปิกัสโซ่มากที่สุดในบรรดาคอลเล็กชั่นภาพวาดของเขา
ภาพ Guernica เกิดจากเหตุการณ์ที่กองทัพอากาศลุฟวัฟเฟ่ของนาซีเยอรมันที่ถูกส่งเข้าไปสนับสนุนนายพลฟรังโกได้บินไปทิ้งระเบิดถล่มหมู่บ้าน Guernica ของแคว้นบาสก์ในช่วงสงครามกลางเมืองของสเปน ในวันที่ 26 เมษายน 2480
Read more
ปากเซ จำปาสัก
January 19, 2010

ผมมาถึงปากเซจวนค่ำ กว่าจะหาที่พักได้ตะวันก็ตกดิน ผมได้ที่พักในราคาสองร้อยบาท ไม่เลวร้ายนักสำหรับสองคน น้าพรผู้เป็นเจ้าของเพิ่งกลับมาจากออสเตรเลียหลังจากไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น หลายสิบปี บ้านพักแกไม่ค่อยมีแขกชาวต่างชาตินัก จะมีแค่หนุ่มสาวลาวที่แวะมาใช้บริการห้องชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
สองคน……….ผมมาปากเซเพื่อจะรอรับไลลาที่กำลังเดินทางโดยรถไฟมาจากกรุงเทพ ไลลาบอกกับผมไว้นานแล้วว่าอยากมาเที่ยวลาวใต้ มาครั้งนี้เธอบอกว่าจะมาพร้อมกับจักรยานคู่ใจของเธอ ที่ลงทุนเปลี่ยนยาง อาบน้ำ ขัดตัวให้ใหม่จนน่าดูทีเดียว แม้มันจะไม่ใช่จักรยานราคาแพงอะไร แต่ไลลาก็ดูแลมันอย่างดี

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมปั่นจักรยานถามหาท่ารถที่จะมาจากฝั่งอุบลราชธานี ผมไปถึงที่นั่นเร็วกว่าที่เรานัดกันไว้สองชั่วโมง ไม่ทันที่ผมจะได้รอรถบัสคันใหญ่ก็วิ่งเข้ามา เป็นอันว่าไลลาบอกเวลาผิด โชคดีที่ผมแวะมาดูก่อนไลลาแบกสัมภาระพะรุงพะรังลงมาจากรถ ทั้งกล้องถ่ายรูปทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค จักยาน กระเป๋าเสื้อผ้า ที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นไอพอดกับลำโพงเล็กๆที่ไปไหนมาไหนเธอมักจะพกติดตัว อยู่เสมอ
พูดถึงเรื่องเพลง เรามักจะเปิดเพลงเบาๆไว้เป็นเพื่อนอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่คลายเหงา แต่บางครั้งก็เพื่อความบันเทิง เพลงไหนร้องตามได้ก็ร้อง เพลงไหนร้องไม่ได้ก็ฟังไปก่อน พอเปิดซ้ำไปซ้ำมาสองสามรอบ เดี๋ยวก็พอฮัมได้เอง เรามีรสนิยมการฟังเพลงที่แตกต่างกันออกไปบ้าง บางครั้งเราต้องสลับกันเลือกเพลงที่จะเล่นคนละเพลง ผมจะชอบเพลงเก่า เพลงช้าๆเพราะๆ เนื้อหาสวยๆ เน้นเพลงไทยที่ร้องตามได้ ส่วนไลลาจะชอบฟังเพลงร็อคฝรั่งแบบหนักๆ เปิดทีต้องเปิดดังๆ ร้องได้บ้างไม่ได้บ้าง ผิดคีย์ผิดโทนบ้าง แต่ก็ถือเป็นการคลายเครียดที่เพลินไปอีกแบบ ในเครื่องเล่นmp3 ของผมจะมีเพลงอยู่ไม่มากมายนัก เนื่องจากความจุของมันไม่เท่าไหร่ พื้นที่ที่เหลือในหน่วยความจำผมต้องเก็บไว้ใช้ทำอย่างอื่น ผิดกับเครื่องไอพอดที่นำสมัยของไลลา ที่มีตั้งเพลงตั้งแต่เก่ายันใหม่หลายพันเพลง แถมด้วยมิวสิควีดีโอสำหรับดูเพื่อความบันเทิงอีกหลายสิบเพลง เวลาปั่นจักรยานผมมักจะยัดหูฟัง เปิดเพลงเบาๆ พร้อมกับร้องเพลงตามไปด้วย เพลงที่ผมกดฟังบ่อยมากที่สุดก็เห็นจะเป็นเพลง ชะตากรรม ของวงมาลีฮวนน่าเวอร์ชั่นเล่นสด ผมชอบเนื้อหาของเพลงนี้ แม้จะดูเศร้าไปนิด แต่ฟังแล้วซึ้งจับใจ เสียงของนักร้องเองก็เท่ห์ไม่เบามันทำให้ผมมีกำลังใจในการเดินทางเพิ่มขึ้น ทุกครั้งที่เปิดมัน ผมเริ่มฟังเพลงนี้ตั้งแต่ร้องไม่ได้ เปิดไปเปิดมาหลายรอบ จนเดี๋ยวนี้จำเนื้อร้องได้เกือบทุกท่อน ส่วนเพลงอื่นๆ อย่างของวง อพาทเมนต์คุณป้า สล็อตแมคชีน อัสนีย์วสันต์ ก็ถูกเปิดวนไปวนมาไม่น้อยเช่นกัน ขาดอยู่ก็เพียงวงคาราบาว ที่ปกติผมมักจะเปิดฟังขณะทำงานอยู่ทุกๆวัน แต่งวดนี้ดันไม่มีติดตัวมาซะงั้น



ช่วงบ่ายเราออกปั่นจักรยานรอบๆเมืองปากเซ ลัดเลาะไปตามริมแม่น้ำโขงและย่านต่างๆของเมือง
เมืองปากเซรอบรอบไปด้วยภูเขาสูง บ้านเมืองสงบเรียบร้อยไม่วุ่นวายเหมือนบ้านเรา เมืองนี้ เป็นเมืองท่าที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายจะต้องแวะพักก่อน จะมุ่งน่าลงไปชมความงามของเกาะแก่งต่างๆในแม่น้ำโขง อีกทั้งยังเป็นทางผ่านไปชมน้ำตกคอนพะเพงที่ลือชื่อ รอบๆเมืองปากเซยังมีน้ำตกอีกมากมายหลายแห่งที่สวยงามเป็นเสน่ห์ดึงดูดอีก อย่างหนึ่งของเมืองนี้

ในช่วงค่ำของแต่ละวัน จะมีรถบัสของนักท่องเที่ยวขนคนเข้าออกเมืองนี้มาจอดตรงใจกลางเมือง ซึ่งบริเวณนี้จะมีโรงแรม ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านอาหาร ร้านค้าบริการประเภทต่างๆตั้งอยู่มากมาย พอรถบัสจอด ฝรั่งหัวทองหัวดำก็จะเดินกางแผนที่หาที่พัก หาของกิน เป็นที่คึกคักของแม่ค้าแม่ขายแถวนั้น
เราอยู่ที่นั่นอีกคืนนึงก่อนเดินทางต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้นมีฝนตกลงมาตั้งแต่เช้ามืด เราไม่รีรอให้ฝนหยุดตก หลังจากล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้ว เรารีบเก็บสัมภาระขึ้นรถจักรยาน ปั่นออกไปท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ตกบ้างหยุดบ้าง มุ่งหน้าไปเมืองจำปาสักเมืองหลวงเก่าของแขวงจำปาสักก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น เมืองปากเซอย่างในปัจจุบัน เมืองเล็กๆแห่งนี้มีโบราณสถานที่สำคัญและเป็นแหล่งมรดกโลกอย่างวัดพู

ตลอดเส้นทางหมายเลข 13 ที่มุ่งหน้าสู่เมืองจำปาสัก เราเจอทั้งฝนทั้งลมทั้งแดด อีกทั้งสภาพถนนก็ยังไม่เรียบพอที่จะทำให้เราปั่นแบบสบายๆได้ เราต้องขึ้นเนิน ลงเนินอยู่บ่อยครั้ง ผมน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ดูจากสีหน้าของไลลาแล้วเพียงวันแรกที่ได้ปั่นผมก็ไม่คิดว่าเธอจะไปต่อไหว เนินบางลูกไลลาต้องลงเดินจูงรถ ผมก็ต้องปั่นช้าๆเพื่อไม่ให้ไลลาเหนื่อยมากนัก
ระหว่างทางเราต้องแวะพักกันอยู่ตลอดเวลา ทั้งทานข้าว ดื่มน้ำ พักแข้งพักขา ผมถือโอกาสอาบน้ำในลำคลองไปในตัว ชดเชยเมื่อเช้าที่รีบร่งมากไปหน่อยจนไม่ได้อาบน้ำ บริเวณนั้นมีเด็กๆชาวลาวกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ลำคลองในหน้าฝนน้ำจะหลากเป็นพิเศษ ไหลแรง แต่ก็สะอาดดีทีเดียว เราแวะกันจนหายเหนื่อย แต่ขนาดแวะพักกันบ่อยๆ ไลลาก็ดูไม่น่าจะปั่นไปถึงจำปาสักไหว
แต่ไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคาดนัก ไลลากัดฟันปั่นมาเกือบห้าสิบกิโลเมตร จนถึงริมแม่น้ำโขง ที่นี่เราต้องเอารถจักรยานขึ้นแพยนต์ ที่ชาวบ้านใช้เป็นทางสัญจรไปมาเพราะบริเวณนี้ยังไม่มีสะพาน แพยนต์ดขนาดใหญ่สามารถบันทุกได้ทุกอย่างตั้งแต่ วัว ควาย รถไถ รถตู้ รถโดยสาร แม้กระทั่งรถบรรทุก รถตู้ของนักท่องเที่ยวหลายคันเรียงรายกันอยู่บนแพ กว่าแพจะเต็ม เราต้องรอซักพัก


เมื่อข้ามไปถึงฝั่งจำปาสัก เราตั้งใจที่จะหาบ้านพักก่อนที่จะปั่นจักรยานต่อไปที่วัดพู เราได้ห้องพักราคาหนึ่งร้อยยี่สิบบาท สภาพห้องแม้จะไม่ดีมากนักแต่ก็ไม่สกปรกเท่าไหร่ อีกทั้งบรรยากาศที่นี่ก็สวยและสงบ มีเฉลียงสำหรับทานข้าวยื่นเข้าไปในแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวบางคนนอนหลับพักผ่อนพร้อมด้วยหนังสือเล่มบางๆอยู่บนเฉลียงนั้น เมื่อเก็บข้าวของ พักทานข้าว และพักผ่อนนิดหน่อยเราก็เดินทางต่อไปวัดพู

ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 8 กิโลเมตร ค่าเข้าชมคนละ 30000 กีบ ตกประมาณ 150 บาทไทยแต่ยังไม่ทันที่จะเข้าไปถึงตัววัดพูฝนก็ตกลงมาอย่างหนักจนเราเปียกโชค เราต้องหยุดพักที่ศาลาริมทางกว่าครึ่งชั่วโมงรอจนฝนซาลงหน่อย กว่าจะได้ขึ้นไปชมความงามของวัดพูก็เย็นแล้ว วัดพูมีสถาปัตยกรรมแบบขอมโบราณซึ่งเมื่อก่อนเป็นอาณาจักรที่ ยิ่งใหญ่ ลักษณะก็จะคล้ายๆเขาพระวิหาร แต่มีขนาดเล็กกว่า ทางขึ้นก็จะมีเสานางเรียงคล้ายๆกับปราสาทเขาพนมรุ้ง(แต่เล็กกว่า) เอาเป็นว่าเป็นเหมือนปราสาทลูกๆหลานๆของนครวัดก็แล้วกัน



วัดพูจัดเป็นเขตมรดกโลกที่สำคัญของชาวลาว ตัวปราสาทบางแห่งยังคงบูรณะอยู่ รายรอบทางเดินเต็มไปด้วยต้นจำปาขนาดใหญ่ เล่ากันว่ามี่อายุหลายร้อยปีทีเดียว หากเดินตามทางขึ้นไปด้านบน จะเจอปราสาทองค์สุดท้าย จากตรงนี้จะมองเห็นวิวเมืองจำปาสักจากมุมสูง และเห็นแม่น้ำโขงลิบๆจากที่นี่
เดินเล่นซักพักเราก็ปั่นจักรยานกลับ ยังไม่ทันจะถึงบ้านพัก เจ้ารถจักรยานผมก็ยางรั่วอีกแล้ว ผมนั่งเปลี่ยนข้างทาง มีเด็กๆมามุงดูอยู่สี่ห้าคน ผมใช้เวลาเปลี่ยนไม่นานเท่าไหร่ อาจจะเริ่มเซียน ในใจยังคิดว่า รั่วอีกก็ไม่เป็นไรตอนนี้เซียนแล้วโว้ย ปั่นมาได้ยังไม่ถึงห้านาที ฉิบหาย! รั่วอีกแล้ว อะไรกันนักหนานี่ รอบนี้ผมจูงเดินซะเลย ยังไงไปเปลี่ยนที่บ้านพักละกัน

หัวค่ำนั้นเรานั่งเล่นกันที่เฉลียงบ้านพักกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องเล่าการเดินทางซึ่งกันและกัน ชาวเกาหลีคู่นึ่งแนะนำที่พักให้เราที่ดอนเดด
บ้านพักนี้มีเมนูอาหารมากมาย ทั้งอาหารไทย ฝรั่ง อาหารพื้นเมือง โดยเฉพาะเมนูที่ทำจากปลาสดๆจากแม่น้ำโขงล้วนน่าลิ้มลองทั้งนั้น แต่สำหรับเราสองคนนั้นอาหารแต่ละมื้อคือข้าวผัดไข่ ซึ่งถูกที่สุดในบรรดาเมนูที่มีอยู่ในร้าน แถมยังได้เยอะขนาดที่หนึ่งคนกินไม่หมด มื้อต่อมาเราเลยสั่งแค่จานเดียวแล้วแบ่งกันกิน ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอต่อเราสองคน แถมรสชาดก็ไม่เลวซะด้วย

ใจจริงผมอยากจะนั่งเล่นอยู่ที่เฉลียงนั้นทั้งคืน บรรยากาศเงียบๆสงบๆแบบนี้เหมาะสำหรับการคิดไรไปเรื่อยเปื่อย แต่เราก็รีบเข้านอนกันตอนเกือบสี่ทุ่ม เก็บแรงไว้สำหรับปั่นจักรยานในวันพรุ่งนี้ต่อ
วัดพู จำปาสัก
อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ
“3 สุดยอดกลยุทธ์” ในนิยายชื่อดัง The Godfather (ก็อดฟาเธอร์)
December 29, 2009
นิยายที่ดีย่อมมีมากกว่าความบันเทิง นิยายบางเรื่องให้ภาพชีวิตและสังคมในประเทศหนึ่งได้ดียิ่งกว่าที่หนังสือประวัติศาสตร์จะมอบให้ได้ เนื่องจากนิยายไม่ได้ถูกคาดหวังว่าจะเป็น “เรื่องจริง” ดังนั้น จึงบริสุทธ์ผุดผ่องมากกว่าประวัติศาสตร์ ที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้ชนะ
ติดส้มตำที่สะหวันนะเขต
December 27, 2009
ผมมาถึงสะหวันนะเขตด้วยสภาพที่มึนงง ปั่นจักรยานด้านขวา เลี้ยวขวาผ่านตลอด อ้อมวงเวียนด้านขวา
ข้ามถนนผิดๆถูกๆ แผนที่เมืองก็ยังไม่มี อาศัยจำทางได้คร่าวๆเมื่อครั้งมาเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก
Read more
“นักเขียน” คือ ผู้พิชิตความงาม ด้วยใจทรหด
December 24, 2009
งานเขียนไม่ใช่งานสูตรสำเร็จหรืองานประเภทกดปุ่มที่พอนั่งลงตั้งใจจะทำงานแล้วได้ผลสำเร็จออกมาดังใจหมาย
บางครั้งกว่าจะสำเร็จเป็นต้นฉบับพร้อมตีพิมพ์ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี หรือบางครั้งผู้เขียนเสียชีวิตไปก่อนก็ยังมี !
ทว่าตรงกันข้ามผู้อ่านกลับใช้เวลาอ่านหนังสือเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
Read more





